วันที่ 6 มี.ค.69 ที่รัฐสภา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วยนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม นำคณะ สส.ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ จำนวน 54 คน เข้ารายงานตัวต่อสภาผู้แทนราษฎร
โดย ร.อ.ธรรมนัส สวมใส่ชุดสูทสีดำ เนคไทสีเขียว เดินทางถึงเวลา 11.00 น. ลงจากรถพร้อมกันทั้งคณะด้านหน้าประตูอาคารรัฐสภา ก่อนจะเดินเท้าเข้ามายังศาลพระภูมิ พระสยามเทวาธิราช ศาลตายาย โดยทีมงานพรรคได้เตรียมพวงมาลัยดอกไม้ธูปเทียนไว้ให้แล้ว ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ยิ้มทักทายสื่อมวลชน พร้อมกล่าวแนะนำ สส.ใหม่ที่เข้ามาสมัยแรกด้วยว่า “สำหรับสส.ใหม่นี่คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำรัฐสภา คือ พระสยามเทวาธิราช ทางขวามือคือศาลตายาย เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราในฐานะ ที่เราเป็นสส. ควรมากราบไหว้ก่อนเข้าทำหน้าที่ วันนี้พวกท่านก็จะเป็นสส.แบบเต็มรูปแบบ”
ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัสได้สวดขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่สักครู่หนึ่ง ซึ่งผู้สื่อข่าวถามว่าขออะไร ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การขอพรเป็นความลับบอกไม่ได้
จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส ได้นำสส.พรรคกล้าธรรม เข้ารายงานตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ต่อสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดย ร.อ.ธรรมนัสได้ทักทายสื่อมวลชนประจำรัฐสภาที่รออยู่ด้านในว่า “ไม่เจอกันตั้งนาน” ก่อนเข้าไปรายงานตัว , แล้วออกมาถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน
จากนั้นให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ถึงกรณีได้มีการพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยในการร่วมรัฐบาลแล้วหรือยัง ว่า ยืนยันว่า ยังไม่ได้คุยกับใครตามที่เคยให้สัมภาษณ์หลังจากกลับจากต่างประเทศ
เมื่อถามว่า ขณะนี้พูดได้หรือไม่ว่า พรรคกล้าธรรมเป็นฝ่ายค้าน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ถ้าตนได้รับมอบหมายให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก็จะมีความชัดเจนว่า พรรคไหนบ้างจะเข้าร่วมรัฐบาล แต่ตอนนี้เราไม่ใช่พรรคแกนนำ เราจึงให้เกียรติถึงที่สุด เพราะเป็นมารยาทของพรรคการเมือง
เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรที่ขณะนี้โผ ครม.ยังไม่มีชื่อของพรรคกล้าธรรมเลย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนเป็นนักการเมืองปีนี้มาเป็นปีที่ 7 ที่เป็น สส. มีช่วงหนึ่งก็เคยเป็นฝ่ายค้านร่วมกับพี่น้องที่มาจากพรรคพลังประชารัฐ ดังนั้น ตนไม่รู้สึกอะไร เราทำได้ทุกหน้าที่





