อ้างป่วยหนักไร้ผล! “ศาลฎีกา” ยืนยกคำร้องขอประกันตัว “เอกชัย หงส์กังวาน” ร่วมประทุษร้าย ขัดขวางขบวนเสด็จฯ มีโทษจำคุก 21 ปี 4 เดือน

อ้างป่วยหนักไร้ผล! "ศาลฎีกา" ยืนยกคำร้องขอประกันตัว "เอกชัย หงส์กังวาน" ร่วมประทุษร้าย ขัดขวางขบวนเสด็จฯ มีโทษจำคุก 21 ปี 4 เดือน

วันที่ 3 เม.ย. 69 TLHR / ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า ศาลฎีกายกคำร้องประกันตัว เอกชัย หงส์กังวาน ในคดี ม.110 จากเหตุที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันขัดขวางขบวนเสด็จ ระหว่างเหตุการณ์ชุมนุม #ม็อบ14ตุลา ปี63 หลังจากที่ยื่นประกันไปเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 69 ที่ผ่านมา

ศาลฎีการะบุคำสั่งว่า “พิเคราะห์เหตุผลตามคำร้องของผู้ขอประกันแล้ว กรณียังไม่มีเหตุอันสมควรที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ส่วนเหตุผลตามคำร้องที่อ้างอาการเจ็บป่วย จำเลยมีสิทธิได้รับการรักษาตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์อยู่แล้ว จึงไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง”

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ในการยื่นประกันครั้งดังกล่าว สืบเนื่องมาจากอาการป่วยของเอกชัยที่เป็นโรคฝีในตับติดเชื้อในระหว่างถูกคุมขังและมีอาการเจ็บบริเวณตับ ปัสสาวะไม่สุด ก่อนถูกส่งไปตัวรักษาในโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่งปัจจุบันเอกชัยถูกส่งตัวกลับไปคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรมแล้ว

จนถึงวันนี้ (3 เม.ย.69) เอกชัยถูกขังระหว่างฎีกามาเป็นระยะเวลา 211 วัน หรือเกือบ 7 เดือนแล้ว

 

ก่อนหน้านั้น ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำคุก 21 ปี 4 เดือน “เอกชัย หงส์กังวาน” ส่วนจำเลยอีก 4 คน ประกอบด้วย บุญเกื้อหนุน เป้าทอง, สุรนาถ แป้นประเสริฐ, ชนาธิป ชัยยะยางกูร และภาณุภัทร ไผ่เกาะ โดนโทษจำคุก 16 ปี ในความผิด ประทุษร้ายพระราชินี หรือรัชทายาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 110 , ข้อหาชุมนุมมั่วสุมตามมาตรา 215 และข้อหากีดขวางจราจรตาม พ.ร.บ.จราจรฯ

โดยศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 80, 215 วรรคหนึ่ง, 385 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เฉพาะจำเลยที่ 1 และ ที่ 3 ยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 วรรคสามด้วย

และจำเลยทั้งห้ามีความผิดทางพินัยตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 114 วรรคหนึ่ง, 148 วรรคหนึ่ง (เดิม) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

การกระทำของจำเลยทั้งห้าเป็นการกระทำ กรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันพยายามกระทำการประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี ซึ่งต้องระวางโทษเช่นเดียวกับมาตรา 110 วรรคหนึ่งตามมาตรา 110 วรรคสอง อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุกคนละ 16 ปี เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 21 ปี 4 เดือน

ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.765/2562 และคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.1032/2562 ของศาลชั้นต้นนั้นเมื่อปรากฏว่าคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.765/2562 ศาลชั้นต้นไม่ได้พิพากษาลงโทษจำคุก ส่วนคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.1032/2562 คดีถึงที่สุดศาลฎีกาพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปีและจำเลยที่ 1 ถูกจำคุกครบกำหนดโทษแล้วจึงไม่อาจนับโทษต่อได้ ให้ยกคำขอในส่วนนี้

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

น่านสืบสานประเพณีแข่งเรือเอกลักษณ์น่าน สานสัมพันธ์น่านเหนือ–กลาง–ใต้ รวมพลังทุกภาคส่วนอนุรักษ์วิถีวัฒนธรรมริมสายน้ำ
แม่ลาน้อยเร่งฟื้นฟู คืนบ้านสะอาดให้ 50 ครัวเรือน เสริมกระสอบทรายจุดเสี่ยงบ้านแม่ลาน้อย หมู่ 1 กันท่วมซ้ำ
“กำนันตู้” ผนึกกำลัง กมธ.สภาผู้แทนราษฎร จัดสัมมนาใหญ่กำแพงเพชร เปิดเวทีฟังเสียงปชช. พร้อมมอบบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่
อบต.วังทอง” โชว์นวัตกรรมชุมชนบนเวทีรัฐสภา คว้ารางวัลระดับ “ดีมาก“ “Policy to People” ตอกย้ำพลังท้องถิ่นกำแพงเพชร
ทีมเทนนิสไทยสู้สุดใจ! คาซัคสถานคว้า 2 แมตช์แรก นำ 2-0 เดวิสคัพ
“รวี เล็กอุทัย” สส.อุตรดิตถ์ ลุยพื้นที่ลับแล ห่วงใยชาวบ้านเหตุไฟไหม้บ้านวอด ส่งกำลังใจเคียงข้างช่วงยากลำบาก

ดู LIVE รายการ