“อ.คมสัน” จี้กกต.สอบผิด สื่อออนไลน์ “สปริงนิวส์” แพร่คลิปปั่นกระแส โหวตประชามติหนุนร่างรธน.ใหม่

"อ.คมสัน" จี้กกต.สอบผิด สื่อออนไลน์ "สปริงนิวส์" แพร่คลิปปั่นกระแส โหวตประชามติหนุนร่างรธน.ใหม่

“อ.คมสัน” จี้กกต.สอบผิด สื่อออนไลน์ “สปริงนิวส์” แพร่คลิปปั่นกระแส โหวตประชามติหนุนร่างรธน.ใหม่

ข่าวที่น่าสนใจ

จากกรณีที่สื่อสปริงนิวส์ ได้แพร่คลิปข้อมูลดิสเครดิตรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อตอบโต้เสียงวิจารณ์แก้รัฐธรรมนูญแล้วเศรษฐกิจจะดีขึ้นจริงหรือ ทำไมต้องร่างใหม่ ไม่แก้รายมาตรา ซึ่งเพื่อต้องให้ประชาชนที่รับข้อมูล ไปลงประชามติเห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พร้อมงัดวาทกรรมอยากได้ความเป็นเจ้านายกลับคืนมา ปากกามีอำนาจมากกว่ารถถัง

 

ทั้งนี้ภายในคลิปดังกล่าว ผู้จัดทำพยายามสื่อถึงประเด็นปัญหาของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 โดยการชี้นำของสื่อ เช่น “แก้รัฐธรรมนูญแล้วเศรษฐกิจจะดีขึ้นจริงหรือ?” หรือ “ทำไมต้องวุ่นวายร่างใหม่ แก้แค่บางมาตราไม่ได้หรือ?”

ก่อนจะสะท้อนให้เห็นว่ามีความจำเป็นต้องจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อาทิเช่น เพื่อ ปลดล็อก “กติกา” การเมือง ให้สามารถจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ อันจะเป็นการเพิ่มเสรีภาพและความเป็นประชาธิปไตย โดยมีแคปชั่น ประกอบคลิปว่า ” นี่คือคำถามที่หลายคนสงสัยแต่เชื่อไหมครับว่า วิกฤตปากท้อง ความเหลื่อมล้ำ และการบริหารงานที่ติดขัดในวันนี้ ล้วนมีรากฐานมาจาก ‘กติกา’ ที่บิดเบี้ยวฉบับนี้

ตีแผ่ความผิดปกติของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เปลี่ยนสถานะคนไทยจาก “เจ้านาย” ให้กลายเป็น “ผู้รอการสงเคราะห์” ริบอำนาจถอดถอนนักการเมือง และใช้มาตรฐานจริยธรรมเป็นอาวุธทำลายล้าง รวมถึง ทำไมกติกานี้ถึงเป็นโซ่ตรวนที่ล็อกประเทศไว้ถึง 20 ปี และทำไม ‘การทำประชามติ’ เพื่อไขกุญแจมาตรา 256 ถึงเป็นทางรอดเดียวที่จะเอาอำนาจคืนสู่มือพวกเรา

 

 

เกี่ยวกับประเด็นนี้ ทางทีมข่าวท็อปนิวส์ ได้สอบถามไปยัง อาจารย์คมสัน โพธิ์คง นักกฎหมาย อดีตอาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ว่าการรณรงค์ในลักษณะนี้สามารถทำได้หรือไม่

 

 

 

 

 

โดยอาจารย์คมสัน เปิดเผยว่า คิดว่าน่าจะมีปัญหา เพราะมีประกาศ กกต.เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการการจัดให้มีการแสดงความคิดเห็น ในเรื่องที่จะต้องจัดทำประชามติ พ.ศ. 2568 ซึ่งตามข้อ 11 ได้กำหนดว่า การจัดให้มีการแสดงความคิดเห็นผ่านทางสถานีวิทยุกระจายเสียงหรือสถานีวิทยุโทรทัศน์ ผู้ประกอบกิจการจะต้องจัดให้มีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่จะจัดให้มีการออกเสียง โดยผู้ประกอบกิจการจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม และจะต้องเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่จะจัดออกเสียงอย่างเสรี เสมอภาค และรอบด้าน อย่างเท่าเทียมกัน ให้ผู้ประกอบกิจการที่ประสงค์จะจัดให้มีการแสดงความคิดเห็นผ่านทางสถานีวิทยุกระจายเสียงหรือสถานีวิทยุโทรทัศน์ แจ้งความประสงค์ต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทราบก่อนดำเนินดำเนินการ ฉะนั้นในแง่ของการจัดแสดงความคิดเห็นเรื่องการรณรงค์ออกเสียงประชามติ ผู้ประกอบกิจการที่เป็นสื่อวิทยุโทรทัศน์ ต้องเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นอย่างเสมอภาค รอบด้าน ไม่ใช่ด้านใดด้านหนึ่ง และปัญหาก็คือว่า ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมหรือไม่ในเรื่องเหล่านี้ ตนจึงคิดว่าการออกมารณรงค์ด้านเดียวมีปัญหาตามประกาศข้อ 11 ของประกาศ กกต.ฉบับดังกล่าว

อาจารย์คมสัน ระบุอีกว่า เรื่องนี้ 1.มีปัญหาเรื่องจริยธรรมแน่นอน 2.ตาม พ.ร.บ.ประชามติ มาตร 16 หากพบว่าผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ ไม่เปิดโอกาสให้มีการแสดงความคิดเห็นอย่างรอบด้านอย่างเท่าเทียมกัน

 

 

ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ซึ่งก็คือประกาศ กกต.เรื่องหลักเกณฑ์จัดให้มีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่จะทำประชามติ หากมีผู้ร้อง กกต.ก็มีอำนาจสั่งให้แก้ไข เปลี่ยนแปลงหรือให้กระทำการหรืองดเว้นการกระทำใด ๆ ภายในระยะเวลาที่กำหนดได้ตามที่เห็นสมควร และหากฝ่าฝืนไม่ทำตาม กกต.ก็จะฟ้องศาล โดยมีโทษปรับ ตามมาตรา 82 ของพ.ร.บ.ประชามติ คือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท

 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ผบ.ตร.สั่งศูนย์บริหารงานจราจร วางมาตรการ 3 ระยะ สร้างวินัยจราจร ลดอุบัติเหตุอย่างยั่งยืน
ชุมชนบลูไลท์จับมือชมรม VR ข่าวสารเพื่อสังคม ฝั่งธนบุรี จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ เติมเต็มรอยยิ้มและความหวังแก่เยาวชน
"ปฏิพล" ยกย่อง "ศุภจี" ต้นแบบคนมุ่งมั่นทำงาน ในวันที่คนอื่นหาเสียง เจ้าตัวเลือกขายข้าว สร้างเม็ดเงินเข้าประเทศ
ผบ.ตร.ร่วมมอบความสุข สร้างรอยยิ้ม บุตรหลานตำรวจ งานวันเด็กแห่งชาติ - ฝากผู้ปกครองปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ รับรางวัลบุคคล ที่สนับสนุนงานด้านเด็กและเยาวชน เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ
ซิ่งไม่คุ้ม ศาลสั่งริบรถจริง โทษครบจำคุก-ปรับ-ถอนใบขับขี่

ดู LIVE รายการ

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น​