“ดร.สมชาย” ชี้ชัดเหตุรุนแรง “ภูมิภาคตะวันออกกลาง” ไม่ถึงจุดชนวนสงครามโลก แค่สหรัฐไม่ไว้ใจอิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ราคาน้ำมันมีหลายปัจจัยต้องจับตา

"ดร.สมชาย" ชี้ชัดเหตุรุนแรง "ภูมิภาคตะวันออกกลาง" ไม่ถึงจุดชนวนสงครามโลก แค่สหรัฐไม่ไว้ใจอิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ราคาน้ำมันมีหลายปัจจัยต้องจับตา

“ดร.สมชาย” ชี้ชัดเหตุรุนแรง “ภูมิภาคตะวันออกกลาง” ไม่ถึงจุดชนวนสงครามโลก แค่สหรัฐไม่ไว้ใจอิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ราคาน้ำมันมีหลายปัจจัยต้องจับตา

 

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

วันนี้ (2 มี.ค.69) รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง ให้สัมภาษณ์กับ “ทีมข่าวท็อปนิวส์” ถึงประเด็นการสู้รบในตะวันออกกลาง ว่า จุดเริ่มต้นของการปะทะเกิดขึ้นจากอิสราเอลมองว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคาม จึงต้องหาทางกำจัด ส่วนสหรัฐอเมริกาที่ให้การสนับสนุนอิสราเอล เพราะมองว่าอิสราเอลเป็นองค์ประกอบของการถ่วงดุลในตะวันออกกลาง ที่เกี่ยวกับฐานอำนาจของอเมริกาในตะวันออกกลาง

 

ทั้งนี้ อิหร่านเป็นประเทศที่มีความสามารถด้านความมั่นคงสูง หากดูจากประชากร มีมากกว่าอิสราเอลถึง 10 เท่า เกือบ 100 ล้านคน และสามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์ขึ้นมาได้ ขณะเดียวกันอิสราเอลก็มีนิวเคลียร์อยู่แล้ว แต่ไม่ได้เปิดเผยออกมา รวมทั้งอิหร่านเป็นมหาอำนาจคุมกลุ่มแกนนำด้านการต่อต้าน ประกอบด้วย ฮิซบอลเลาะห์ ที่อยู่ในเลบานอน, ฮามาสในฉนวนกาซา, มิลีเชียในอิรัก, ฮูตีในเยเมน และกลุ่มในซีเรียด้วย ซึ่งอิสลาเอลรบกับพวกฮิซบอลเลาะห์ และฮามาสมาโดยตลอด

 

ขณะเดียวกันอิหร่านยังประกาศชัดว่าไม่ยอมรับอัตลักษณ์ของอิสราเอล เพราะมองว่าอิสราเอลก่อตั้งขึ้นมาในลักษณะที่ผิดกฎหมาย เพียงเป็นชาวยิวที่ต้องการโหยหาและเรียกร้องการตั้งชาติจนประสบความสำเร็จ และเป็นการตั้งขึ้นมาทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งกับกลุ่มปาเลสไตน์ ดังนั้นการที่อิหร่านไม่ยอมรับ ทำให้อิสราเอลมองว่าเรื่องดังกล่าวนั้นเป็นภัยคุกคาม ฉะนั้นจึงต้องกำจัด

 

 

พร้อมกันนี้ อิหร่านกับสหรัฐอเมริกาได้ทำข้อตกลงในปี 2015 ซึ่งเป็นข้อตกลง 6 ฝ่าย ประกอบด้วย 5 มหาอำนาจของสหประชาชาติ ซึ่งรวมสหรัฐอเมริกาและเยอรมันอยู่ในนั้นด้วย เป็นการทำข้อตกลงในยุคสมัยของประธานาธิบดีบ ารัค โอบามา เมื่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เข้ามาดำรงตำแหน่ง ก็ได้ถอนตัวออกไป ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวมีการตกลงว่าจะลดการแซงชั่นอิหร่าน แลกกับการที่อิหร่านไม่ผลิตอาวุธนิวเคลียร์ จนถึงปี 2025 แต่เมื่อสหรัฐอเมริกาถอนตัว อิหร่านจึงมองว่าเป็นการละเมิด

ฉะนั้นการละเมิดของสหรัฐอเมริกา ทำให้อิหร่านมองว่าสามารถขยายเอนริช ยูเรเนียม ได้ถึง 60% ซึ่งเห็นได้ชัดว่าอิหร่านกำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยอิหร่านให้เหตุผลว่าไม่ได้ผลิตนิวเคลียร์ จึงทำให้อิสราเอลและอเมริกาไม่ไว้ใจอิหร่าน สหรัฐอเมริกาจำเป็นต้องจำกัดขีปนาวุธของอิหร่าน ทำให้อิสราเอลและสหรัฐอเมริกามีจุดประสงค์ต้องการเปลี่ยนรัฐบาลของอิหร่าน

เมื่อถามว่าใกล้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 หรือยัง รศ.ดร.สมชาย กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไปไม่ถึง เพราะสงครามโลกครั้งที่ 3 จะเกิดขึ้นได้จะต้องมีจีนและรัสเซียเข้าร่วม

เมื่อถามต่อว่า สงครามที่เกิดขึ้นจะสร้างผลกระทบเกี่ยวกับโครงสร้างด้านน้ำมันของประเทศไทยหรือไม่ รศ.ดร.สมชาย กล่าวว่า วันนี้ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะสหรัฐอเมริกาและอิหร่านก็ยังไม่สามารถบอกข้อมูลตรงนี้ได้ แต่ปัจจุบันน้ำมันมีการผลิตล้นตลาด การผลิตต่อวันอยู่ที่ 1.108 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่ความต้องการ 1.04 ล้านบาร์เรลต่อวัน ฉะนั้นมีน้ำมันเหลืออยู่ที่ 2 ล้านถึง 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะเดียวกันซาอุดิอาระเบีย ก็มองสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ต้องเพิ่มการผลิตน้ำมัน เพื่อทำให้ราคาน้ำมันไม่เพิ่มสูงขึ้น ส่วนน้ำมันที่เพิ่มขึ้นนั้นก็เป็นเพียงจิตวิทยา

นอกจากนี้อิหร่านไม่ได้ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากจะไปกระทบกับพันธมิตรกับจีน และจะเป็นการสร้างศัตรูอีกจำนวนมาก แต่ปัจจุบันก็ยังไม่มีใครกล้าผ่านช่องแคบดังกล่าว ทำให้เส้นทางเรื่องน้ำมันนั้นสูงขึ้น แต่ราคาน้ำมันจะสูงขึ้นเท่าไหร่นั้นก็ขึ้นอยู่กับการรบว่าจะใช้เวลานานเท่าไหร่ ดังนั้นการจะให้การรบจบเร็วที่สุด อิหร่านจะต้องทำให้เศรษฐกิจประเทศพันธมิตรของสหรัฐอเมริกาได้รับผลกระทบ ทั้งเรื่องน้ำมันและการท่องเที่ยว เมื่อเกิดการกระทบมากๆ กลุ่มประเทศพันธมิตรจะไปบีบสหรัฐอเมริกาให้หยุดโจมตีอิหร่านเอง

ส่วนราคาน้ำมันในประเทศไทยจะเพิ่มสูงขึ้นหรือไม่นั้น ต้องดูที่การขนส่งว่าเกิดการติดขัดระหว่างทางหรือไม่ เช่น เส้นทางการเดินเรือ และสงครามที่เกิดขึ้นนั้นนานหรือไม่ รวมทั้งมีสต๊อกน้ำมันในประเทศไทยเพียงพอหรือไม่ แต่หากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นสูงอย่างมีนัยยะสำคัญ อาจจะส่งผลให้เกิดเงินเฟ้อในประเทศได้ รวมถึงการผันผวนในตลาดหุ้น ซึ่งจะทบกับการค้าระหว่างประเทศ และ GDP ของโลก

เมื่อถามอีกว่า ท่าทีของรัฐบาลไทยควรเป็นอย่างไรในสงครามตะวันออกกลาง รศ.ดร.สมชาย กล่าวว่า เราไม่ต้องอยู่กับใคร แต่ขอให้หาทางในการคลี่คลายสถานการณ์เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคมโลก และนำไปสู่ข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม ซึ่งประเทศไทยไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะไปประณามใครและเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

"เวียตเจ็ทไทยแลนด์" คว้ารางวัล "Best Companies to Work for in Asia 2026" 2 ปีซ้อน
ความเหมือน(แต่)แตกต่าง!! บ่นยับ "ดอนเมืองโทล์ลเวย์" อ้างน้ำลดให้ย้ายรถพ้นทางยกระดับ เสียงชื่นชมกระหึ่ม "ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์-ศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต" ขยายเวลานำรถออก บรรเทาเดือดร้อนผู้ได้รับผลกระทบ "น้ำท่วมรังสิต-ปทุมฯ"
MEA แท็กทีม "ช่างไฟจิตอาสา MEA" พร้อมลงพื้นที่! เปิดรับสมัครภาคีเครือข่ายช่างไฟจิตอาสา เพิ่มพลังน้ำใจ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
เช็กด่วน! สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม นายจ้างและผู้ประกันตน อย่าลืมตรวจสอบรายชื่อและสถานที่เลือกตั้ง พร้อมยื่น เพิ่ม–ถอนชื่อ
ในวิกฤตมีเซอร์ไพรส์!! "หมอพรทิพย์" เปิดประสบการณ์เผชิญน้ำท่วมสัมมากร บังเอิญเจอ "ก้อง สหรัถ" เป็นอาสาขับรถช่วยผู้คน แถม พบ "จอห์น นูโว" มาส่งขนมปังลูกค้า ในวันเสบียงหมดครัว!!
"นายกฯอนุทิน" สั่งระดมสูบน้ำ ยันไม่ท้อลงพื้นที่น้ำท่วม เจอเสียงด่า ลั่นโชคดีแล้วโดนบ่นแค่นี้ ยินดีกราบขออภัย นำทุกเสียงวิจารณ์ผ่านสองรูหู หาทางแก้ไขให้พรุ่งนี้ดีขึ้น!!

ดู LIVE รายการ