AFP รายงานว่าไมเคิล เดอซอมเบร เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออก ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางเยือนไทยและกัมพูชาในสัปดาห์นี้ เพื่อหารือถึงแนวทางในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของข้อตกลงหยุดยิงที่บริเวณพรมแดนไทย-สหรัฐ ได้ออกแถลงการณ์ในวันนี้ (ศุกร์ที่ 9 มค.) ว่าสหรัฐภายใต้การนำของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะมอบเงินช่วยเหลือมูลค่า 45 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ(ราว 1,414 ล้านบาท) ให้กับไทยและกัมพูชา โดยมีการแบ่งเป็น 3 ส่วน
ทั้งนี้ 20 ล้านดอลลาร์ (628 ล้านบาท) จะสนับสนุนในการปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดและแก๊งสแกมเมอร์ทางไซเบอร์ ซึ่งเป็นปัญหาในกัมพูชา, อีก 15 ล้านดอลลาร์ (471 ล้านบาท) สำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยพลัดถิ่นจากการสู้รบ, และสุดท้าย 10 ล้านดอลลาร์ (314 ล้านบาท) สำหรับการเก็บกู้ทุ่นระเบิด
เดอซอมเบรกล่าวว่า “สหรัฐจะยังคงให้การสนับสนุนรัฐบาลไทยและกัมพูชาไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนให้สองประเทศดำเนินการตามข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์ เพื่อที่จะนำสู่สันติภาพ ความเจริญรุ่งเรือง และเสถียรภาพกลับคืนสู่ประชาชนและภูมิภาค”
ทั้งนี้ทรัมป์เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามข้อตกลงหยุดยิงไทย-กัมพูชาที่กรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อปลายตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นหนึ่งในสมรภูมิรบที่ทรัมป์อ้างความสำเร็จ
หลังจากเข้ารับตำแหน่งเมื่อต้นปีที่แล้ว (2568) ทรัมป์ได้สั่งตัดความช่วยเหลือในต่างประเทศลงจนแทบไม่เหลือ รวมถึงการระงับความช่วยเหลือระยะยาวแก่กัมพูชาในการเก็บกู้ทุ่นระเบิด อย่างไรก็ตามสหรัฐกล่าวว่าจะให้เงินสนับสนุนเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของสหรัฐ เท่านั้น

