





วันที่ 4 ม.ค. 2569 พ.ต.อ.เฉลิมวุฒิ วงษ์เวียงจันทร์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ประจวบ 2) ส่งสารถึงผู้บริหารงานป้องกันปราบปราม ได้แก่ รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม และสารวัตรป้องกันปราบปราม ทั้ง 16 สถานีตำรวจในสังกัด เน้นย้ำนโยบายการปฏิบัติหน้าที่เชิงรุก ให้มีการปรากฏกายของสายตรวจอย่างเข้มแข็ง (Show of Force) ยึดถือระเบียบกฎหมายเป็นที่ตั้ง พร้อมประกาศจุดยืนชัดเจน “หัวหน้าชุดต้องกล้าปกป้องลูกน้อง” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาจากประชาชน โดยกำหนดกลยุทธ์ 3 ประสาน ได้แก่ ตรวจเข้ม – มีเป้าหมาย – ไร้เคลียร์




ในสารถึงผู้ใต้บังคับบัญชาระดับหัวหน้าชุด ระบุให้เร่งยกระดับการตรวจการณ์ในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะจุดเสี่ยงต้องเพิ่มความถี่และมีเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ใช่ตรวจตามวงรอบเพียงอย่างเดียว พร้อมย้ำบทบาท “หัวหน้าชุด” ต้องเป็นที่พึ่งของลูกน้อง เมื่อมีการจับกุมผู้กระทำผิดแล้วมีความพยายามเจรจาขอผ่อนปรนหรือ “ขอเคลียร์” หัวหน้าชุดต้องยืนหยัดในหลักการ อ้างอิงข้อกฎหมายและคำสั่งผู้บังคับบัญชาอย่างชัดเจน เพื่อเป็นเกราะป้องกันทีมงาน และสร้างความศักดิ์สิทธิ์ให้กฎหมาย ยุติค่านิยม “นายสั่งจับ แต่จับแล้วนายขอให้ปล่อย” ซึ่งบั่นทอนกำลังใจของผู้ปฏิบัติและทำให้กฎหมายเสื่อมความขลัง






พ.ต.อ.เฉลิมวุฒิ ระบุว่า หากมีหลักการตอบและการเจรจาที่ชัดเจน คนผิดจะไม่กล้าขอ ลูกน้องจะเกิดความเชื่อมั่น ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว กล้าทำ กล้าจับ และผลงานฝ่ายป้องกันปราบปรามจะประจักษ์แก่สายตาประชาชน นโยบายนี้มุ่งให้ทั้ง 16 สภ. นำไปปฏิบัติเป็นต้นแบบ เริ่มตั้งแต่วันนี้และทำให้เป็นวัฒนธรรมการทำงาน เพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ตำรวจให้เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ตรงไปตรงมา โดยเชื่อมั่นว่าหากผู้นำเริ่มเปลี่ยน ลูกทีมจะเปลี่ยนตาม และศรัทธาของประชาชนจะกลับคืนมาอย่างแน่นอน


นิพล ทองเก่า ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ประจวบคีรีขันธ์

