“ดร.ดุลยภาค” ซัดแรง รมต.เขมรไร้มารยาท แทรกแซงเลือกตั้งไทย ปั่นให้กลัวศึกชายแดน ย้ำปชช.ต้องมีสติ ผู้นำที่ดีต้องยึดประโยชน์ชาติ รักษาอธิปไตย


ข่าวที่น่าสนใจ
สถานการณ์การเมืองไทยร้อนแรงขึ้นอีกระลอก หลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงท่าทีชี้นำการเลือกตั้งของประเทศไทย โดยระบุในทำนองว่า หากไม่ต้องการให้เกิดการสู้รบระหว่างไทย–กัมพูชาเป็นครั้งที่ 3 ประชาชนไทยไม่ควรเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล และพรรคภูมิใจไทย แต่ควรเลือกพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาชนแทน ทำให้ประเด็นดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมไทย
ล่าสุดทางด้านรศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์ประจำโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ให้สัมภาษณ์ ผ่านทางรายการ จับตาประเทศไทย ทางช่อง ท็อปนิวส์ ระบุถึงประเด็นดังกล่าวว่า การกระทำของรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาเข้าข่าย การแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย อย่างชัดเจน และถือเป็นการละเมิดมารยาททางการทูต เนื่องจากไทยกำลังอยู่ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง การออกมาชี้นำว่าควรหรือไม่ควรเลือกพรรคการเมืองใด เป็นการสอดแทรกทางการเมืองโดยตรง

สาเหตุสำคัญที่กัมพูชาไม่ต้องการเห็นรัฐบาลที่นำโดยนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากรัฐบาลชุดดังกล่าวมีแนวนโยบายด้านความมั่นคงและการปกป้องอธิปไตยที่แข็งกร้าว ส่งผลให้กัมพูชาเสียเปรียบทั้งในเชิงการทูตและยุทธศาสตร์ชายแดน แตกต่างจากรัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาชน ซึ่งกัมพูชาประเมินว่า “เจรจาง่ายกว่า” และอาจเปิดพื้นที่ให้ได้เปรียบมากกว่า
สำหรับการขู่ถึงความเป็นไปได้ของ “การสู้รบครั้งที่ 3” นั้น ดร.ดุลยภาคมองว่า เป็นยุทธวิธีทางจิตวิทยา เพื่อกดดันและชี้นำความคิดของประชาชนไทยในช่วงเลือกตั้ง มากกว่าจะเป็นสัญญาณว่าการสู้รบจะเกิดขึ้นทันที อย่างไรก็ตามกัมพูชามีการเตรียมความพร้อมทางทหารในหลายมิติ ทั้งกำลังพล เส้นทางส่งกำลังบำรุง และยุทโธปกรณ์ ทำให้ไทยไม่สามารถประมาทได้

แม้ผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร ความขัดแย้งเรื่องเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชายังคงดำรงอยู่ เนื่องจากเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างและผลประโยชน์แห่งชาติของทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะประเด็นพื้นที่ยุทธศาสตร์และดินแดนพิพาท ซึ่งกัมพูชามีเป้าหมายจะทวงคืนไม่ว่ารัฐบาลไทยจะเป็นพรรคใดก็ตาม
ในประเด็นที่รัฐบาลไทยประกาศคงกำลังทหารตามแนวชายแดนอย่างน้อย 1 ปี ดร.ดุลยภาคเห็นว่า นโยบายดังกล่าวสร้างแรงกดดันอย่างมากต่อกัมพูชา เพราะทำให้การใช้กำลังทหารรุกคืบทำได้ยากขึ้น จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ฝ่ายกัมพูชาใช้เครื่องมือทางการเมืองและข้อมูลข่าวสารเข้ามามีบทบาทแทน
ทั้งนี้ ดร.ดุลยภาค ทิ้งท้ายว่า ประชาชนไทยควรตั้งสติและตัดสินใจเลือกตั้งโดยยึด ผลประโยชน์แห่งชาติ อธิปไตย และความมั่นคงของประเทศ เป็นหลัก ไม่ควรหลงเชื่อถ้อยคำข่มขู่หรือการชี้นำจากต่างประเทศ พร้อมย้ำว่าแนวคิดที่ว่า “เลือกแล้วจะไม่มีสงคราม” อาจไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงทางยุทธศาสตร์ เพราะความขัดแย้งชายแดนเป็นปัญหาระยะยาวที่ไทยต้องรับมืออย่างรอบคอบและไม่ประมาท
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวล่าสุด
เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น