


วันที่ 6 ม.ค. 2569 การปลดล็อกการเลี้ยงและเพาะพันธุ์นกกรงหัวจุก ถือเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาสำคัญของการทำงานแบบ “ปิดทองหลังพระ” ที่ส่งผลโดยตรงต่อปากท้องของประชาชนจำนวนมาก หลังอาชีพดังกล่าวถูกจำกัดและปิดตายมาเป็นเวลานานจากข้อกฎหมาย เปรียบเสมือนประตูหินที่ถูกล็อกไว้หลายชั้น ไม่เพียงปิดโอกาสทางอาชีพ แต่ยังกระทบต่อการดำรงชีวิตของผู้คนในวงกว้าง การปลดล็อกครั้งนี้จึงเปรียบได้กับการเปิดทางให้ประชาชนกลับมามีรายได้และความหวังอีกครั้ง


เบื้องหลังความสำเร็จ เกิดจากความร่วมมือของหลายฝ่ายที่ยอมทำงานอย่างเงียบ ๆ โดยไม่ยึดติดกับชื่อเสียง หนึ่งในบุคคลสำคัญคือ นายสุรินทร์ ปาลาเร่ ผู้มากด้วยประสบการณ์และองค์ความรู้เชิงลึก ซึ่งถูกยกย่องว่าเป็นผู้ที่ “รู้ว่ากุญแจดอกใดจะไขประตูบานนี้ได้” ขณะเดียวกัน นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เป็นอีกแรงขับเคลื่อนที่ยืนหยัดเดินหน้า แม้ต้องเผชิญแรงต้าน ไม่เคยละทิ้งความหวังของพี่น้องผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุก ส่วน นายปรีชา สุขเกษม ถูกมองว่าเป็น “กุญแจดอกแรก” ที่ช่วยเปิดประตูสำคัญ ด้วยการผสานการทำงานเชิงนโยบายเข้ากับองค์ความรู้ของผู้เชี่ยวชาญ จนนำไปสู่การคืนอาชีพอย่างเป็นรูปธรรม





แม้บางเสียงอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในความเป็นจริง การปลดล็อกนกกรงหัวจุกได้สร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างกว้างขวาง สามารถหล่อเลี้ยงปากท้องประชาชนได้นับหมื่นครัวเรือนทั่วประเทศ พร้อมฟื้นฟูศักดิ์ศรีและความหวังให้กับอาชีพที่เคยถูกมองว่ามืดมน ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นจากพลังของชาวนกกรงหัวจุกทั่วประเทศ รวมถึงผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่ร่วมกันทลายกำแพงแห่งข้อจำกัด จนกลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการทำงานที่ไม่หวือหวา แต่ทรงคุณค่า เป็นการยืนอยู่หลังพระเพื่อให้ประชาชนสามารถก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง


อนุกูล บุญมี ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.สงขลา

