สร้างกรรมต้องชดใช้ “ศาลอุทธรณ์” สั่งจำคุก 12 เดือน ไม่รอลงอาญา “สายน้ำ-ออย” พ่นสีอนุสาวรีย์ปชต.-เสาชิงช้า ปี 2566

สร้างกรรมต้องชดใช้ "ศาลอุทธรณ์" สั่งจำคุก 12 เดือน ไม่รอลงอาญา "สายน้ำ-ออย" พ่นสีอนุสาวรีย์ปชต.-เสาชิงช้า ปี 2566

วันนี้ (21 เม.ย. 69) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า ศาลอาญา ได้นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีข้อหาหลักร่วมกันทำให้โบราณสถานเสียหายหรือเสื่อมค่าฯ ตาม พ.ร.บ.โบราณสถานฯ ของ “สายน้ำ” และ “ออย” เหตุพ่นสีสเปรย์ข้อความที่ฐานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และฐานเสาชิงช้า เมื่อปี 2566 หลังจากก่อนหน้านี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก 12 เดือน ไม่รอลงอาญา

โดยล่าสุด ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.โบราณสถานฯ มาตรา 32 วรรคหนึ่งและสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามศาลชั้นต้น โดยให้จำคุก 12 เดือน ไม่รอลงอาญา

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2567 ศาลอาญาได้อ่านคำพิพากษาคดีของ “สายน้ำ” (จำเลยที่ 1) และ “ออย” สิทธิชัย (จำเลยที่ 2) สองนักกิจกรรมทางการเมืองวัย 20 และ 27 ปี ในข้อหาร่วมกันทำให้โบราณสถานเสียหายหรือเสื่อมค่าฯ ตาม พ.ร.บ.โบราณสถานฯ มาตรา 32 หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดำเนินคดีจากกรณีการพ่นสีสเปรย์ตัวเลข 112 พร้อมขีดฆ่าทับ เครื่องหมายอนาคิสต์ และข้อความ “หยกโดน 112 ตรงนี้” บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและเสาชิงช้า เมื่อปี 2566

โดยศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.โบราณสถานฯ มาตรา 32 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง, พ.ร.บ.ความสะอาด มาตรา 12 และ 56 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษทุกกรรม กรณีพ่นสีสเปรย์บริเวณฐานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.โบราณสถานฯ มาตรา 32 วรรคหนึ่ง จำคุกคนละ 1 ปี และกรณีพ่นสีสเปรย์บริเวณฐานเสาชิงช้า ให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.โบราณสถานฯ มาตรา 32 วรรคสอง จำคุกคนละ 1 ปี รวม 2 กระทง จำคุกคนละ 2 ปี

 

ทั้งนี้ จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง รวม 2 กระทง คงจำคุก 12 เดือน แต่พฤติการณ์แห่งคดีและรายงานสืบเสาะของพนักงานคุมประพฤติ พบว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันนี้หลายครั้งในลักษณะคึกคะนองจนติดเป็นนิสัย สมควรลงโทษให้หลาบจำ จึงไม่รอการลงโทษ

 

ที่มา ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ทีมเทนนิสไทยสู้สุดใจ! คาซัคสถานคว้า 2 แมตช์แรก นำ 2-0 เดวิสคัพ
“รวี เล็กอุทัย” สส.อุตรดิตถ์ ลุยพื้นที่ลับแล ห่วงใยชาวบ้านเหตุไฟไหม้บ้านวอด ส่งกำลังใจเคียงข้างช่วงยากลำบาก
มท.3 เปิดโครงการ “ทันใจ ใสกิ๊ง” ส่งรถผลิตน้ำดื่ม กปภ. ใช้นาโนเทคโนโลยี ผลิตน้ำสะอาดช่วยผู้ประสบภัย จ.น่าน
"รัฐบาล" เผย “ไทยช่วยไทย พลัส” ยอดใช้จ่ายทะลุ 1.61 แสนล้านบาท พยุงกำลังซื้อ-ส่งรายได้ถึงร้านค้า ช่วยเศรษฐกิจฐานรากฝ่าวิกฤตพลังงาน จ่อชงครม.ต่ออายุ 22 ก.ย.
แม่ฮ่องสอน - ทหารพราน 36 นำรถน้ำช่วยฟื้นฟูบ้านเรือน-โรงเรียน น้ำท่วมแม่ฮ่องสอน
"กรมอุตุฯ" ประกาศฉบับที่ 11 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก มรสุมพัดปกคลุมทะเลอันดามัน-อ่าวไทย กทม.เจอฝน 80%

ดู LIVE รายการ