BBC และ CNN รายงานว่าทาคาอิจิได้ลงชื่อร่วมกับสมาชิกรัฐสภาหญิงราว 60 คนเพื่อยื่นคำร้องขอให้เพิ่มจำนวนห้องน้ำหญิงในอาคารรัฐสภา หลังจากนักการเมืองหญิงได้รับเลือกเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรเป็นจำนวน 73 คนจาก 465 ที่นั่งในเดือนตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด
ยาสุโกะ โคมิยามะ สส.หญิงจากพรรคฝ่ายค้าน บ่นว่าคิวรอเข้าห้องน้ำหญิงยาวมาก โดยเฉพาะก่อนการประชุมสภา ขณะที่สส.หญิง อีกคนกล่าวว่าหลายครั้งที่เธอเข้าห้องน้ำไม่ทันก่อนการประชุม เนื่องจากใกล้ๆห้องประชุมใหญ่ มีห้องน้ำหญิงเพียงจุดเดียว และก็มีแค่ 2 ห้องเท่านั้น
ทั้งนี้ สื่อท้องถิ่นรายงานว่าอาคารรัฐสภาญี่ปุ่น ซึ่งมีทั้งหมด 3 ชั้นและมีขนาดใหญ่เท่ากับสนามฟุตบอล 2 แห่งรวมกันหรือราว 1 หมื่น 3 พันตารางเมตร มีห้องน้ำหญิงทั้งหมด 9 แห่งแบ่งเป็นห้องย่อยทั้งหมดเพียง 22 ห้อง ขณะที่ห้องน้ำชายมี 12 แห่ง แบ่งเป็นห้องย่อยและโถปัสสสาวะรวม 67 ห้อง ซึ่งโคมิยามะได้บ่นผ่านเฟสบุ๊คว่า รู้สึกไม่สะดวก นอกจากนี้ก็ยังต้องแชร์ห้องน้ำกับบุคคลภายนอกอีก ยิ่งทำให้ไม่เพียงพอ
อาคารรัฐสภาของญี่ปุ่นเป็นอาคารเก่า สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2479 ก่อนที่ผู้หญิงจะมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งในปี 2488 และผู้หญิงคนแรกได้รับการแต่งตั้งเข้าสู่รัฐสภาในปี 2489
ปัจจุบันญี่ปุ่นมีสส.หญิงราว 16% ในสภาผู้แทนราษฎร และราว 1 ใน 3 หรือ 42 จาก 125 ที่นั่ง ในวุฒิสภา
ขณะที่ทาคาอิจิก็เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น ซึ่งได้รับเลือกตั้งเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว (2568) และได้ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มสัดส่วนผู้หญิงในคณะรัฐมนตรีของเธอให้เทียบเท่ากับประเทศในกลุ่มนอร์ดิก ซึ่งครองอันดับต้นๆ เรื่องการมีผู้นำหญิง
ในญี่ปุ่น ปัญหาการขาดแคลนห้องน้ำหญิงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในอาคารรัฐสภาเท่านั้น แต่ยังพบเห็นได้ทั่วไปในตามพื้นที่สาธารณะทั่วประเทศ

