“สันติสุข” ซัดเป็นใคร ทำไมต้องโกหกขนาดนี้ ลั่นฟังไม่ขึ้น อ้างจัดซื้อ ATK จากบริษัทเดียว-แบ่งซื้อ 5 ล็อต คือการบริหารสต็อกในภาวะฉุกเฉิน!

"สันติสุข" ซัดเป็นใคร ทำไมต้องโกหกขนาดนี้ ลั่นฟังไม่ขึ้น อ้างจัดซื้อ ATK จากบริษัทเดียว-แบ่งซื้อ 5 ล็อต คือการบริหารสต็อกในภาวะฉุกเฉิน!

วันที่ 31 ม.ค. 68 นายสันติสุข มะโรงศรี พิธีกรรายการรู้ทันคดีโกง Top News โพสต์ข้อความระบุว่า เป็นใคร ทำไมต้องโกหกขนาดนี้? … อ้างว่า จัดซื้อ ATK ยี่ห้อ Standard Q จากบริษัทรายเดียว หลายครั้ง เป็นการบริหารสต็อกตามความไม่แน่นอนในภาวะฉุกเฉิน… ฟังไม่ขึ้นเลย เพราะอะไร

ความจริง เข้าร่วมปฏิบัติการเชิงรุกในกรุงเทพฯ 3 ครั้ง ช่วงก.ค.–ส.ค. 2564 เสร็จสิ้นไปแล้ว

หลังจากนั้น ช่วงเดือนต.ค.–ธ.ค. 2564 จึงจัดทำเอกสารและดำเนินการ “จัดซื้อย้อนหลัง” แบ่งเป็น 5 ครั้ง รวม 42,854 ชุด ราคาชุดละ 230 บาท รวมเป็นเงิน 9,856,420 บาท การจัดซื้อไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการบริหารสต็อกในภาวะฉุกเฉิน ตามที่อ้างแล้วนะครับ

ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ในสำนวนวินิจฉัยว่า “วัตถุประสงค์ที่แท้จริง” ของการจัดซื้อดังกล่าวเป็นการซื้อย้อนหลังของพัสดุชนิดเดียวกัน จากผู้ขายรายเดียวกัน และสมควรต้องจัดซื้อ “ครั้งเดียว” เพื่อเสนอผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไป เนื่องจากวงเงินรวมเกินอำนาจผู้อำนวยการโรงพยาบาล

 

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

การแยกเป็น 5 รายการให้แต่ละครั้งต่ำกว่า 2 ล้านบาท เป็นการ “ลดวงเงินเพื่อให้อำนาจสั่งซื้อเปลี่ยนแปลงไป” โดยไม่ปรากฏเหตุจำเป็นหรือประโยชน์/ความคุ้มค่าเพิ่มเติม (ได้ราคาต่อชุด 230 บาทเท่ากันทุกครั้ง) เข้าลักษณะการแบ่งซื้อที่ระเบียบกระทรวงการคลังฯ พ.ศ. 2560 ข้อ 20 ห้ามกระทำ คำชี้แจง “รับฟังไม่ได้”

สรุปว่า ลักษณะเป็นการแบ่งซื้อ-แบ่งจ้าง

แถมการตรวจรับมีช่องโหว่ เพราะเป็นการซื้อย้อนหลังภายหลังใช้พัสดุไปแล้ว และไม่รีบรายงานขอความเห็นชอบต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อเป็นหลักฐานการตรวจรับโดยอนุโลม จึงนับว่ามีข้อพิรุธถึงจำนวนชุดตรวจ Antigen test Kit (ATK) ที่ใช้จริงในช่วงเวลานั้น

หลังจากนั้น โรงพยาบาลต้นสังกัดยังเบิกเงินค่าตรวจไป 17,515,750 บาท (สปสช.โอนเงินดังกล่าวผ่านระบบคอมพิวเตอร์โปรแกรม E-Budget บัญชีเงินฝากเลขที่ 01…….ธนาคาร ธกส.) ถ้าหักค่า ATK 9,856,420 บาท ก็จะเหลือประมาณ 7,600,610 บาท นะครับ

 

 

 

ทั้งหมดนี้ รู้ว่าถูกสอบสวนวินัยร้ายแรงอยู่ก่อนจะลาออกมาลง ส.ส. นะครับ (พรรคก็ยังส่งลง สส. เนาะ) พอโดนมติผิดวินัยร้ายแรง ให้ออกจากราชการ ก็อ้างอีกว่า “ไม่เคยถูกเรียกมาให้ปากคำเลย ”

แต่ในรายงานการสอบสวนมีหลักฐานว่า ได้มารับทราบข้อกล่าวหา และปฏิเสธข้อกล่าวหา รวมถึงภายหลังได้ยื่นหนังสือชี้แจงเป็นเอกสารแก่คณะกรรมการสอบสวนด้วย

นี่คือข้อมูลความจริงครับ มันต่างกับที่ไปปั่นหาเสียง ป่าวร้องขอคะแนนสงสารจากประชาชนในวันนี้นะครับ ใครจะผิด-จะถูก ยังมีโอกาสต่อสู้ชี้แจงตามขั้นตอนกระบวนการกฎหมายต่อไปนะครับ

แต่ประชาชนที่หลงเชื่อ หลงเชียร์ เห็นใจ สงสาร หลงใหลไปกับคำหาเสียงและการปั่นกระแส ได้พิจารณาความจริงเหล่านี้หรือยังครับ บอกความจริงแก่ประชาชนให้หมดเถอะครับ ถ้าจริงใจกับประชาชนจริงๆ ไม่ใช่เห็นแก่ตัว

 

 

 

 

ทั้งนี้ยังระบุเพิ่มเติมว่า แบ่งซื้อ 5 ครั้ง ไม่เกี่ยวบริหารสต็อกยาวฉุกเฉินอะไรเลย เพราะลงพื้นที่เสร็จไปแล้ว

 

 

 

ก่อนหน้านั้น “สำนักข่าว Next News” ได้นำเสนอ เอกสารสอบสวน “หมอสุภัทร” ระบุว่า การนำ ATK ของเอกชนมาใช้ก่อนในช่วงบุกกรุงช่วยโควิด แต่กระบวนการซื้อย้อนหลังกลับมาแบ่งซื้อ 5 ครั้งให้อยู่ในอำนาจการอนุมัติของตัวเอง และไม่รายงานต่อผู้บังคับบัญชา จึงผิดวินัยร้ายแรง

โดยแยกประเด็นการชี้มูลผิด กรณีนายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ ได้ดำเนินการจัดซื้อและได้สั่งอนุมัติให้จัดซื้อวัสดุวิทยาศาสตร์การแพทย์ รายการเวชภัณฑ์ชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ATK) ครั้งละวงเงินไม่เกิน 2,000,000 บาท จำนวน 5 ครั้ง อันเป็นการแบ่งซื้อฯ ฝ่าฝืนระเบียบ/กฎหมายพัสดุ ทำให้ราชการเสียหายอย่างร้ายแรง เป็นข้อ ๆ โดยสรุปบางส่วนดังนี้

(1) ประเด็นการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง กรณีจัดซื้อ ATK ยี่ห้อ Standard Q จากบริษัท นำวิวัฒน์การช่าง (1992) จำกัด รวม 42,854 ชุด เป็นเงิน 9,856,420 บาท

ข้อเท็จจริงโดยสรุป โรงพยาบาลจะนะเข้าร่วมปฏิบัติการเชิงรุกในกรุงเทพฯ 3 ครั้ง (ก.ค.-ส.ค. 2564) และระหว่างปฏิบัติการได้ “ขอยืม” ATK ยี่ห้อ Standard Q ของบริษัท นำวิวัฒน์การช่าง (1992) จำกัด มาใช้ก่อน ต่อมาภายหลัง (ต.ค.-ธ.ค. 2564) โรงพยาบาลจึงจัดทำเอกสารและดำเนินการ “จัดซื้อย้อนหลัง” รวม 42,854 ชุด ราคาชุดละ 230 บาท รวมเป็นเงิน 9,856,420 บาท

 

(2) ประเด็นการตรวจรับพัสดุ และการไม่รีบรายงานขอความเห็นชอบต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ (เพื่อเป็นหลักฐานการตรวจรับโดยอนุโลม)

ข้อเท็จจริงโดยสรุป ภายหลังการจัดซื้อย้อนหลังทั้ง 5 รายการ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดซื้อและคณะกรรมการตรวจรับ และมีเอกสารตรวจรับตามวันที่ส่งมอบในแต่ละรอบ อย่างไรก็ดี ข้อพิจารณาในสำนวนเห็นว่า คณะกรรมการตรวจรับตามคำสั่งดังกล่าว “ไม่ได้ร่วมปฏิบัติการที่กรุงเทพฯ” และเมื่อเป็นการซื้อย้อนหลังภายหลังใช้พัสดุไปแล้ว จึงไม่มีกระบวนการตรวจนับ/ตรวจสอบพัสดุโดยแท้จริง บุคลากร ที่ไปร่วมปฏิบัติการแม้จะเกี่ยวข้องกับการใช้ ATK แต่ไม่ได้เป็นคณะกรรมการตรวจรับตามที่แต่งตั้งไว้  จึงทำให้คำชี้แจงเรื่อง “มีการตรวจรับ” รับฟังไม่ได้

(3) ประเด็นการกำหนดราคากลาง ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โรงพยาบาลจะนะได้ดำเนินการจัดซื้อวัสดุวิทยาศาสตร์การแพทย์ รายการชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) Antigen test Kit (ATK) จำนวน 5 รายการ ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม 2564 ในราคาชุดละ 230 บาท โดยไม่พบว่ามีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลาง และไม่ปรากฏราคากลางที่เป็นทางการ แต่ใช้วิธีการโทรศัพท์สอบถามราคาจากโรงพยาบาลข้างเคียงเป็นแหล่งที่มาของราคา (ราคาอ้างอิง) แล้วนำมาใช้เป็นฐานราคาในการจัดซื้อเป็นคราวๆ

อีกทั้งไม่พบว่ามีการเทียบราคาที่เคยซื้อหรือจ้างครั้งหลังสุดภายในระยะเวลาสองปีงบประมาณตามแนวทางที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 4 ซึ่งวางลำดับแหล่งที่มาของราคาไว้ก่อน-หลัง

(4) ประเด็นการจัดซื้อเวชภัณฑ์ Antigen test Kit Covid-19 ชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) Antigen test Kit (ATK) ยี่ห้อ Standard Q Covid-19 Ag test เป็นจำนวนมาก ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายวินิจฉัยได้ว่า หากพิเคราะห์ถึงจำนวนผู้เข้ารับการตรวจคัดกรองที่โรงพยาบาลจะนะได้ออกหน่วยเชิงรุกพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้ง 3 ครั้ง ซึ่งปรากฏข้อมูลว่า กระทรวงสาธารณสุขโดยกลุ่มแพทย์ชนบทลงปฏิบัติงานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 14 – 16 กรกฎาคม 2564 (จำนวน 3 วัน) ดำเนินการตรวจโดยใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) จำนวน 19,871 ราย

ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 21 – 23 กรกฎาคม 2564 (จำนวน 3 วัน) ดำเนินการตรวจโดยใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) จำนวน 31,518 ราย

ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 4 – 10 สิงหาคม 2564 (จำนวน 7 วัน) ดำเนินการตรวจโดยใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) จำนวน 141,516 ราย

ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขโดยกลุ่มแพทย์ชนบทลงปฏิบัติงานในพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้ง 3 ครั้ง จึงใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 192,905 ราย ประกอบกับมีพยานบุคคลให้ข้อมูลว่าในแต่ละวันการออกหน่วยเชิงรุกพื้นที่กรุงเทพมหานครของเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลจะนะ สามารถตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อได้ไม่เกินวันละ 2,000 ราย

 

สรุปผลการสอบวินัยร้ายแรง ‘หมอสุภัทร’ ฉบับเต็ม… สามารถติดตามต่อได้ที่ “สำนักข่าว Next News”

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

สงขลารวมใจภักดิ์ ร่วมน้อมถวายอาลัย “เสด็จสู่สวรรคาลัย” รวมพลังประชาชนกว่า 2,600 คน แสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
"กรมอุตุฯ" เผย ไทยยังมีฝนตกหนัก เตือน 56 จังหวัด เสี่ยงน้ำท่วม-น้ำป่า กทม. ฝนถล่ม 80%
เมินขัดแย้งสหรัฐ!! "ปธน.มาครง" เปิดอกคุยนายกฯแคนาดา ยกระดับสัมพันธ์ 2 ชาติ+อียู ร่วมมือด้านพลังงาน-ความมั่นคง
"กระทรวงพลังงาน" แจง "ราคาน้ำมันเฉลี่ยในอาเซียน" "เอกนัฏ" ยันบริหารราคาดีเซลใกล้ชิด เกาะติดต้นทุน ค่าการกลั่น!!
วงดนตรีจิตกุศล CATTLEYA ส่งต่อ "เสียงเพลงแห่งความสุขริมเจ้าพระยา" เติมสีสันค่ำคืนท่าเตียน
วธ. จ่อแถลงดรามา "ชุดไทย" กำลังประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งหาแนวทางเผยแพร่มรดกชาติสู่สากล

ดู LIVE รายการ