เชียงใหม่ –เศรษฐกิจภาคเหนือชะลอตัว รับแรงกดดันพลังงานพุ่ง ท่องเที่ยวแผ่ว คาดไตรมาส 2 หดตัวต่อ

เศรษฐกิจภาคเหนือไตรมาส 1/2569 "หดตัวจากไตรมาสก่อน"หลังสิ้นสุดมาตรการภาครัฐและผลจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แนวโน้มเศรษฐกิจภาคเหนือไตรมาส 2/2569 คาดว่าหดตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานภาคเหนือ คุณณัฏฐ์ ลุมพิกานนท์ ผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานภาคเหนือ แถลงภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคเหนือไตรมาส 1 ปี 2569 ว่า ปรับลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า ภายหลังสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นการบริโภค ประกอบกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงปลายไตรมาส

ภาคการท่องเที่ยวหดตัวเล็กน้อย โดยเฉพาะช่วงปลายไตรมาสที่ความต้องการเดินทางลดลงจากผลกระทบของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงปัญหาฝุ่นควัน แม้ในช่วงต้นไตรมาสจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติยังขยายตัวได้ดี ขณะที่การบริโภคปรับลดลงมาก หลังสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ และกำลังซื้อยังอ่อนแอ ส่งผลให้หมวดสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง รวมถึงหมวดยานยนต์ โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าที่หดตัวหลังสิ้นสุดมาตรการ EV 3.0 และหมวดบริการที่ชะลอลง

ด้านรายได้เกษตรกรหดตัวต่อเนื่อง จากราคาพืชสำคัญที่ลดลง โดยเฉพาะอ้อยที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำตาลในตลาดโลก และข้าวเปลือกเจ้าที่หดตัวตามความต้องการส่งออกที่ลดลง การจ้างงานปรับลดลง สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่ลดลงในหลายจังหวัดสำคัญ ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐชะลอลงจากรายจ่ายประจำในหมวดเงินอุดหนุน

อย่างไรก็ตาม การผลิตภาคอุตสาหกรรมยังขยายตัว จากการผลิตน้ำตาลตามปริมาณวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมดาต้าเซนเตอร์ สมาร์ทโฟน และรถยนต์ ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ตามการนำเข้าสินค้าทุนของกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจภาคเหนือในไตรมาส 2 ปี 2569 คาดว่าจะหดตัวจากไตรมาสก่อน จากแรงกดดันของราคาพลังงานและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น อีกทั้งค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางที่เพิ่มขึ้นยังส่งผลให้ความต้องการท่องเที่ยวลดลงต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน รายได้เกษตรกรยังคงหดตัวจากด้านราคา และการผลิตมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มฟุ่มเฟือยตามอุปสงค์ต่างประเทศที่ชะลอลง รวมถึงการใช้จ่ายภาครัฐที่ยังมีทิศทางชะลอ

ทั้งนี้ ต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาพลังงาน รายได้เกษตรกรและภาวะการจ้างงาน รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

นอกจากนี้ ธปท. สำนักงานภาคเหนือ ยังได้ประชาสัมพันธ์มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ อาทิ โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” สำหรับลูกหนี้รายย่อยที่มีหนี้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย เพื่อช่วยให้สามารถกลับมาเริ่มต้นทางการเงินใหม่ได้ โดยสามารถเลือกทั้งการปิดจบหนี้พร้อมส่วนลดเงินต้น หรือผ่อนชำระเป็นงวดโดยไม่คิดดอกเบี้ย

ลูกหนี้สามารถตรวจสอบสิทธิ์และลงทะเบียนได้ที่ www.bot.or.th/cleardebt หรือติดต่อสอบถาม ธนาคารแห่งประเทศไทย โทร. 1213 หรือ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด โทร. 1443 กด 6 หรือ Call Center ของสถาบันการเงินเจ้าหนี้

รวมถึงมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและราคาพลังงาน โดยขอความร่วมมือสถาบันการเงินในการปรับโครงสร้างหนี้และเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ SMEs ต่อไป หากต้องการรับความช่วยเหลือสามารถติดต่อสถาบันการเงินที่ใช้บริการ หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ธนาคารแห่งประเทศไทย โทร 1213

ข่าวที่น่าสนใจ

นภาพร ขัติยะ ผู้สื่อข่าว Top News ทั่วไทย จ.เชียงใหม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

MEA พร้อมให้คำแนะนำและช่วยเหลือด้านระบบไฟฟ้าแก่ประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม
MEA เปิดศูนย์รับแจ้งเหตุและประสานความช่วยเหลือด้านระบบไฟฟ้า ดูแลประชาชนพื้นที่น้ำท่วม โทร. 1130 ตลอด 24 ชั่วโมง
MEA ห่วงใยประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม แนะปฏิบัติอย่างปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้า
สัมมนาวิชาการ OPM Learning Forum จุดประกายถอดบทเรียน หนุนสร้างระบบราชการทันสมัย โปร่งใส และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
อยุธยาซิตี้พาร์ค พลัสความยิ่งใหญ่! จัด Auto Show ขนทัพแบรนด์ดัง อัดโปรแรงส่งท้ายปี
"เวียตเจ็ทไทยแลนด์" เปิดฉากฉลอง 10 ปีกลางเซ็นทรัลเวิลด์ "10 Years of Dedication, A New Chapter Takes Flight" พร้อมเดินหน้าขยายฝูงบิน-อัปเกรดบริการรับทศวรรษใหม่

ดู LIVE รายการ