“ดร.สติธร”ชี้นโยบายเพื่อไทย “สุ่มแจกเงินล้าน” สร้างกระแสหาเสียง แต่ไม่ครอบคลุมกลุ่มเปราะบาง เกิดคำถามใช้งบฯไม่คุ้มค่า นำสังคมผูกติดความคาดหวัง

“ดร.สติธร” ชี้นโยบายเพื่อไทย "สุ่มแจกเงินล้าน" สร้างกระแสหาเสียง แต่ไม่ครอบคลุมกลุ่มเปราะบาง เกิดคำถามใช้งบฯไม่คุ้มค่า นำสังคมผูกติดความคาดหวัง

ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นต่อนโยบายหาเสียงโค้งสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย กรณี “สุ่มแจกเงินล้าน” ว่า ถือเป็นนโยบายที่มีความโดดเด่นอย่างมากในด้านการสื่อสารทางการเมือง และสามารถสร้างการรับรู้ในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็เป็นนโยบายที่เปิดพื้นที่ให้สังคมได้ร่วมกันพิจารณาถึงผลในเชิงโครงสร้างในระยะยาว

ดร.สติธร ระบุว่า แนวคิดการลุ้นเงินรางวัลวันละ 9 ล้านบาท ซึ่งครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายหลากหลาย ทั้งเกษตรกร ผู้ทำประโยชน์สาธารณะ ผู้สูงอายุ ผู้เสียภาษี และประชาชนที่ใช้จ่ายมีใบเสร็จ สามารถสร้างความหวังรายวันให้กับประชาชนจำนวนมาก โดยไม่จำเป็นต้องมีต้นทุนในการเข้าร่วม ส่งผลให้เกิดการมีส่วนร่วมในระดับสูง

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ในมุมของการออกแบบนโยบาย ดร.สติธร เห็นว่า มาตรการดังกล่าวใช้แรงจูงใจเชิงพฤติกรรมเพื่อจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่ระบบของรัฐ ทั้งการขึ้นทะเบียน การอยู่ในระบบภาษี และการใช้กลไกเศรษฐกิจดิจิทัล หากระบบใบเสร็จดิจิทัลและฐานข้อมูลสามารถพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รัฐจะมีข้อมูลสำคัญด้านราคาสินค้า ค่าครองชีพ และพฤติกรรมการบริโภค ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ดร.สติธร ตั้งข้อสังเกตว่า นโยบายดังกล่าวยังต้องพิจารณาควบคู่กับการสร้างความมั่นคงในชีวิตของประชาชนในระยะยาว เพื่อไม่ให้ความคาดหวังของสังคมผูกอยู่กับโอกาสหรือโชคเพียงอย่างเดียว แต่ควรเชื่อมโยงกับสิทธิและหลักประกันที่ประชาชนพึงได้รับจากรัฐอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ โอกาสในการเข้าถึงนโยบายอาจแตกต่างกันในทางปฏิบัติ โดยกลุ่มที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยี หรืออยู่ในระบบอยู่แล้ว อาจสามารถใช้ประโยชน์จากนโยบายได้มากกว่า ขณะที่กลุ่มเปราะบางบางส่วนอาจยังเข้าถึงได้จำกัด ซึ่งเป็นประเด็นที่รัฐอาจต้องออกแบบกลไกเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

 

ในด้านงบประมาณ ดร.สติธร ระบุว่า การใช้งบประมาณในระดับมากกว่าปีละ 3,000 ล้านบาท อาจบริหารจัดการได้ในระยะสั้น แต่ในระยะยาว รัฐจำเป็นต้องสื่อสารให้เห็นถึงความคุ้มค่า และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความเข้าใจและความยอมรับจากสังคม

ท้ายที่สุด ดร.สติธร เห็นว่า การประเมินความสำเร็จของนโยบาย สุ่มแจกเงินล้านควรพิจารณามากกว่าจำนวนผู้ที่ได้รับรางวัล แต่ควรมองถึงความสามารถของรัฐในการนำข้อมูลและระบบที่เกิดขึ้น ไปต่อยอดสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของประชาชนในระยะยาว ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของความสำเร็จของนโยบายในภาพรวม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

"ป.ป.ช." ผนึกกำลัง "ม.เกษตรศาสตร์" เดินหน้าจัดเก็บข้อมูลการรับรู้และประสบการณ์การทุจริต ของประชาชนผู้เคยติดต่อรับบริการจากหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ
"กรมส่งเสริมสหกรณ์" เตรียมทุ่มเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ 500 ล้าน ยกระดับศูนย์ CDC สู่ "ฮับ" ประจำภูมิภาค ตั้งเป้าสิ้นปี 69 ยอดขายสินค้าผ่าน CDC แตะ 5,000 ล้าน
พัทยาจัดงานวันบูรพาจารย์ปีที่ 44 รำลึก “หลวงพ่อโป” พร้อมมอบทุนพระเณรสอบบาลี 132 รูป
"เวียตเจ็ทไทยแลนด์" เสิร์ฟเมนูพิเศษ "ผัดไทยซอสมะยงชิด" ในงานเทศกาลน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์ ประจำปี69
ร่วมลุ้น 5 รางวัลแห่งปี! "TOP CULTURE AWARD 2026"
ชลประทานพิจิตรปัก "ธงเหลือง" สัญลักษณ์เฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำน่านที่มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น

ดู LIVE รายการ