“ดร.นพดล” ชี้โพลออนไลน์ ครอบคลุมไม่พอ อ้างวัดผลเลือกตั้งใครแพ้-ชนะ แค่สะท้อนอารมณ์ เหตุผู้ใช้สิทธิ์ 20 ล้านคน ไม่ใช้ Online เป็นประจำ

"ดร.นพดล" ชี้โพลออนไลน์ ครอบคลุมไม่พอ อ้างวัดผลเลือกตั้งใครแพ้-ชนะ แค่สะท้อนอารมณ์ เหตุผู้ใช้สิทธิ์ 20 ล้านคน ไม่ใช้ Online เป็นประจำ

“ดร.นพดล” ชี้โพลออนไลน์ ครอบคลุมไม่พอ อ้างวัดผลเลือกตั้งใครแพ้-ชนะ แค่สะท้อนอารมณ์ เหตุผู้ใช้สิทธิ์ 20 ล้านคน ไม่ใช้ Online เป็นประจำ

 

 

 

11 มกราคม 2569 ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้ก่อตั้งซูเปอร์โพล เปิดเผยกับสำนักข่าว Top News ถึงกรณีผลการสำรวจความนิยมของพรรคการเมืองที่จัดทำโดยสื่อมวลชนผ่านโซเชียลมีเดีย มีความถูกต้องตามหลักวิชาการหรือไม่ว่า ก่อนอื่นจะต้องชื่นชมสื่อมวลชน และทีมงานด้านการทำโพลออนไลน์ เพราะหมายถึงการเปิดพื้นที่ ให้ประชาชน ได้มีโอกาสได้แสดงควสมคิดเห็นและส่งสัญญาณมายังฝ่ายการเมือง หรือสังคมทั่วไป ถือเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม

 

โดยผศ.ดร.นพดล ได้อธิบายถึงกระบวนการจัดทำโพลว่า ในการทำผลสำรวจโพลจำเป็นจะต้องแยกออกเป็น 2 รูปแบบ คือการทำโพลออนไลน์ (การทำโพลของสื่อมวลชน) และการทำโพลของในรูปแบบของวิธีการวิจัย ซึ่งจะมีการทำโพลแบบออนไลน์ และการทำโพลแบบเดินดิน ผ่านการสุ่มลงลงพื้นที่ต่างๆ ซึ่งจะต้องทำร่วมกันทั้งสองรูปแบบเพื่อให้ผลโพลหรือข่อมูลที่ได้มีความถูกต้องสมบูรณ์มากที่สุด

 

ทั้งนี้ ในการทำโพลเลือกตั้งนั้น ปัจจุบันคนคนไทยทั้งประเทศที่มีสิทธิ์เลือกตั้งอยู่ที่ประมาณ 53 -54 ล้านคน พบว่าร้อยละ40 หรือ คิดเป็นประมาณ 20 ล้านคนไม่ได้เข้าอยู่ในโลกออนไลน์เป็นประจำ แต่จะเข้าโลกออนไลน์เฉพาะช่วงที่เกี่ยวข้องกับชีวิต /การทำมาหากิน หรือช่วงที่มรข่าวสารด้านการศึกษา หรือช่วงที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้

 

ดังนั้น ในการทำโพล เสียงของคนในโลกออนไลน์ จึงถือว่ามีความสำคัญเช่นเดียวกัน เพียงแต่จะต้องยึดโยงกับเสียงที่ไม่อยู่ในโลกออนไลน์ด้วย โดยต้องมึการผสมผสานกันทั้งสองรูปแบบคือโพลออนไลน์และโพลที่ลงพื้นที่หรือโพลเดินดิน

ผศ.ดร.นพดล กล่าวอีกว่า สำหรับการทำโพลที่ถูกต้องตามระเบียบวิธีการวิจัยนั้น จำเป็นจะต้องมีด้วยกัน 3 องค์ประกอบ 1 คือการสุ่มตัวอย่าง 2 จะต้องมีกลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนประชากรผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 53-54 ล้านคนทั่วประเทศ และ 3 จะต้องควบคุมอคติ

 

ส่วนการทำโพลออนไลน์นั้น จะมีลักษณะที่ให้ผู้ที่สนใจ หรือผู้ที่ตื่นตัว และอยู่เฉพาะในโลกออนไลน์ หรือ ผู้ที่เข้าถึงโลกออนไลน์ ได้เสนอตัวเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งเมื่อคนในโลกออนไลน์ สนใจเรื่องเลือกตั้งมากก็จะเข้ามาโหวตให้กับเรื่องนี้มากเช่นกัน หรือแฟนคลับหรือเครือข่ายก็จะทำการระดมโหวตให้พรรคการเมือง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ในตำราต่างประเทศ เรียกว่า self selection bias คือการที่ไม่สามารถควบคุมอคติได้ ดังนั้นในการทำโพลออนไลน์ คนที่เข้ามาทำแบบสอบถาม คือคนที่เสนอตัวเข้ามาตอบ จึงไม่ได้เป็นไปตามหลักระเบียบวิธีของการทำวิจัยทางวิชาการ ซึ่งหากจะทำให้ครอบคลุมจะต้องมีการทำโพลทั้งออนไลน์และโพลเดินดิน ซึ่งหมายถึงการสุ่มตัวอย่าง และต้องมีกลุ่มตัวแทนประชากรทั้งประเทศ และต้องควบคุมอคติได้

ทั้งนี้ การทำโพลออนไลน์จะวัดในเรื่องของอารมณ์ของคนในโลกออนไลน์ในช่วงเวลานั้น วัดการตื่นตัวและวัดพลังการสื่อสารของพรรคการเมือง และด้วยข้อจำกัดของการควบคุมอคติของโพลออนไลน์ จะมีส่วนดีคือ การทำโพลออนไลน์จะสามารถช่วยให้เราสามารถวัดอารมณ์ของคนในโลกออนไลน์ได้ในช่วงเวลาหนึ่ง 2 วัดความตื่นตัวของคนในโลกออนไลน์และ3 วัดพลังการสื่อสารของพรรคและคนเฉพาะกลุ่ม ซึ่งหากมองก็จะมีคุณค่า

แต่หากจะวัดว่าการทำโพลออนไลน์พรรคไหนชนะพรรคไหนแพ้ จะเกินขอบเขตบทบาทของโพลออนไลน์ เพราะบทบาทของโพลออนไลน์ไม่สามารถที่จะอ้างอิงไปยังคนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งกว่า 53 ล้านคนทั่วประเทศ จึงอาจทำให้ผลโพลเกิดความคลาดเคลื่อนได้ ดังนั้นข้อแนะนำทางวิชาการหรือทางทฤษฎีได้ระบุว่า โพลออนไลน์จะแสดงบทบาทในเรื่องของการได้ข้อมูลที่สะท้อนถึงอารมณ์ของคนในช่วงเวลานั้นความกระตือรือร้นของกลุ่มคนในโลกออนไลน์และพลังการสื่อสารของพรรคหรือคนที่ทำการขับเคลื่อนอยู่ในขณะนั้น แต่ไม่ใช่โพลที่จะบอกว่าใครจะแพ้หรือใครจะชนะ

ผศ.ดร.นพดล ยอมรับว่า การโพลออนไลน์มีความสำคัญเพราะเป็นการเปิดพื้นที่ให้คนในโลกโซเชียล ได้ตื่นตัวทฃ และยังเป็นการวัดพลังการสื่อสาร รวมถึงอารมณ์ของคนในโลกออนไลน์ แต่เสียงในโซเชียลจะดังขนาดไหน ก็ไม่สำคัญเท่ากับการอ่านอย่างมีสติ และในการฟังเสียงประชาชนอย่างหลากหลายรูปแบบถือก็ว่ามีความสำคัญในสังคมประชาธิปไตย และการทำโพลออนไลน์ก็ถือเป็นหนึ่งในนั้น

ข่าวที่น่าสนใจ

ผู้สื่อข่าวถามว่าผลโพลออนไลน์ถือว่าถูกต้องตามหลักวิชาการหรือไม่ ผศ.ดร.นพดล ชี้แจงว่า ต้องแยกกัน เพราะโพลออนไลน์จะบอกว่าไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการก็จะเหมือนว่าเป็นการเข้มงวดจนเกินไป จะต้องมองที่อรรถประโยชน์ คือ ประโยชน์ของโพลออนไลน์นั้นมีอยู่จริง เพราะเป็นการเปิดพื้นที่เพื่อฟังเสียงของประชาชนผ่านทางโซเชี่ยลมีเดีย และในยุคดิจิทัล การทำโพลออนไลน์ก็ถือได้ว่ามีบทบาทที่สำคัญ แต่ทั้งนี้ ในการทำโพลก็ควรที่จะมีทั้งรูปแบบออนไลน์ และการทำโพลเดินดิน เพื่อให้ผลโพลนำมาสู่ความถูกต้องและสมบูรณ์มากขึ้น พร้อมยอมรับว่า ผลโพลที่ได้รับอาจจะมีความคลาดเคลื่อนบ้าง และไม่มีโพลใดที่จะให้ผลได้ตรง 100% แต่จะมีความใกล้เคียงมากที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามถึงความเป็นไปได้ และโอกาสที่จะมีกลุ่มพรรคการเมือง แฟนคลับ ปั่นยอดโพล ผ่านระบบแชตบอท หรือ ใช้ ไอโอ ในการระดมโหวต เพื่อหวังผลคะแนนแทนการสอบถามแบบตามหลักวิชา ผศ.ดร.นพดล ในเรื่องนี้นักวิจัยทั่วโลกได้รับรู้ข้อจำกัดในนี้อยู่แล้ว ในเรื่องของการปั่นยอดโพล ซึ่งตนได้ชี้ให้เห็นว่า โพลออนไลน์ มีความเป็นไปได้ที่คนมีความสนใจมาก โดยกลุ่มคนที่สนใจมากก็จะเข้าร่วมทำการโหวตมาก เช่นเดียวกับ แฟนคลับ หรือ เครือข่ายที่จะช่วยระดมโหวตได้ ซึ่งถือเป็นของจำกัดและปรากฏการณ์ที่นักวิจัยทั่วโลกรับรู้และรับทราบเรื่องนี้ดีอยู่ และจะเรียกข้อจำกัดนี้ว่า self selection bias คือการที่ไม่สามารถควบคุมอคติได้ในการทำโพลออนไลน์ หรือ การเสนอตัวเข้ามา เพราะการทำโพลที่ถูกต้องตามระเบียบการวิจัยคือการสุ่มตัวอย่าง รวมถึงการสำรวจทั้งแบบออนไลน์ และเเบบเดินดิน ก็จะทำให้ผลที่ได้เข้าใกล้ความแม่นยำมากขึ้นอีกด้วย

ผู้สื่อข่าวถามถึงความน่าเชื่อถือของการทำโพลออนไลน์ ผศ.ดร.นพดล ระบุว่า ในเรื่องความเชื่อนั้น ในการศึกษาข้อมูลจะต้องอ่านอย่างมีสติ และต้องไม่ละเลยเสียงของประชาชนในโลกออนไลน์ และไม่ละเลยผลโพลออนไลน์ ดังนั้นในการทำโพลยุคใหม่จะต้องมีการผสมผสานระหว่างโพลออนไลน์และโพลเดินดิน ส่วนในเรื่องของการปั่นโพลของพรรคการเมือง ตนได้กล่าวไปแล้วว่า การทำโพลออนไลน์ มีข้อดี คือ การวัดอารมณ์ /วัดความกระตือรือร้น และวัดพลังการสื่อสารของพรรค หรือ บุคคล ดังนั้น หากพรรคบางพรรค จะมีการระดม ใช้ AI ใช้บอท ในการปั่นยอดโหวต ก็ตาม แต่ตนมั่นใจว่า สำนักโพลหรือ สื่อมวลชนที่ทำโพลออนไลน์จะมีวิธีในการคัดกรองไม่ให้มีการระดมโหวตจากผู้ที่ใช่คนจริงมากเกินไป ซึ่งการคัดกรองจะสามารถช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่ควรมีการเชื่อมโยงควบคู่กับการทำโพลเดินดินด้วย

 

ผู้สื่อข่าวถามถึง แชทบอท ไอโอ จะมีผลต่อการทำโพลออนไลน์มากน้อยแค่ไหน ผศ.ดร.นพดล ระบุว่า ลักษณะของบอท เอไอ เวลาที่นำมาใช้โดยการสร้าง อวตาล ซึ่งไม่มีตัวตนจริง ผลที่ได้ก็ไม่ควรขยายผลเป็นวงกว้าง เพราะว่า การนำเทคโนโลยีมาใช้สามารถที่จะปั่นกระเเสได้ โดยสิ่งที่มีประโยน์ของการทำโพลออนไลน์ คือ เมื่อเห็นว่ามีพรรคใดพรรคหนึ่งนำ ก็ไม่ควรขยายผลว่าพรรคใดจะแพ้ พรรคใดชนะ หรือ พรรคที่เป็นคะแนนเสียงของประชาชนทั้งประเทศ และในการทำโพลออนไลน์ ผลที่ได้ก็ไม่ควรที่จะมองว่า เป็นบอททั้งหมด เพราะในการทำโพลออนไลน์ก็มีคนจริง ที่ไปแสดงความคิดเห็นและลงคะแนนเสียงจริง

 

ผศ.ดร.นพดล ระบุว่า ผลสำรวจในโลกออนไลน์สามารถใช้อ้างอิงได้ ในเรื่องของอารมณ์ของคนในโลกออนไลน์ในช่วงเวลาหนึ่ง/อ้างอิงในเรื่องของความกระตือรือร้นและการตื่นตัวของคนในโลกออนไลน์และอ้างอิงในเรื่องของการสื่อสารของพรรคการเมือง แต่การทำโพลที่มีทั้งการทำโพลออนไลน์และการทำโพลแบบเดินดินผ่านการสุ่มตัวอย่างจะทำให้ได้ข้อมูลครอบคลุมผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง

ผศ.ดร.นพดล ทิ้งท้ายว่า โพลไม่ใช่คำตอบสุดท้ายทางการเมือง แต่เป็นเสียง และคำถามคำตอบ ที่สำคัญ อีกทั้งการทำโพลออนไลน์ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในทางการเมือง แต่เป็นเรื่องที่ไม่สามารถทิ้งได้ เพราะการทำโพลยุคใหม่จะต้องมีการผสมผสานระหว่างโพลออนไลน์และโพลเดินดิน 2 โซเชียลมีเดียจะดังแค่ไหนก็ไม่สำคัญอ่านข้อมูลอย่างมีสติและสุดท้ายเราจะต้องตื่นตัว เพราะการฟังเสียงประชาชนมีหลากหลายรูปแบบ และโพลออนไลน์ก็เป็นหนึ่งในนั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

บีอาร์เอ็นก่อเหตุ ปตท. เจ็บ 11 จุด – เคอร์ฟิวส์ไม่ได้ช่วย
กล้องชัด! กระบะหลุดโค้งประสานงา จยย. สองผัวเมียดับคาที่
มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการ Astro Night 2026 ภายใต้แนวคิด “ตามหาดวงดาวในวัยเด็กของเรา”
เปิดหีบเลือกตั้ง อบต.ปากพนัง เจ้าหน้าที่ดูแลเข้ม
พิษณุโลก ขุนพล "ภูมิใจไทย" บุกเมืองกล้วยตาก ปราศรัยช่วย "นิยม ช่างพินิจ" เรียกคะแนนเสียง
องุ่นเมืองจันท์ หวานกรอบปลอดภัยจากสารเคมี เนื่องจากใช้ชีวภัณฑ์ เพื่อลดการใช้สารเคมีทำให้ปลอดภัยกับผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม

ดู LIVE รายการ

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น​