“สุริยะ” ลั่นยังไงก็ย้าย “อธิบดีกรมฝนหลวง” ไม่เกี่ยวปมหลานโทรหา แจงทำงานการเมือง ไม่ยุ่งธุรกิจญาติพี่น้อง

“สุริยะ” แจงชัดย้าย “ราเชน” ไม่เกี่ยวหลาน-กล้าธรรม ปัดล้างบางคนพรรคเก่า บอกถึงหลานได้พบ ก็ย้ายอยู่ดี ลั่นอยากได้คนมีกำลังทำงาน ไม่ใช่ใกล้เกษียณแล้วเกียร์ว่าง

“สุริยะ” ลั่นยังไงก็ย้าย “อธิบดีกรมฝนหลวง” ไม่เกี่ยวปมหลานโทรหา แจงทำงานการเมือง ไม่ยุ่งธุรกิจญาติพี่น้อง – Top News รายงาน

 

 

 

 

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 เวลา 15.00 น. ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงกรณีโยกย้าย นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นครั้งที่ 2 ว่า เมื่อวานนี้นายราเชนได้พูดถึงสาเหตุการถูกโยกย้าย โดยสื่อให้เห็นว่าหลานของตน ซึ่งเป็นผู้บริหารสายการบินแห่งหนึ่ง พยายามติดต่อขอเข้าพบนายราเชน แต่ไม่ได้พบ

หากย้อนไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ซึ่งทุกคนก็รู้ว่าช่วงเวลานั้น ตนไม่ได้เกี่ยวข้อง และอยู่คนละกระทรวง จากนั้นนายราเชนบอกว่าจะแฉ โดยมีบันทึกการสนทนาไว้ ว่ามีการโทรหานายราเชน ตั้งแต่ 30 มีนาคม 2569 ในช่วงเย็น ใช้เวลา 1 นาที , 31 มีนาคม 2569 เวลา 10.30 น. ใช้เวลา 54 นาที , 16 เมษายน 2569 เวลา 14.00 น. เป็น Miss Call , 19 เมษายน 2569 ช่วงเที่ยง ใช้เวลา 16 นาที และเวลา 13.00 น. วันเดียวกันใช้เวลา 54 วินาที ซึ่งจะเห็นว่าในข้อเท็จจริง ตนไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน ว่าหลานจะติดต่อไปขอพบนายราเชน หลังจากมีข่าว ตนก็ได้สอบถามหลาน ซึ่งก็ยอมรับว่าเป็นข้อเท็จจริงที่เขาติดต่อไป

 

 

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า ลองคิดดู ถ้าตนรู้ว่าหลานติดต่อไป คงจะบอกนายราเชนว่าหลานอยากขอพบ แสดงว่าตนไม่ได้รับการติดต่อจากหลาน  หลานพยายามติดต่อโดยตรง ซึ่งถ้าตนรู้ก็คงบอกนายราเชนว่าให้มีการพบกันหน่อย อาจจะมีเรื่องอะไรที่เสนอเป็นประโยชน์หรือไม่ แม้นายราเชนจะให้พบ ยังไงก็ย้ายอยู่ดี เพราะการย้ายไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของหลาน แต่เป็นเรื่องที่ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำกับดูแลเกษตรกรเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีจำนวนมากกว่าภาคธุรกิจอื่น และผลผลิตขณะนี้ก็ตกต่ำ

“ดังนั้น ผมอยากได้คนมีกำลังวังชาที่จะทำงาน เพื่อสนองนโยบาย ซึ่งสื่อมวลชนก็คงทราบดีว่าข้าราชการพอใกล้เกษียณ ก็ค่อนข้างจะเกียร์ว่าง ไม่ใช่ผมพูดเองนะ แต่สื่อมวลชนก็รู้ว่าเป็นอย่างนั้น ผมก็เลยเสนอเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นไม่มีเรื่องอื่นเลย” นายสุริยะ กล่าว

 

 

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า มีข่าวออกมาว่าหลานของตนจะไปของานที่กระทรวง ซึ่งเป็นเงินจำนวนมาก แต่ตนจำตัวเลขไม่ได้ แต่ในเมื่อนายราเชน ไม่ยอมให้หลานของตนพบเลย แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าหลานไปของาน มันขัดกับข้อเท็จจริง จึงอยากทำความเข้าใจว่า ตนยึดถือความโปร่งใสเป็นหลัก

 

 

 

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

เมื่อถามว่าได้สอบถามหลานว่ามีการติดต่อนายราเชนไปจริงหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า หลังเกิดเรื่องได้ถามหลานชายว่าได้ติดต่อไปจริงหรือไม่ หลานยอมรับว่าได้ขอติดต่อจริง แต่หากย้อนไปปี 2568 ซึ่งนายราเชนบอกว่าหลานได้ติดตามไปและปรากฎตัวกัน 3 คน แต่หลานชายตนไม่ไปกลัวถูกหลอกจึงไม่ให้พบ พอมาถึงในช่วงนี้หลานชายได้ติดต่อไปจริงแต่ไม่ให้พบ ซึ่งหากเขาต้องการจะพบคงมาบอกตนแล้ว แต่ไม่ได้มาบอก เพราะเป็นกิจการธุรกิจของเขาเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตนเลย จึงอยากเรียนว่าแม้ครอบครัวตนจะเป็นญาติพี่น้องกัน แต่ครอบครัวต่างคนต่างแยกกันไปมีธุรกิจของตัวเอง ตนมาอยู่การเมือง

 

เมื่อถามว่าจะชี้แจงอย่างไรที่หลายคนมองว่าการโยกย้ายครั้งนี้ไม่เป็นธรรมต่อข้าราชการ นายสุริยะ ย้อนถามว่า ข้าราชการตรงไหนบ้าง ตั้งแต่ตอนย้ายมาก็ไม่มีใครมาพูดถึงเรื่องนี้ ให้มาถึงหู มีแค่อธิบดีราเชนคนเดียวเท่านั้นที่พูดอยู่  ขอย้ำว่าตนทำงานการเมืองมาตั้งแต่ปี 2544 มาถึงตอนนี้เกือบ 30 ปีแล้ว ถูกโยกย้ายมาแล้วหลายกระทรวง แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่เจ้าหน้าที่ถูกย้ายแล้วมาว่าตนไม่ให้ความเป็นธรรม ในครั้งนี้การที่อ้างว่าถูกโยกย้ายเพราะไม่เอื้อประโยชน์ให้หลานชายตนไม่เป็นความจริง ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของการเมือง แต่เป็นเรื่องการบริหารเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของกระทรวงเกษตรฯ

 

 

ส่วนกรณีที่นายราเชนให้เหตุผลในเอกสารลาออก ว่าไม่สามารถตอบสนองนโยบายฝ่ายการเมืองได้นั้น นายสุริยะ กล่าวว่า มีอะไรที่สนองฝ่ายการเมืองไม่ได้ ตนไปบีบอะไรท่าน ขอให้ท่านชี้แจงมา แต่ถ้าเสนอสิ่งที่เป็นเท็จ ตนถือว่าได้รับความเสียหายหลังจากตนแถลงครั้งนี้แล้วยังไม่หยุดจะดำเนินการฟ้องคดี และถ้าหากเห็นว่าไม่เป็นธรรมก็สามารถฟ้องดำเนินคดีกับตนได้

เมื่อถามว่าการโยกย้ายครั้งนี้เป็นการล้างคนเก่าของพรรคการเมืองเดิมนั้น นายสุริยะ กล่าวว่า ตอนที่ไปดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็มีคนที่รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยแต่งตั้งไว้อยู่ เช่น อธิบดีกรมทางหลวง และอธิบดีกรมทางหลวงชนบท ตนก็ไม่เคยโยกย้าย ดังนั้นจึงไม่มีเรื่องการล้างบาง ข้าราชการทุกคนทำตามนโยบายของผู้บริหารและรัฐมนตรีอยู่แล้วเพราะเขาเป็นมืออาชีพ ฉะนั้นตนไม่จำเป็นต้องไปย้ายใครเพราะเป็นคนของพรรคนั้นพรรค

 

 

 

 

ส่วนกรณีที่นายราเชนเตรียมที่จะไปขอความเป็นธรรมจากพรรคกล้าธรรมจะทำให้เรื่องนี้ถูกนำไปโยงกับเรื่องการเมืองหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า นายราเชนพูดเองว่าที่ถูกสั่งย้ายเพราะไม่ให้หลานชายพบจึงไม่ใช่เรื่องของการเมือง ใครจะทำเป็นเรื่องการเมืองก็แล้วแต่ แต่ตนยืนยันว่าการโยกย้ายครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับทางพรรคกกล้าธรรม

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีการเรียกนายราเชนไปพบเพื่อพูดคุยเรื่องงบประมาณก่อนโปรดเกล้าแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีนั้น นายสุริยะ กล่าวว่า ก่อนที่ตนจะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ คนเดิมได้ จัดทำนโยบายเพื่อเสนองบประมาณฯ พอตอนเข้ารับตำแหน่งสำนักงบประมาณจึงให้มีความจำเป็นหรือไม่อย่างไร หรือต้องการปรับปรุงส่วนไหนหรือไม่ ซึ่งตนก็ยืนยันไปตามเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยน ส่วนเมื่อวานนี้ นี้มีการประชุมงบประมาณกระทรวงเกษตรฯ ที่นายราเชนได้เข้าประชุมด้วย ก็ไม่ได้พูดคุยกันอาจเป็นเพราะมีข้าราชการอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งตนก็เคยบอกแล้วว่านายราเชนจิตใจอะไรห้องของตนเปิดตลอดเวลา

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ม.หาดใหญ่จัดใหญ่ “เดิน-วิ่งเพื่อสันติสุขชายแดนใต้” ครั้งที่ 12 นักวิ่งกว่า 2,000 คน ร่วมชิงถ้วยพระราชทานฯ
เปิดฉาก “Bangsaphan Beach Life Fest” ปลุกท่องเที่ยวชายหาด รับลม 19–20 ก.ย. นี้
หมวดทางหลวงแม่สะเรียง-ไฟฟ้าแม่สะเรียง เร่งเคลียร์เปิดเส้นทาง หลัง ต้นไม้-เสาไฟฟ้าหักโค่นปิดทางช่วงบ้านแม่เหาะ-แม่สะเรียง
น่าน - วอนช่วย 7 ชีวิต น่าน นอนเบียดแคร่เดียว ฝนตกน้ำเจิ่ง ไร้ฝาบ้านมั่นคง
"ดร.วันวิชิต" ชี้แค่ขบวนการปล่อยข่าว ยันไม่เห็นสัญญาณ "กลุ่มอำนาจ" จ้องล้มรัฐบาล ตรงข้าม "กองทัพ" ยังปึ้ก "นายกฯ" ร่วมงานแบบ "ทีมไทยแลนด์"
โจรใต้ป่วนต่อเนื่อง!! ล่าสุดยิง "ผู้ช่วยผญบ.บันนังสตา"เสียชีวิต ก่อนทำลายกล้อง CCTV เผารถแบคโฮ-รถบดถนน ผู้รับเหมา "โครงการขยายถนน 4 เลน เบตง"!??

ดู LIVE รายการ