ที่ปรึกษาสภาทนาย “หลังสวน จ.ชุมพร” กาง 10 ข้อกังขาแลนด์บริดจ์

ที่ปรึกษาสภาทนายความจังหวัดหลังสวน สะท้อนมุมมองโครงการแลนด์บริดจ์ เผยบทเรียนในอดีตพื้นที่อำเภอหลังสวน เคยถูกเสนอทำโครงการใหญ่มาแล้วหลายครั้ง จี้รัฐบาลเปิด “ห้องสมุดกฎหมายสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา” หลังปิดปรับปรุงนานกว่า 6 เดือน ชี้กระทบสิทธิประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลเพื่อศึกษาวิจัยผลกระทบโครงการแลนด์บริดจ์ พร้อมทั้งเปิดปม “10 ข้อกังขาแลนด์บริดจ์” ตอบคำถามวิถีชีวิต-ระบบนิเวศ ย้ำไม่ได้ขวางความเจริญ แต่ต้องฟังเสียงประชาชน

ที่ปรึกษาสภาทนาย “หลังสวน จ.ชุมพร” กาง 10 ข้อกังขาแลนด์บริดจ์ – Top News รายงาน

 

 

 

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 นายกฤษณะ ฉายากุล ที่ปรึกษาสภาทนายความจังหวัดหลังสวน อดีตนักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เปิดเผยข้อมูลและประสบการณ์การทำงานในพื้นที่อำเภอหลังสวน จ.ชุมพร ว่า ที่ผ่านมาพื้นที่ดังกล่าวได้รับความสนใจและถูกนำเสนอให้ดำเนินโครงการขนาดใหญ่จากส่วนกลางมาโดยตลอด ตั้งแต่ปี 2542 ที่มีข้อเสนอโครงการขุดคลองคอคอดกระ แนว 2A (หลังสวน-ราชกรูด) ตามหนังสือราชการของสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลงวันที่ 1 เมษายน 2541 ซึ่งในเวลานั้น ตนเองได้นำข้อมูลมาเผยแพร่ในพื้นที่ และตั้งคำถามต่อคณะนักวิชาการถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น จนท้ายที่สุดโครงการดังกล่าวต้องพับแผนไป โดยหนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ ปัญหาแนวเขตเหนือน่านน้ำระหว่างประเทศ 200 ไมล์ทะเล ตามกฎหมายอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982

หลังจากโครงการคอคอดกระพับแผนไป รัฐบาลในอดีตได้นำเสนอโครงการแลนด์บริดจ์ เส้นทางกระบี่-ขนอม (ซึ่งปัจจุบันคือแนวทางหลวงเอเชียสาย 44) โดยมีการจัดเวทีนำเสนอโครงการที่โรงแรมสยามธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในช่วงปี พ.ศ. 2542 ซึ่งในเวลานั้นคณะผู้ศึกษาอ้างว่าเส้นทางกระบี่-ขนอมมีความคุ้มค่า ส่วนเส้นทางชุมพรไม่คุ้มค่าในการลงทุน แต่สุดท้ายขนาดโครงการที่เคยอ้างว่าคุ้มค่าอย่างกระบี่-ขนอม ก็ยังถูกระงับไป จนกระทั่งในปัจจุบัน รัฐบาลได้กลับมานำเสนอโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง อีกครั้ง โดยการดำเนินงานโครงการ หากเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ และมีความคุ้มค่าก็ว่ากันไป แต่ถ้าศึกษาผลกระทบแล้วไม่คุ้มค่า รัฐบาลก็ควรจะรับฟังเสียงของประชาชนบ้าง

ข่าวที่น่าสนใจ

นายกฤษณะ ยังได้กล่าวถึงมุมมองในประเด็นข้อกฎหมายที่สังคมกำลังกังวล โดยเฉพาะเรื่อง “การเช่าที่ดิน 99 ปี” ว่า ในข้อเท็จจริงประเทศไทยมี พระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542 รองรับอยู่แล้วตั้งแต่หลังวิกฤตต้มยำกุ้ง ซึ่งกำหนดให้เช่าได้ 50 ปี และต่อสัญญาได้อีกไม่เกิน 50 ปี รวมถึงมี พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นกลุ่มกฎหมายฟื้นฟูเศรษฐกิจ 11 ฉบับในอดีตที่ทางสภาทนายความ และตนเองเคยเดินทางไปร่วมคัดค้านและทัดทานข้อกฎหมายที่ทำเนียบรัฐบาลมาแล้ว ซึ่งกฎหมายเหล่านี้มีทั้งประโยชน์และข้อควรระวังที่ประชาชนต้องรู้เท่าทันและใช้ให้เป็น จึงอยากเรียกร้องผ่านสื่อมวลชนไปยังรัฐบาล ให้เร่งดำเนินการเปิดใช้งานเว็บไซต์ห้องสมุดกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาโดยด่วน เนื่องจากในปัจจุบันห้องสมุดกฎหมายดังกล่าวได้ปิดปรับปรุงระบบมานานกว่า 6 เดือนแล้ว ทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าไปสืบค้นหรืออ้างอิงข้อมูลตัวบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้สะดวก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มชาวบ้านและนักวิชาการที่ต้องการนำตัวบทกฎหมายดังกล่าวไปศึกษาวิจัยอย่างละเอียด ว่าโครงการแลนด์บริดจ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ จะเปิดช่องให้ทุนต่างด้าวเข้ามามีบทบาทเหนือพื้นที่ หรือส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของคนไทยในประเทศอย่างไรบ้าง

นายกฤษณะ บอกด้วยว่า ตนเองยินดีเป็นอย่างยิ่ง หากมีการพัฒนาที่สร้างความเจริญเติบโตให้กับจังหวัดชุมพรและประเทศไทย แต่รัฐบาลมีความจำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นและมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในพื้นที่ พร้อมเสนอแนวคิด ให้รัฐนำประเด็นข้อกังขาและปัญหาผลกระทบอย่างน้อย 10 ข้อ มาพูดคุยกันด้วยเหตุและผล รวมถึงปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อไม่ให้ประเทศเสียผลประโยชน์ คือ
1.ปัญหาการขาดแคลนน้ำ รัฐจะนำทรัพยากรน้ำจากที่ไหนมาใช้ให้เพียงพอต่อความต้องการของโครงการ เนื่องจากปัจจุบันประชาชนในพื้นที่ก็ต้องดิ้นรนหาแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคอย่างยากลำบากอยู่แล้ว

2.การออกกฎหมายแบ่งปันหุ้นส่วน หากโครงการนี้สร้างความร่ำรวยและผลประโยชน์มหาศาล รัฐบาลควรออกกฎหมายรองรับเพื่อแบ่งปันหุ้นโครงการ หรือจ่ายปันผลในทุกๆ ปี ให้แก่ชาวบ้านและราษฎรที่ต้องเสียสละพื้นที่และถูกเวนคืนที่ดินทำกิน เพื่อให้พวกเขาสามารถเดินหน้าดำรงชีวิตต่อไปได้ โดยไม่ต้องไปนับหนึ่งใหม่จากการถูกเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต

3.ผลกระทบจากการถมทะเล โดยการถมทะเลจำนวนมาก ทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน จะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมขนาดไหน รัฐบาลควรรับฟังผลการศึกษาวิจัยผลกระทบก่อนตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง รวมทั้งต้องตอบคำถามว่าจะนำดินและหินจากแหล่งใดมาใช้ในการถมทะเล

4.มาตรการคุ้มครองคุณภาพชีวิต โดยรัฐมีมาตรการในการคุ้มครองความปลอดภัยจากมลภาวะเป็นพิษที่จะเกิดขึ้นจากกิจกรรมในโครงการและโรงงานอุตสาหกรรมในอนาคตมากน้อยเพียงใด เนื่องจากที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าระบบคุ้มครองความปลอดภัยของภาครัฐยังล้มเหลว และหน่วยงานรัฐยังไม่สามารถควบคุมโรงงานอุตสาหกรรมให้ปลอดภัยได้อย่างสมบูรณ์

5.อุปสรรคเขตน่านน้ำระหว่างประเทศ ปัญหาแนวเขตเหนือน่านน้ำสากลจะเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินโครงการในอนาคตหรือไม่ อย่างไร

 

 

6.กฎหมายทะเลโลก รัฐได้พิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 อย่างถี่ถ้วนแล้วหรือยัง

7.ผลกระทบด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ รัฐได้ศึกษาผลกระทบต่อการเมืองระหว่างประเทศที่จะเกิดขึ้นต่อภูมิภาคนี้ในอนาคตจากการดำเนินโครงการแล้วหรือยัง

8.ความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่ผ่านมาค่อนข้างจำกัดด้วยเวลาและสถานที่ ประชาชนจำนวนมากไม่ทราบข้อมูลหรือติดภารกิจจนไม่สามารถเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นได้ รัฐจึงควรเปิดรับฟังอย่างกว้างขวางมากขึ้น

9.ห้ามวาดโครงการแค่บนกระดาษ รัฐบาลต้องไม่ใช้วิธีนำรูปแผนที่ในกระดาษมาวางวาดโครงการแล้วตัดสินใจทันที แต่ต้องเปิดรับฟังข้อมูลรอบด้านตามข้อเท็จจริงเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

10.ผลกระทบโบราณสถานและทรัพยากรธรรมชาติท้องถิ่น เส้นทางโครงการส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทางโบราณคดีและวัฒนธรรมชุมชนอย่างไร โดยเฉพาะข้อมูลที่โครงการอาจยังไม่ทราบ เช่น กรณีมี “เรือเสบียงญี่ปุ่น” ที่จมอยู่ตั้งแต่สมัยสงครามโลกบริเวณตำบลบางน้ำจืด (หาดทองโข๋) ซึ่งถือเป็นเรื่องสากลและเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ รวมถึง “สุสานหอยที่บางน้ำจืด” ที่ภาครัฐยังไม่ได้ทำหน้าที่ศึกษาวิจัยหาอายุที่แน่นอน

สุดท้าย ตนอยากให้รัฐนำทั้ง 10 ข้อนี้ไปคิดต่อยอด และพิจารณาให้ครอบคลุมรอบด้านเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชนต่อไป

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

น่านสืบสานประเพณีแข่งเรือเอกลักษณ์น่าน สานสัมพันธ์น่านเหนือ–กลาง–ใต้ รวมพลังทุกภาคส่วนอนุรักษ์วิถีวัฒนธรรมริมสายน้ำ
แม่ลาน้อยเร่งฟื้นฟู คืนบ้านสะอาดให้ 50 ครัวเรือน เสริมกระสอบทรายจุดเสี่ยงบ้านแม่ลาน้อย หมู่ 1 กันท่วมซ้ำ
“กำนันตู้” ผนึกกำลัง กมธ.สภาผู้แทนราษฎร จัดสัมมนาใหญ่กำแพงเพชร เปิดเวทีฟังเสียงปชช. พร้อมมอบบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่
อบต.วังทอง” โชว์นวัตกรรมชุมชนบนเวทีรัฐสภา คว้ารางวัลระดับ “ดีมาก“ “Policy to People” ตอกย้ำพลังท้องถิ่นกำแพงเพชร
ทีมเทนนิสไทยสู้สุดใจ! คาซัคสถานคว้า 2 แมตช์แรก นำ 2-0 เดวิสคัพ
“รวี เล็กอุทัย” สส.อุตรดิตถ์ ลุยพื้นที่ลับแล ห่วงใยชาวบ้านเหตุไฟไหม้บ้านวอด ส่งกำลังใจเคียงข้างช่วงยากลำบาก

ดู LIVE รายการ