เปิดปลายปี 69 นี้!! “แรบบิท โฮลดิ้งส์” ในเครือ บีทีเอส กรุ๊ป พลิกโฉม “โรงภาษีร้อยชักสาม” สร้างโรงแรม ระดับไฮเอนด์ 5 ดาว “The Langham, Custom House, Bangkok” ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มูลค่าลงทุน 6,000 ล้าน

เปิดปลายปี 69 นี้!! "แรบบิท โฮลดิ้งส์" ในเครือ บีทีเอส กรุ๊ป พลิกโฉม "โรงภาษีร้อยชักสาม" สร้างโรงแรม ระดับไฮเอนด์ 5 ดาว "The Langham, Custom House, Bangkok" ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มูลค่าลงทุน 6,000 ล้าน

มีกำหนดเปิดให้บริการในช่วงปลายปี 2569 นี้ แรบบิท โฮลดิ้งส์ ในเครือ บีทีเอส กรุ๊ป ผนึก ‘เดอะ แลงแฮม’ เปิดโรงแรม ‘เดอะ แลงแฮม แบงค็อก’ (The Langham Bangkok) โรงแรมสุดหรู 5 ดาว แห่งแรกใน กทม.ที่ดินจาก โรงภาษีร้อยชักสาม หรือ ศุลกสถาน (Customs House) ใช้งบการลงทุนประมาณ 6,000 ล้านบาท

 

 

สำหรับพื้นที่ของโรงแรม ที่เป็นที่ดินของ โรงภาษีร้อยชักสาม หรือ ศุลกสถาน (Customs House) ทำเลที่สวยงามอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยโรงแรมจะนำอาคารเก่าของโรงภาษีร้อยชักสาม และ อาคารที่ทำการไปรษณีย์เก่า อายุรวมกว่า 130 ปี มารีโนเวทใหม่ให้สวยงาม และยังคงเก็บคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของอาคารเดิมไว้ เพื่อกลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของ กทม. พร้อมมีการสร้างเพิ่มอาคารใหม่ ที่เป็นห้องพัก จำนวน 78 ห้อง รวมเม็ดเงินการลงทุนในโครงการนี้ประมาณ 6,000 ล้านบาท

พร้อมกับ ภัตตาคาร “ถังคอร์ท” อาหารกวางตุ้งรสเลิศ ที่ได้รับมิชลินระดับสูงถึง 3 ดาว

“ฉวนสปา” สปาพรีเมี่ยมที่รวมแพทย์แผนจีนโบราณจากประเทศจีน

การจัดทำร้านอาหารและผับในสไตล์ผู้ดีอังกฤษ และการมีเมนูเครื่องดื่มยอดนิยมกับ อาฟเตอร์นูนที เป็นต้น

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ขณะเดียวกัน ในช่องยูทูบ “ช่างรู้” Changroo ได้นำชมเทคโนโลยีการอนุรักษ์อาคารเก่า ทรงคุณค่า ในหัวข้อ “ยกอาคารโรงภาษีร้อยชักสาม 1.20 เมตร อาคารเก่า 134 ปี (โดย ดร.ธเนศ วีระศิริ)” แสดงถึงความสำเร็จทางวิศวกรรมขั้นสูง ว่า

“อาคารโรงภาษีร้อยชักสาม หรือศุลกสถานเก่า บริเวณถนนเจริญกรุง ซึ่งเป็นอาคารประวัติศาสตร์อายุกว่า 134 ปี ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จากนั้นได้เข้าสู่กระบวนการยกอาคารขึ้นสูง 1.20 เมตร เพื่อรองรับการบูรณะและใช้งานในอนาคต โดยถือเป็นหนึ่งในโครงการยกอาคารอิฐรับน้ำหนักที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนที่สุดในประเทศไทย”

 

 

โดย ดร.ธเนศ วีระศิริ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้าง เป็นผู้ให้ความรู้และอธิบายกระบวนการยกอาคารอย่างละเอียด ตั้งแต่การประเมินโครงสร้างเดิม ไปจนถึงการควบคุมความปลอดภัยระหว่างการยกจริง เริ่มจากตัวอาคารโรงภาษีร้อยชักสาม ถือเป็นอาคารก่ออิฐรับน้ำหนักแบบดั้งเดิม ไม่มีเหล็กเสริม โครงสร้างอาศัยผนังหนาและระบบวงโค้งในการถ่ายแรง ซึ่งแตกต่างจากอาคารคอนกรีตสมัยใหม่อย่างสิ้นเชิง ส่งผลให้การยกอาคารต้องอาศัยการคำนวณและควบคุมอย่างละเอียดเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการแตกร้าวหรือการเอียงตัวของโครงสร้าง

ทีมวิศวกรต้องใช้แม่แรงไฮดรอลิกมากกว่า 400 ตัว กระจายตามตำแหน่งสำคัญของอาคาร เพื่อยกขึ้นในแนวดิ่งพร้อมกัน โดยแต่ละรอบจะยกขึ้นทีละไม่กี่มิลลิเมตร ลดความเสี่ยงจากแรงกระชาก และควบคุมให้อาคารเคลื่อนตัวอย่างสม่ำเสมอ

 

 

นอกจากนี้ ยังติดตั้ง เซ็นเซอร์ตรวจวัดการเคลื่อนตัว ความเอียง และแรงสั่นสะเทือน ในหลายระดับชั้น รวมถึงการใช้กล้องและเครื่องมือวัดแนวดิ่ง เพื่อตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงแบบเรียลไทม์ หากค่าการเคลื่อนไหวเกินเกณฑ์ที่กำหนด ระบบจะหยุดการยกทันทีเพื่อความปลอดภัย

ความคืบหน้าการดำเนินการ ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ตั้งแต่ตัวอาคารถูกยกขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในระยะเวลาไม่กี่วัน โดย

วันที่ 1 ยกได้ประมาณ 9–16 มิลลิเมตร

วันที่ 2 ยกเพิ่มจนรวมได้ราว 29 เซนติเมตร

จากนั้นยกต่อจนถึงระดับ 40 เซนติเมตร ก่อนจะหยุดเพื่อต่อเหล็กเสริม และเตรียมยกต่อให้ครบตามเป้าหมาย 1.20 เมตร

 

 

 

ทุกขั้นตอนเป็นไปตามแผนที่วางไว้ และยังไม่พบความเสียหายต่อโครงสร้างดั้งเดิมของอาคาร

“โครงการยกอาคารโรงภาษีร้อยชักสาม ถือเป็นตัวอย่างสำคัญของการผสาน องค์ความรู้ด้านวิศวกรรมสมัยใหม่ เข้ากับ การอนุรักษ์สถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ เพื่อรักษามรดกทางวัฒนธรรมของประเทศ พร้อมปรับอาคารให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืนในอนาคต”

ประเด็นสำคัญ การยกอาคารครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนศักยภาพของวิศวกรไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าการพัฒนาเมืองสามารถเดินควบคู่ไปกับการอนุรักษ์คุณค่าทางประวัติศาสตร์ได้อย่างสมดุล

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

Supersports มอบรองเท้ากีฬา 404 คู่ มูลค่ากว่า 1.36 ล้านบาท หนุนกีฬาโคราช เดินหน้าพัฒนาศักยภาพนักกีฬา
วัดเขาโร รวมเกจิดังสายใต้ ปลุกเสก “หัวนะโม-พ่อแก่พันล้าน” เสริมสิริมงคลแก่ผู้ศรัทธา
ผู้ว่าการ MEA ลงพื้นที่รอบเกาะเกร็ด ดูแลความปลอดภัยระบบไฟฟ้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย
MEA พร้อมให้คำแนะนำและช่วยเหลือด้านระบบไฟฟ้าแก่ประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม
MEA เปิดศูนย์รับแจ้งเหตุและประสานความช่วยเหลือด้านระบบไฟฟ้า ดูแลประชาชนพื้นที่น้ำท่วม โทร. 1130 ตลอด 24 ชั่วโมง
MEA ห่วงใยประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม แนะปฏิบัติอย่างปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้า

ดู LIVE รายการ