วันที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 10.10 น. พ.ต.ท.พีระ ราศรี สารวัตร สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุลักทรัพย์ ที่กุฎิเจ้าอาวาสวัดโพธิวราราม ถนนโพศรี เขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงพร้อมด้วย ร.ต.อ.สมพร จันทร์ลอย รอง สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังรุดไปตรวจสอบ



ในที่เกิดเหตุเป็นกุฎิปูนชั้นเดียว มีรั้วรอบขอบชิด พบพระครูโพธิวรานุรักษ์ อาภาธโร อายุ 81ปี เจ้าอาวาสวัด นำตรวจที่เกิดเหตุ และให้การว่า ปกติหลวงปู่จะจำวัดเข้านอนเวลา 20.30 น. แต่เวลาประมาณ 21.00 น. ได้ยินเสียงหมาเห่า จึงลุกขึ้นมาส่องดู แต่ไม่เห็นอะไร กระทั่งกลางดึกรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เพราะได้ยินเสียงสุนัขเห่าอีก แต่ไม่ได้ส่องดู เวลา 04.00 น. ตื่นขึ้นมาปฏิบัติกิจของสงฆ์ ก็พบตู้บริจาคแบบไม้ ถูกเปิดฝาออกเพราะไม่ได้ล๊อคกุญแจ เงินที่ญาติโยมบริจาคเป็นค่าน้ำค่าไฟประมาณ 200-300 บาท ได้หายไป รอกระทั่งไวยาวัจกรมาวัด ก่อนแจ้งตำรวจมาทำการตรวจสอบ ”ฝากบอกถึงโจร อย่าทำอีกเลย เพราะมันไม่ดี เพราะว่าเป็นเงินที่เขาบริจาคมาเป็นค่าน้ำค่าไฟวัด”



ส่วนนายบุบผา คุณมี อายุ 79 ปี ไวยาวัจกรวัด บอกว่า โดยปกติวัดจะปิดประตูรั้วทั้ง 4 ด้าน ในเวลา 21.02 น. หลังเกิดเหตุได้ไปตรวจกล้องวงจรปิด พบคนร้ายเป็นชาย อายุประมาณ 30 -35 ปี สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสั้นสีดำ สวมหมวกแก๊ป ใส่แมสสีขาว เพื่อปิดบังใบหน้า ไม่มียานพาหนะ เข้ามาปิดไฟที่โรงจอดถ ก่อนเดินวนเวียนอยู่แถวโรงรถข้างกุฏิเจ้าอาวาส แล้วส่องดูรถแต่ละคัน ว่ามีทรัพย์สินที่มีค่าอะไรหรือไม่ พอดีมีพระตื่นขึ้นมา คนร้ายจึงวิ่งหลบหนีออกไป จนกระทั่ง 00.43 น. พบคนร้ายคนเดิม ได้ปีนรั้วเหล็กกุฏิเจ้าอาวาสอีก ครั้งนี้คนร้ายเดินตรงเข้าไปที่ตู้บริจาคหน้ากุฏิคล้ายกับจ้องไว้แล้ว คนร้ายเปิดเอาเงินในตู้บริจาค แล้วก็เดินหนีไป


“ ฝากถึงโจรทั้งหลาย หาอยู่หากินก็ให้มันชอบธรรม เพราะมันเป็นเงินบริจาควัด ชาวบ้านนำมาให้วัดเพราะเป็นที่พึ่งพาอาศัยของชาวบ้านชุมชน อย่ามาทำลายศาสนา ตายไปก็มาเผาที่วัด ไม่มีที่ไหนกล้าเผาคนตายนอกจากวัด ให้มีจิตใจเป็นคน มันบาป 2 เท่า อย่ามาหากินในวัด ทรัพย์สินในวัดเป็นของทุกคน”
ตำรวจสันนิษฐานว่า คนร้ายน่าจะเป็นคนละแวกใกล้วัด โดยปีนรั้ววัดเข้ามาลักเงินในตู้บริจาค ซึ่งจะได้ตรวจภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี เพื่อสืบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป.
ภาพ/ข่าว กฤษดา จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.อุดรธานี

