‘หมอวรงค์’ ขยายภาพเส้นทางน้ำมันหาย ชี้ถ้ารัฐจริงใจปราบรู้แน่ไอ้โม่งกักตุนเป็นใคร ขอร่วมมือลดปริมาณผู้ช่วยสส. ยกเลิกสิทธิประโยชน์สส.-สว.

 'หมอวรงค์' ขยายภาพเส้นทางน้ำมันหาย ชี้ถ้ารัฐจริงใจปราบรู้แน่ไอ้โม่งกักตุนเป็นใคร  ขอร่วมมือลดปริมาณผู้ช่วยสส. ยกเลิกสิทธิประโยชน์สส.-สว.

วันที่ 9 เม.ย.69 ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 11:58 น. การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 วาระเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาเป็นประธานในที่ประชุม

โดย นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ลุกขึ้นอภิปรายว่า ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลนายอนุทิน มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันและพลังงาน นายกรัฐมนตรีพูดชัดเจนว่าจะบริหารจัดการสถานการณ์เพื่อบรรเทาผลกระทบกับประชาชน จึงอยากให้ศึกษาบทเรียนที่เกิดขึ้นใน 1 เดือนที่ผ่านมา ปัญหาน้ำมันที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะน้ำมันดีเซลไม่มีเพียงแต่น้ำมันแพงที่หลายคนพูดถึงตลอด ยังรวมถึงประเด็นน้ำมันขาดแคลน ซึ่งอันตรายมาก เพราะหมายถึงถ้าบริหารจัดการผิดพลาด เพราะมันคือต้นทุนน้ำมันแห่งชาติ

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลชุดนี้มีการเพิ่มราคาน้ำมันทั้งหมด 8 ครั้ง ในช่วง 8 ครั้งนี้ มีการเพิ่มทั้งหมดประมาณ 20.60 บาท รายการปรับขึ้นปรับขึ้นด้วยความรวดเร็ว ล่าสุดที่มีการประชุม กบง.และ กบน. เมื่อวันที่ 7 และ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา ใช้เวลา 2 วันในการปรับลดน้ำมัน แค่นี้ก็ไม่มีความเป็นธรรมกับประชาชน

พร้อมตั้งข้อสงสัยว่ามีการโกงน้ำมันเกิดขึ้นหรือไม่ ต้องรู้จักห่วงโซ่อุปทานระบบน้ำมันของประเทศ คือ น้ำมันดิบไปยังโรงกลั่นและไปยังผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ จนไปถึงลูกค้าปลายทาง ในห่วงโซ่อุปทานเรือที่ขนน้ำมันจากโรงกลั่น ไป จ.สุราษฎร์ธานีน้ำมันหายไป 57 ล้านลิตร อยู่ระหว่างโรงกลั่นไปยังผู้ค้ารายใหญ่ ไม่หายไปที่ไหนหากรัฐบาลจริงใจในการปราบปราม ไม่ต้องไปหาที่อื่นให้ซับซ้อน ตรงนี้ก็สามารถรับรู้ว่า “ไอ้โม่ง” คือใคร และการบริหารจัดการในช่วงเดือนที่ผ่านมารัฐบาลทำให้น้ำมันมีปัญหา ขาดแคลน รัฐบาลตั้งสมมติฐานว่าประชาชน ตื่นตระหนก และแย่งกันเติมน้ำมัน ทำให้น้ำมันไม่พอ แต่ส่วนตัวตั้งสมมติฐานว่าน้ำมันจากคลังจ่ายมาที่ปั๊มน้อย ประชาชนไม่มีน้ำมันเติม รัฐบาลจึงเชื่อสมมติฐานว่าประชาชนตื่นตระหนก คิดว่าประชาชนกักตุนน้ำมัน จึงออก 3 มาตรการแก้ไข คือ
1.ให้รถน้ำมันวิ่งได้ 24 ชั่วโมง
2.ยกเลิกมาตรการการเพิ่มสำรองน้ำมันให้กลับมาเหลือ 1 % เหมือนเดิมและให้มีการนำน้ำมันสำรองมาใช้
3.ไปตรวจคลังจ่ายน้ำมันขนาดใหญ่ 8 แห่งไม่พบความผิดปกติ

นายแพทย์วรงค์ ยังระบุอีกว่า ได้ไปหลายพื้นที่ และได้บทสรุปตรงกันว่า น้ำมันไม่ได้ส่งจากคลังจ่าย จากผู้ค้ารายใหญ่ไปยังปั๊มน้ำมัน ซึ่งทุกปั๊มได้ บอกว่าน้ำมันลดลงแทบจะครึ่งนึง ตนเองจึงได้ย้ำไปว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากคลังจ่ายไม่มีการจ่ายน้ำมันไปให้รถขนน้ำมัน เมื่อรถขนน้ำมันได้น้ำมันมาน้อย ทำให้ไม่มีน้ำมันให้บริการประชาชน แต่อย่างน้อยก็ขอบคุณนายกรัฐมนตรี ที่แถลงเมื่อ 3 เมษายน ที่ผ่านมา ว่าปริมาณน้ำมันปกติแล้ว ภาพรวมใช้ 67 ล้านลิตร แต่ทำไมถึงใช้สูงถึง 80 กว่าล้านลิตร ซึ่ง 20 ล้านลิตรโผล่มาจากไหน แต่นายกรัฐมนตรีสันนิษฐานถูกแล้ว แต่ช้าไป เพราะมันสร้างความเสียหายให้กับประชาชนไปแล้ว

พร้อมกันนี้ นายแพทย์วรงค์ ยังตั้งสมมติฐานขึ้นมาว่า เมื่อเอารายงานปริมาณน้ำมันรายวันมาคำนวณค่าเฉลี่ย พบว่า น้ำมันดีเซล จะเกินไปเฉลี่ยวันละ 14.086 ล้านลิตร คิดจากวันที่ 16- 31 มีนาคม คาดการณ์น้ำมันส่วนเกินจะสูงถึง 225.378 ล้านลิตร / นอกจากนี้ หากรวมน้ำมันดีเซลที่ส่งไปตามปั๊มเฉลี่ยไม่ถึงครึ่งของปกติ น้ำมันดีเซลที่ขาดส่วนนี้คิดจาก วันที่ 16- 31 มีนาคม คาดการณ์ว่ามีปริมาณน้ำมัน 410.400 ล้านลิตรคาดการณ์ว่าน้ำมันดีเซลจะหายไป 635.778-727.654 ล้านลิตร ขณะที่น้ำมันเบนซินเฉลี่ยเดือนมีนาคม 32.851 ล้านลิตรเดือนมกราคม 32.324 ล้านลิตร

 

โดย นายแพทย์วรงค์ ถามไปยังนายกรัฐมนตรีว่า เบื้องต้นสงสัยว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นหรือไม่ ไอ้โม่งต้องไปหาที่ไหน ไม่ว่าจะอยู่ที่โรงกลั่นหรือคลังจ่ายน้ำมัน ให้ไปตามหาคลังจ่ายใหญ่ ๆ จากนโยบายรัฐบาลข้อที่ 23 ของนายกรัฐมนตรี เรื่องการปราบปรามการทุจริต นายกรัฐมนตรีพูดชัด ว่า “พูดแล้วทำ”
ซึ่งนายแพทย์วรงค์พร้อมย้อนถามนายกรัฐมนตรีว่า “จำได้ว่านายกรัฐมนตรีพูดว่า ผู้ช่วย สส. 8 คนมากเกินไป เมื่อพูดแล้วทำไมไม่ทำ” ส่วนตัวอยากชวนนายกรัฐมนตรีหากจะปราบปรามการทุจริต ต้องลดและตัดผลประโยชน์ให้กับพรรคพวกออกไปก่อน หากทำได้จะทำให้ประหยัดงบประมาณภาพรวมทั้งหมด อย่างน้อยปีละ 700-800 ล้านบาท ในการช่วยเหลือประชาชน

วันนี้น้ำมันแพง ข้าวยากหมากแพง ทุกอย่างแพง สร้างความอึดอัดใจให้กับประชาชน วันนี้ประชาชนโกรธเคือง ยิ่งปัญหาการทุจริตของน้ำมัน ที่มี “น้ำมันเก๊” เกิดขึ้น “ดีเซลเก๊” เกิดขึ้นก่อนที่รัฐบาลนี้จะแถลงนโยบาย แล้วสิ่งหนึ่งที่จะทำให้ผ่อนหนักไปเป็นเบาของนายกรัฐมนตรี ที่เป็นผู้นำในการตัดสิทธิประโยชน์ ยกเลิกบำนาญ สส. และ สว. เชื่อว่า เงินเหล่านี้จะมาช่วยจุนเจือเยียวยาประชาชนได้

ท้ายที่สุด นายแพทย์วรวค์ ระบุว่า ส่วนตัวยังหวังดี อะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ตรงไปตรงมา เมื่อทำดี ก็ชม ดังนั้นอะไรแนะนำก็ขอให้ฟัง เชื่อว่าจะอยู่ได้ 4 ปี แต่ถ้าอะไรที่ตนเองแนะนำ แล้วนายกรัฐมนตรีไม่ไว้วางใจ หรือกังวลใจ ไม่ใส่ใจ รัฐบาลอาจจะอยู่ได้ไม่นาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงบ้านกลางดึก กระสุนเจาะประตูเสียหาย เจ้าของบ้านปลอดภัย ตำรวจเร่งล่าตัว
ม.หาดใหญ่จัดใหญ่ “เดิน-วิ่งเพื่อสันติสุขชายแดนใต้” ครั้งที่ 12 นักวิ่งกว่า 2,000 คน ร่วมชิงถ้วยพระราชทานฯ
เปิดฉาก “Bangsaphan Beach Life Fest” ปลุกท่องเที่ยวชายหาด รับลม 19–20 ก.ย. นี้
หมวดทางหลวงแม่สะเรียง-ไฟฟ้าแม่สะเรียง เร่งเคลียร์เปิดเส้นทาง หลัง ต้นไม้-เสาไฟฟ้าหักโค่นปิดทางช่วงบ้านแม่เหาะ-แม่สะเรียง
น่าน - วอนช่วย 7 ชีวิต น่าน นอนเบียดแคร่เดียว ฝนตกน้ำเจิ่ง ไร้ฝาบ้านมั่นคง
"ดร.วันวิชิต" ชี้แค่ขบวนการปล่อยข่าว ยันไม่เห็นสัญญาณ "กลุ่มอำนาจ" จ้องล้มรัฐบาล ตรงข้าม "กองทัพ" ยังปึ้ก "นายกฯ" ร่วมงานแบบ "ทีมไทยแลนด์"

ดู LIVE รายการ