อย่าใส่ร้ายไร้สติ “ม้า อรนภา” สวนเจ็บ “เข้าใจกันด้วยค่ะ” เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ออกโรงแจงดราม่า ที่มากรรมการคัดเลือกผู้นำรุ่นใหม่ ย้ำไม่ใช่เด่นแค่ “ความรู้”

อย่าใส่ร้ายไร้สติ "ม้า อรนภา" สวนเจ็บ "เข้าใจกันด้วยค่ะ" เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ออกโรงแจงดราม่า ที่มากรรมการคัดเลือกผู้นำรุ่นใหม่ ย้ำไม่ใช่เด่นแค่ "ความรู้"

จากกรณีที่ ม้า อรนภา กฤษฎี โดนวิจารณ์ในเชิงลบอย่างรุนแรง จากการที่ โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า “วันนี้มาเป็นกรรมการคัดเลือกผู้เข้าเรียน สถาบันพระปกเกล้า เพื่อนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ดีในอนาคต” โดยผู้แสดงความเห็นไม่ได้เข้าใจในรายละเอียดทั้งหมด

 

 

 

 

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ล่าสุด นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงกรณีดรามาเชิญ อรนภา กฤษฎี หรือ “ม้า อรนภา” ร่วมเป็นกรรมการคัดเลือกผู้นํารุ่นใหม่ ภายใต้หลักสูตร TopForm 001 ระบุว่า ว่าด้วยหลักสูตร TopForm 001 หลายวันที่ผ่านมา ชื่อของหลักสูตร TopForm และสถาบันพระปกเกล้า ถูกกล่าวถึงทั้งในสื่อและโลกออนไลน์ มีทั้งความคาดหวัง ความสมหวังและผิดหวัง มีทั้งความรู้สึกจากผู้สมัคร กรรมการ และการตั้งคำถามจากสังคม ผมขอใช้โอกาสนี้ ชี้แจงในสองประเด็นสำคัญที่ยาวเกิน 8 บรรทัด แน่นอน หากเปิดใจค่อยอ่านก็ได้ครับ จะได้ไม่เสียเวลา

ประเด็นแรก หลักสูตรนี้คืออะไร ?

TopForm 001 เป็นหลักสูตรใหม่ที่เกิดจากการตั้งคำถามกับรูปแบบเดิมของการพัฒนาผู้นำ ที่ผ่านมา เรามักนำ “คนที่มีตำแหน่งแล้ว” มาอบรม แต่ในความเป็นจริง การเปลี่ยนแปลงจากคนที่มีอำนาจ มีภาระ และมีสถานะ ย่อมเป็นเรื่องท้าทาย และประสิทธิภาพของการเรียนรู้ก็มีข้อจำกัดโดยธรรมชาติ

ผมจึงตัดสินใจปิดบางหลักสูตร ลดจำนวนผู้เข้าอบรมในหลายหลักสูตร และปรับแนวคิดจาก “พัฒนาผู้นำ” มาเป็น “สร้างผู้นำ” แทนที่จะให้เฉพาะคนมีตำแหน่งมาเรียน เราจะเปลี่ยนมาสร้าง “วัตถุดิบชั้นดี” ที่พร้อมจะเข้าสู่ระบบการเมือง

หลักสูตรนี้คัดเลือก 63 คน ที่มีความสนใจทางการเมือง หรือมีศักยภาพจะเป็นผู้นำ หรือแม้กระทั่งผู้ที่มีตำแหน่งแล้ว แต่ยังต้องการพัฒนาตนเองอย่างจริงจัง มาร่วมกันเรียนรู้และแลกเปลี่ยน ตั้งแต่การสื่อสารในที่สาธารณะกฎหมายเลือกตั้ง ข้อบังคับการประชุมสภา การยื่นบัญชีทรัพย์สิน ไปจนถึงธรรมเนียมพิธีการของรัฐและการต่างประเทศ

เป้าหมายไม่ใช่เพียง “ให้ความรู้” แต่คือการ “ปรับวิธีคิด” และ “เตรียมความพร้อม” เพื่อให้พรรคการเมือง และสังคมมีตัวเลือกของคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพสูง หากใน 63 คนนี้ มีเพียงบางส่วนที่ได้เข้าสู่ตำแหน่ง และช่วยทำให้การเมืองดีขึ้นได้จริง ผมเชื่อว่า การลงทุนนี้ก็คุ้มค่าครับ

 

ประเด็นที่สอง กระบวนการคัดเลือกและกรรมการ

เราตั้งใจให้กระบวนการคัดเลือกสะท้อน “โลกความเป็นจริงของการเมือง” ผู้สมัครมีเวลา 3 นาทีในการนำเสนอตัวเองและทราบผลทันทีในห้อง เพราะในโลกจริงประชาชนตัดสินใจเลือกผู้แทนภายในเวลาไม่กี่นาทีในคูหาเลือกตั้ง สำหรับคำถามว่า “ทำไมกรรมการจึงมาจากหลากหลายภาคส่วน รวมถึงผู้ที่ไม่ได้อยู่ในสายวิชาการ”

คำตอบคือการได้รับเลือกเข้าสู่อำนาจไม่เคยขึ้นอยู่กับ “ความรู้” เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “ความสามารถในการสื่อสาร” “การเข้าถึง” และ “ความน่าเชื่อถือในสายตาสาธารณะ” ด้วยเหตุนี้ เราจึงเชิญสื่อมวลชน และผู้ทำงานด้านการสื่อสารสาธารณะ เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการคัดเลือก เพราะนี่คือทักษะที่ไม่มีในตำราแต่มีผลอย่างยิ่งในสนามจริง

ในขณะเดียวกันองค์ประกอบของกรรมการก็สะท้อน “ความหลากหลายของสังคมไทย” จากทุกภาคส่วน ทุกแนวคิด ทุกประสบการณ์ ทุกสี ทุกขั้ว เราไม่ได้ต้องการ “กรรมการที่ถูกใจทุกฝ่าย” แต่ต้องการ “กรรมการที่สะท้อนทุกฝ่าย” เพราะประชาธิปไตยไม่ใช่การเห็นตรงกันทั้งหมด แต่คือการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความแตกต่าง

แน่นอนว่า ทุกความพยายามย่อมมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่เสียงวิจารณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความคาดหวัง ความกังวล และความท้าทายของระบบการเมืองไทย และบางทีนั่นคือเหตุผลที่หลักสูตรนี้ “จำเป็น”

แม้หลักสูตรยังไม่เริ่ม แต่การถกเถียงที่เกิดขึ้นก็เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ของสังคมแล้ว ผมหวังว่า 63 คนที่จะผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายจะไม่ใช่เพียง “ผู้ผ่านการคัดเลือก” แต่จะเป็น “ผู้เข้าใจความซับซ้อนของสังคมไทย”และพร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบ TopForm 001 อาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมดแต่คือ “จุดเริ่มต้นของคำตอบ”ขอบคุณครับ

 

ขณะที่ ม้า อรนภา โพสต์ภาพข่าว นั่งกรรมการสถาบันพระปกเกล้า ร่วมคัดเลือกนักการเมืองรุ่นใหม่ เคียงข้างผู้ทรงคุณวุฒิจาก 4 ภาคส่วน พร้อมระบุข้อความว่า “เข้าใจกันด้วยค่ะ”

 

 

นอกจากนี้ตามข้อมูลของสถาบันพระปกเกล้า ระบุด้วยว่า กรรมการคัดเลือกผู้นํารุ่นใหม่ ภายใต้หลักสูตร TopForm 001 ประกอบด้วยกรรมผู้ทรงคุณวุฒิหลายภาคส่วน คือ ภาคการเมือง , ภาควิชาการ , ภาคบุคลิกภาพและการสื่อสาร และภาคสังคม เพื่อสรรหาและพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ของประเทศ

โดย 1.ภาคการเมือง ประกอบด้วย รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า, นพ.วีรพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา, คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา , อาจารย์พงษ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี, นายณัฐชา บุญชัยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และนางสาววมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1

2.ภาคบุคลิกภาพ การสื่อสาร และการพัฒนาองค์กร ประกอบด้วย ดร.สมศักดิ์ ชลาชล นายกสมาคมวิชาชีพช่างทำผมไทย, ม้า อรนภา กฤษฎี นักแสดงและ Commentator ด้านบุคลิกภาพและการสื่อสาร, พล.ต.ต.ดร.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และนางพอฤทัย บุณยะจินดา กรรมการมูลนิธิบุณยะจินดา

3.ภาควิชาการ/สายการเมือง ประกอบด้วย รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า, คุณธนกร วงศ์ปัญญา บรรณาธิการข่าวไทย สำนักข่าว The Standard, รศ.ดร.พิชญ์ พงศ์สวัสดิ์ รองศาสตราจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายวิทวัส ชัยภาคภูมิ อดีตเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า, คุณเสถียร วิริยะพรรณพงศา ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายข่าว, นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต., นายปัญญา อุดชาชน อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ รศ.ดร.ชมพูนุท โกสลากร เพิ่มพูนวิวัฒน์ รองศาสตราจารย์ประจำสำนักวิชาเศรษฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

4.ภาคสังคม ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.พระเมธีวัชรบัณฑิต (หรรษา ธมฺมหาโส) พระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญ เจ้าอาวาสวัดใหม่ (ยายแป้น)

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ร่วมอาลัย ส่ง “ปรีชา กาชัย” อดีตที่ปรึกษาสมาคมนักข่าวฯ ชัยภูมิ
หญิงแกร่งโคราช “รุ่งทิพภา” ผอ.บุญเหลือวิทยานุสรณ์ 2 คว้ารางวัลชนะเลิศระดับจังหวัด ต้นแบบนวัตกรรมหลักสูตรต้านทุจริต
มวล.จัด “Walailak Research Day 2026” โชว์งานวิจัยเด่น ดันนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริง
ศุลกากรที่ 4 ลุยสกัดของผิดกฎหมาย จับ 1,964 คดี มูลค่ากว่า 216 ล้าน ยึดเมล็ดกาแฟลักลอบกว่า 20 ตัน
“คนบางสะพานไม่ทิ้งกัน” ชาวบ้านจับมือทหารพราน–อุทยาน–กู้ภัย ลุยกำจัดวัชพืชอ่างโป่ง 30
ฝ่ายปกครองเมืองพัทลุงเปิดปฏิบัติการ “พัทลุงปลอดภัย 90 วัน” บุกตรวจขนำ รวบผู้ต้องหาพร้อมปืน–สิ่งเสพติด

ดู LIVE รายการ