“ธรรมนัส” นำทัพพรรคกล้าธรรม เปิดเวทีปราศรัยใหญ่เชียงราย ชาวบ้านนับหมื่นแห่ฟังล้นสนามกีฬากลาง

"ร.อ.ธรรมนัส" นำทัพพรรคกล้าธรรมเปิดเวทีปราศรัยใหญ่เชียงราย ประชาชนนับหมื่นแห่ฟังล้นสนามกีฬากลาง ชูจุดเด่น "เจ้าของพรรคตัวจริง-ไม่ใช่ตัวแทนใคร" ประกาศพลิกโฉมเกษตรเชียงรายด้วยโฉนดครุฑแดงและการบริหารน้ำระบบใหม่

เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 69 เวลา 16.30 น. ที่สนามกีฬากลางจังหวัดเชียงราย “พรรคกล้าธรรม” เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ปรึกษาพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วย ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค และ นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาพรรค ร่วมด้วยผู้สมัคร สส. ทั้ง 6 เขตของจังหวัดเชียงราย เพื่อแสดงพลังและความพร้อมสู่การเลือกตั้งปี 69 โดยมีประชาชนที่ทราบข่าวได้มารอฟังการปราศรัยนับหมื่นคน

บรรยากาศการฟังเวทีปราศรัยในช่วงเย็นวันนี้เป็นไปด้วยความคึกคัก โดยทีมจัดงานเอาบอลลูนที่ทำมาเป็นพิเศษเป็นรูปของ ร.อ.ธรรมนัส หมายเลขพรรค และนโยบายพรรค มาจัดแสดงประดับทั่วเวทีปราศรัย สร้างความแปลกใหม่และตื่นตาให้กับคนที่มารอฟังการปราศรัยเป็นอย่างมาก และพิธีกรบนเวทีเริ่มเปิดเวทีโดยการแนะนำตัวผู้สมัครทั้ง 6 คน จาก 7 เขตเลือกตั้ง และมีการเชิญ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค ขึ้นมากล่าวปราศรัย ซึ่ง ดร.นฤมล ได้กล่าวเปรียบเทียบการหาเสียงของพรรคการเมืองเมื่อครั้งอดีตที่ผ่านมา ที่ต่างก็รับปากว่าจะทำนโยบายขายฝันต่างๆนานา แต่พอได้เข้าไปบริหารประเทศกลับไม่ทำตามที่พูด หรือการเลือกผู้สมัครที่ถูกใจไปบริหารประเทศ แต่พอถึงเวลาจริงกลับได้อีกคน ไม่ตรงปก เหมือนโดน “แก๊งสแกมเมอร์” หลอกไปวันๆ โดยรับปากว่าหากเลือกพรรคกล้าธรรมจะได้ ร.อ.ธรรมนัส เข้าไปเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เลือก “ธ” ต้องได้ “ธ” อย่างแน่นอน

จากนั้นนางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้ได้มาพบปะพูดคุยกับผู้รอฟังการปราศรัย โดยนางปวีณา เผยว่า ที่ผ่านมาเดินทางมาเชียงรายบ่อยครั้งเพื่อช่วยเหลือสตรีที่ถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ และการตัดสินใจร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมเนื่องจากเล็งเห็นว่าเป็นพรรคที่เข้าใจปัญหาสังคมอย่างแท้จริง และให้โอกาสตนได้ทำงานช่วยเหลือภาคสังคมอย่างเต็มที่ 100% และปิดท้ายเวทีด้วยการพูดปราศรัยของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ได้รับเสียงเชียร์และกำลังใจจากคนที่มารอฟังการปราศรัยอย่างคึกคักอบอุ่น

โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหลังจากลงเวทีปราศรัยว่า ช่วงเช้าตนและคณะได้เดินทางไปตรวจราชการที่ อ.เชียงของ และช่วงบ่ายก็เดินทางไปที่ อ.แม่สรวย และปิดท้ายช่วงเย็นก็ร่วมเวทีปราศรัยที่ในตัวเมืองเชียงราย ซึ่งในการลงพื้นที่ก็เพื่อติดตามความความหน้าของโครงการต่างๆที่ได้ทำไว้ เรามีการทำงานมานาน ไม่ได้มาเริ่มทำเมื่อตอนลงหาเสียง ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ที่ตนได้ทำตั้งแต่สมัย พล.อ.ประวิตร โดยในพื้นที่ จ.เชียงราย เรามีโครงการที่จะเปลี่ยนพื้นที่ป่า 11 ป่า ซึ่งเป็นป่าเสื่อมโทรม เราจะเปลี่ยนเป็น สปก.4-01 และในอนาคตเราจะเปลี่ยนเป็น สปก.4-01 ให้เป็โฉนดเพื่อการเกษตร (ครุฑแดง) เป็นโครงการที่ตนผลักดันและทำมาอย่างต่อเนื่อง ในอีกเรื่องสำคัญก็คือการบริหารจัดการน้ำใน จ.เชียงราย ซึ่งทุกปีน้ำในเชียงรายจะไหลลงแม่น้ำโขงและไหลลงอ่าวไทยโดยเปล่าประโยชน์กว่า 50-60% เราจะมาศึกษาว่าทำอย่างไรน้ำเหล่านี้จะเพียงพอต่อภาคการเกษตรและการอุปโภคบริโภคของพี่น้องชาวเชียงรายทั้ง 18 อำเภอ โดยเฉพาะแม่น้ำที่ไหลมาจาก จ.พะเยา ซึ่งก็คือ “แม่น้ำอิง” เราจะไปบริหารจัดการอย่างไรให้เพียงพอในฤดูแล้ง และในฤดูน้ำหลากจะทำอย่างไรไม่ให้น้ำท่วมเหมือนปี 67-68 และนอกจากนี้ทาง ดร.นฤมล ก็ได้มาติดตามในเรื่องการศึกษา ปัญหาของบุคลากรครู และในช่วงเย็นก็มาร่วมเวทีปราศรัย ซึ่งก็อย่างที่เห็นว่าชาวเชียงรายมีการตื่นตัว เขาต้องการที่จะ “เปลี่ยน” ลองมาใช้ของใหม่ดู ซึ่งของใหม่ของเราก็เป็นคนที่ทำงานอยู่ในพื้นที่มาโดยตลอด สามารถทำงานประสานกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอีกว่า จ.เชียงราย และ จ.พะเยา ก็คือบ้านเดียวกัน ก็อยากจะให้การเมืองเชียงรายมีความสามัคคีกัน ตนจะเป็นผู้นำในการพัฒนาและต่อยอดให้ จ.เชียงราย ต่อไป ซึ่งเท่าที่ไปลงพื้นที่พบปะพี่น้องชาวเชียงราย ได้รับทราบว่าสิ่งที่ชาวเชียงรายต้องการมากที่สุดในตอนนี้ก็คือ การแก้ปัญหาในภาคการเกษตร ซึ่งที่ผ่านมาเท่าที่หลายคนเห็น มีหลายนโยบายที่ตนพยายามผลักดันเข้าไปพิจารณาของคณะรัฐมนตรี แต่กลับถูก ส.ส.ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะที่ จ.เชียงราย ได้พยายามขัดขวางไม่ให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง ตนก็อยากให้ชาวเชียงรายตื่นได้แล้ว อะไรที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องชาวเชียงราย โดยเฉพาะเรื่องการลดต้นทุนการผลิตถือเป็นเรื่องสำคัญ ตราบไดที่ต้นทุนการผลิตยังสูง เกษตรกรก็จะอยู่กินลำบากอยู่แบบนี้ เราต้องช่วยกัน

สำหรับประเด็นสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวมีผลกระทบมาจากการทำเหมืองแร่ในพื้นที่ของประเทศเพื่อนบ้านของเรา และปล่อยสารพิษเจือปนลงในแหล่งน้ำ ตนได้สั่งการให้เตรียมน้ำสำรองไว้เรียบร้อยแล้ว เพียงพอในการอุปโภคบริโภค แต่การจะแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนเราจะต้องเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านว่าอย่าปล่อยของเสียมาบ้านเรา เพราะแม่น้ำกกแม่น้ำสายมันไหลมาบ้านเราเต็มๆ เราก็ต้องเจรจากัน และในการแก้ปัญหาเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค ทั้งพะเยาและเชียงรายจะต้องแก้ปัญหาไปควบคู่กัน มันแยกกันไม่ได้ เพราะน้ำต้นทุนของพะเยาและเชียงรายมันมาจากที่เดียวกันคือดอยหลวงเป็นส่วนใหญ่ แม่น้ำสายอื่นตนไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่ จะห่วงแค่ที่ อ.แม่สาย โดยเฉพาะที่บ้านถ้าผาจม ซึ่งช่วงน้ำท่วมใหญ่มูลนิธิเราเข้าไปช่วยเหลือตั้งแต่วันแรกยันวันสุดท้าย เราได้เห็นพี่น้องผู้ประสบภัยซึ่งบางหลังดินโคลนทับถมเต็มไปหมด ต้องใช้แบ็คโฮขนาดเล็กเข้าไปช่วยเหลือ ตนต้องประสานกรมชลประทานไปช่วย ตอนนั้นก็อยู่กับคนแม่สายตลอด

ในฐานะที่เป็นพรรคหน้าใหม่ในการหาเสียงในครั้งนี้ ท่ามกลางพรรคการเมืองเก่าที่อยู่ในพื้นที่มานาน ร.อ.ธรรมนัส ได้ให้ความเห็นว่า ตนมีโอกาสทำงานตั้งแต่ปี 62 และทำงานมาจนปัจจุบัน ทำอะไรให้ชาวเชียงรายเยอะแยะ คนเชียงรายจะรู้ว่าตนทำอะไรให้ชาวเชียงรายเยอะ ซึ่งตอนนี้ตนเปิดพรรคใหม่ของคนเมืองเหนือ เราไม่ต้องไปเป็นนอมินีของใคร เหมือนกับที่ ดร.นฤมล พูดบนเวทีปราศรัยว่าหากท่านเลือกพรรคอื่นท่านอาจจะได้ตัวปลอม ที่มีคนคอยกำกับบทอยู่ข้างหลัง หลายนโยบายที่หัวหน้าพรรคอื่นหรือแคนดิเดตนายกฯพรรคอื่นมาพูด หลายนโยบายมันทำไม่ได้จริง เพราะมีคนตัวจริงอยู่ข้างหลัง แต่เราเป็นเจ้าของพรรคโดยตรง ไม่ใช่อีแอบ

ผลสำรวจโพลทุกสำนักตอนนี้ ตนกล้าพูดได้เลยว่าพรรคกล้าธรรมจะอยู่ในอันดับท็อป 5 ตลอด เรามีความมั่นใจว่าเรามีจุดขายเป็นของตนเองว่าเราไม่ใช่นอมินีของใคร ซึ่งในส่วนโพลความนิยมของ จ.เชียงราย เราก็ค่อนข้างมั่นใจ ส่วนโพลของพรรคอื่นที่เราไปแอบดูก็เห็นว่าเขาก็แพ้เราในหลายเขตเหมือนกัน ตนก็คาดหวังกับผู้สมัครในทุกเขต แต่สุดท้ายก็อยู่ที่พี่น้องชาวเชียงรายว่าจะอยู่กับคนเดิมๆ หรือจะเปลี่ยนมาลองของใหม่ดู ซึ่งของใหม่ก็อาจจะเกิดประโยชน์กับชาวเชียงราย เหมือนที่ตนทำที่ จ.พะเยา ซึ่งเป็นผลงานที่จับต้องได้ โดยเฉพาะเรื่องจีดีพีด้านการท่องเที่ยวตั้งแต่เดือน พ.ย. 68 มาถึง ม.ค. 69 สถิติออกมาชัดเจนว่ามวลรวมรายได้ของ จ.พะเยา +10.82 เป็นที่ 1 ของทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือ ในขณะที่จีดีพีด้านการท่องเที่ยวมวลรวมทั้งประเทศ เราติด -2 จะเห็นได้ว่าแค่จังหวัดพะเยาจังหวัดเดียวยังสามารถพยุงมวลรวมทั้งประเทศได้ ซึ่งทั้งหมดก็อยู่ที่คนที่เป็นตัวหลักหรือผู้นำของแต่ละจังหวัด ก็ขอฝากพี่น้องชาวเชียงรายให้เก็บเรื่องนี้ไปคิดด้วย

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอีกว่า เมื่อช่วงบ่ายตนและคณะได้มีโอกาสเดินทางไปที่ อ.แม่สรวย ได้มีชาวบ้านอายาโกะ มีผู้ใหญ่บ้านลุกขึ้นมาพูดน้ำตาซึม บอกว่าที่ผ่านมาได้รับความเดือดร้อน ถนนไม่มี ไฟไม่มี เวลามีพายุ น้ำท่วม ก็เห็นแค่ตนมาแก้ปัญหาให้ และยังมีอีกหลายหมู่บ้านชาติพันธุ์ที่ตนเข้าไปช่วยแก้ปัญหาให้ โดยเฉพาะเรื่องไฟฟ้า สร้างถนน เวลามีภัยพิบัติตนนั่งเฮลิคอปเตอร์เข้าไปหา เขาก็จำได้มาตลอด จนพี่น้องชาติพันธ์ุในหลายพื้นที่แต่งตั้งให้ตนเป็นประธานที่ปรึกษาชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย

​”เราเป็นเจ้าของพรรคโดยตรง ไม่ใช่นอมินีของใคร และไม่มีอีแอบอยู่เบื้องหลัง ผมขอฝากให้พี่น้องชาวเชียงรายพิจารณาว่า จะอยู่กับสิ่งเดิมๆ หรือจะลองเปิดใจให้คนทำงานจริงได้เข้าไปพัฒนาเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า” ร.อ.ธรรมนัส กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวที่น่าสนใจ

วิโรจน์ วงศ์ใหญ่ ผู้สื่อข่าวTopNewsทั่วไทย จ.เชียงราย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

กฟผ. จับมือ USTDA เร่งศึกษาความเป็นไปได้โรงไฟฟ้า SMR เสริมความมั่นคงพลังงานสะอาด
"อ.ชูชาติ" กางรธน.แจงชัดๆ ขั้นตอนกฎหมาย ชี้ถ้ากกต.คนไหนทำทุจริต เป็นหน้าที่ป.ป.ช. อัยการ ศาลไต่สวน วินิจฉัยผิด? ไม่ใช่วิธีฟาดเงินล้านจ้างทนายฟ้อง ถามตรงๆ"อ่านรัฐธรรมนูญกันบ้างหรือไม่"
กระหึ่มเอเชีย! ชุดไทยพระราชนิยม - ชุดนักกีฬาทีมชาติไทย ขึ้นบิลบอร์ดกลางย่านเศรษฐกิจ กลางกรุงโตเกียว
ตรวจหวย ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 กันยายน 2569
"ตม.ชลบุรี" เปิดปฏิบัติการ "สินสมุทรสยบมังกรดำ" บุกรวบ "จีนเทา" เครือข่ายพนันออนไลน์ข้ามชาติ คาบ้านหรู หนีหมายแดง INTERPOL ซุกไทย พบเงินหมุนเวียนกว่า 1.5 พันล้านบาท
"ศาลฎีกาฯ" สั่งจำคุก 8 เดือน ไม่รอลงอาญา "ศรัณย์วุฒิ" อดีต สส.หนวดงาม คดีเสียบบัตรแทนกัน ชี้พฤติการณ์ร้ายแรง

ดู LIVE รายการ