สื่อโลกแฉหลักฐาน มัดผิด “กองทัพมะกัน” มั่วใช้ข่าวกรองล้าสมัย พลาดโจมตีโรงเรียนประถมหญิง อิหร่าน สูญเสีย 168 ชีวิต

สื่อโลกแฉหลักฐาน มัดผิด "กองทัพมะกัน" มั่วใช้ข่าวกรองล้าสมัย พลาดโจมตีโรงเรียนประถมหญิง อิหร่าน สูญเสีย 168 ชีวิต

จากกรณีที่กองกำลังทหารอิสราเอล ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้เลือกโจมตีอิหร่านแบบจู่โจม เมื่อวันเสาร์ที่ 28 ก.พ. 2569 และหนึ่งในเป้าหมายถูกทำลาย กลายเป็นโรงเรียนประถมศึกษาในเมืองมินาบ ทางตอนใต้ของอิหร่าน และมียอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 168 คน

ล่าสุด สำนักข่าวอาร์ที ได้เผยแพร่ข้อมูลโดยอ้างอิง หนังสือพิมพ์ “นิวยอร์กไทมส์” อ้างมีหลักฐานเป็นภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อยืนยันว่ามีบ่งชี้ว่ากองกำลังทหารสหรัฐน่าจะเป็นผู้ทิ้งระเบิดใส่โรงเรียนประถมหญิงในเมืองมินาบ จนทำให้มีเด็กและเจ้าหน้าที่เสียชีวิตอย่างน้อย 168 คน

โดยสรุปในบทวิเคราะห์ที่ถูกตีพิมพ์ ระบุว่า กองกำลังสหรัฐฯน่าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ทิ้งระเบิดโรงเรียนประถมศึกษาในเมืองมินาบ “การโจมตีโรงเรียนหญิงชาจาราห์ ตัยยิเบห์ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เกิดขึ้นในวันแรกของการโจมตีอิหร่านโดยไม่มีเหตุผลจากสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งส่งผลให้ผู้นำสูงสุด อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี และผู้บัญชาการระดับสูงของอิหร่านหลายคนเสียชีวิต รวมถึงพลเรือนอีกหลายร้อยคน และการโจมตียังคงดำเนินต่อไปจนถึงปัจจุบัน

ข่าวที่น่าสนใจ

จากการวิเคราะห์ซึ่งอิงจากภาพถ่ายดาวเทียม ที่เพิ่งเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย ได้รับการยืนยันจากวิดีโอที่มีการระบุตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ ก่อนที่หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ จะสรุปว่าโรงเรียนดังกล่าวถูกโจมตีด้วยการโจมตีแบบแม่นยำในเวลาเดียวกับการโจมตีหลายครั้งโดยกองกำลังสหรัฐฯ ต่อฐานทัพเรือที่อยู่ติดกันซึ่งเป็นของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC)

ทั้งนี้ภาพถ่ายแสดงให้เห็นว่าอาคารเรียน ถูกแบ่งแยกออกจากบริเวณพื้นที่เคยเป็นค่ายทหารในปี 2016 และมีลักษณะชัดเจนว่าเป็นสถานที่ทางการศึกษาสำหรับพลเรือน รวมถึงสนามกีฬาและภาพวาดฝาผนังของเด็กๆ

“เวส เจ. ไบรอันต์” อดีตผู้เชี่ยวชาญด้านการกำหนดเป้าหมายของกองทัพอากาศสหรัฐฯ กล่าวกับหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ว่า การโจมตีดังกล่าว แม่นยำสมบูรณ์แบบ” และบ่งชี้ว่าโรงเรียนอาจเป็น”การระบุเป้าหมายผิดพลาด”หรือถูกโจมตีโดยอาศัยข้อมูลข่าวกรองที่ล้าสมัย

เช่นเดียวกับ “บีบีซี” ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ที่คล้ายกัน โดยระบุว่าภาพถ่ายดาวเทียม ชี้ให้เห็นว่าโรงเรียนถูกโจมตีหลายครั้ง เมื่อพิจารณาจากร่องรอยการไหม้รอบอาคาร และความใกล้เคียงกันของจุดที่ถูกโจมตีระหว่างฐานทัพของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) กับโรงเรียน ซึ่งบ่งชี้ว่า”เป็นการโจมตีพื้นที่โดยเจตนา”

 

ก่อนหน้านั้น ทำเนียบขาวและกระทรวงกลาโหมให้คำตอบที่คลุมเครือ โดยโฆษกประจำทำเนียบขาว คาโรลีน ลีวิตต์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า“กระทรวงกลาโหมกำลังตรวจสอบเรื่องนี้อยู่” ขณะที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พีท เฮกเซธ ยืนยันว่ากองกำลังสหรัฐฯ“ไม่เคยโจมตีเป้าหมายพลเรือน”

ทางด้าน สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเรียกร้องให้มีการสอบสวน โดยระบุว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นตัวอย่างของ“ความไร้เหตุผลและความโหดร้ายของความขัดแย้งนี้”องค์การยูเนสโก กล่าวว่า“การสังหารนักเรียน”ถือเป็น“การละเมิดอย่างร้ายแรง”ต่อกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

โดยหลายประเทศได้ประณามการโจมตีครั้งนี้อย่างรุนแรง “มาเรีย ซาคาโรวา” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวถึงเหตุการณ์ที่มินาบว่าเป็น“การสังเวยให้แก่กองกำลังแห่งความชั่วร้าย”

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

มวล.จัด “Walailak Research Day 2026” โชว์งานวิจัยเด่น ดันนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริง
ศุลกากรที่ 4 ลุยสกัดของผิดกฎหมาย จับ 1,964 คดี มูลค่ากว่า 216 ล้าน ยึดเมล็ดกาแฟลักลอบกว่า 20 ตัน
“คนบางสะพานไม่ทิ้งกัน” ชาวบ้านจับมือทหารพราน–อุทยาน–กู้ภัย ลุยกำจัดวัชพืชอ่างโป่ง 30
ฝ่ายปกครองเมืองพัทลุงเปิดปฏิบัติการ “พัทลุงปลอดภัย 90 วัน” บุกตรวจขนำ รวบผู้ต้องหาพร้อมปืน–สิ่งเสพติด
โรงเรียนอนุบาลแพรกษาวิเทศศึกษา จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ส่งเสริมความเป็นไทยก้าวไกลสู่อาเซียน
มูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติดและเครือข่าย บุกพรรคภูมิใจไทย ยื่นขอ “นายกฯ” ลงนาม ส่งร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ฉบับภาคประชาชน เข้าสภา

ดู LIVE รายการ