คุณยายวัย 60 ปี ตัดพ้อ ไปค้ำประกันออกรถให้กับคนรู้จักจนบ้านจะถูกยึด ซ้ำร้ายสามีล้มป่วย

คุณยายวัย 60 ปี ตัดพ้อ ไปค้ำประกันออกรถให้กับคนรู้จักจนบ้านจะถูกยึด ซ้ำร้ายสามีล้มป่วย

คุณยายเมืองช้างวัย 60 ปี สู้ชีวิตเลี้ยงดูสามีป่วยติดเตียงลำพัง ซ้ำร้ายบ้านกำลังจะถูกยึดเพราะไปค้ำประกันออกรถไถนาแบบนั่งให้เพื่อนบ้าน ทรัพย์สินที่มีทยอยขายหมด ไม่มีแม้ข้าวสารจะกรอกหม้อ วอนหน่วยงานหรือผู้ใจบุญช่วยให้คำปรึกษาทีเกรงจะถูกไล่ไม่มีที่ซุกหัวนอน พร้อมเผยชีวิตนี้เคยคิดฆ่าตัวตาย แต่สงสารสามีที่นอนป่วย

วันที่ 24 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 78 หมู่ที่ 12 บ้านยาง ต.เมืองลีง อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ นางบัวริน ศรีนิลก์ อายุ 60 ปี ซึ่งมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก ซ้ำร้าย สามีที่เป็นเสาหลักของบ้านต้องมาล้มป่วยนอนติดเตียงไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ โดยทราบชื่อคือ ด.ต.นิคม ศรีนิลก์ อายุ 76 ปี เป็นข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุราชการแล้ว ซึ่งป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองแตก เนื่องจากขาดยารักษาโรคความดินโลหิตสูง โดยสภาพนอนนิ่งเป็นผักไม่สามารถพูดคุยตอบโต้ได้

dcnpBWEZ w1

โดยในแต่ละวัน นางบัวริน(ภรรยา) จะอาบน้ำให้ ด.ต.นิคม(ผู้ป่วย) ด้วยการเช็ดตัว เปลี่ยนแพมเพิส ซึ่งในแต่ละวันจะใช้แพมเพิสราว 5 ชิ้น ในราคา 180 บาท เนื่องจากผู้ป่วยนอนติดเตียง แขนขาไม่มีแรง ในการเปลี่ยนแพมเพิสแต่ละครั้ง นางบัวริน(ภรรยา) จะต้องใช้พละเป็นกำลังอย่างมาก เพราะ ด.ต.นิคม(ผู้ป่วย) มีรูปร่างใหญ่ ในด้านอาหารการกิน นางบัวริน(ภรรยา) มักจะไปซื้อกุนเชียงที่ร้านค้าชุมชน มาหั่นแล้วทอดให้ ด.ต.นิคม(ผู้ป่วย) ได้กินพอประทังชีวิตไปวันๆ
โดยก่อนหน้านี้ นางบัวริน(ภรรยา) ประกอบอาชีพทำขนมพื้นบ้านสุรินทร์โบราณขายหน้าบ้าน วันหนึ่งมีรายได้ประมาณ 200 บาท ซึ่งหลังจากที่มีพายุเข้าทำให้เกิดฝนตก ขนมที่ทำมาขายไม่ได้เลย นางบัวริน(ภรรยา) จึงจำเป็นต้องเลิกกิจการไปชั่วขณะ จนกว่าสถานการณ์จะกลับมาปกติ สำหรับรายได้ทางอื่น ได้จากเบี้ยคนชรา คนละ 600 บาท ต่อเดือน เบี้ยคนพิการของ ด.ต.นิคม(ผู้ป่วย) 800 บาท ต่อเดือน

jjdEjTA4 w3

ba5IBWJj w4

 

นางบัวริน(ภรรยา) ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังทั้งน้ำตาว่า ตนกับสามี มีลูกด้วยกัน 2 คน คนพี่ อายุราว 30 ปี ทำงานเป็นพนักงานบริษัทอยู่ จ.ระยอง ก่อนหน้านี้ส่งเงินให้ตนเดือนละ 3-4,000 บาท แต่มาเจอสถานการณ์โควิดแบบนี้ ถูกลดเงิน จึงส่งให้ตนได้เดือนละ 1-2,000 บาท สำหรับลูกคนเล็ก อายุ 25 ปี พึ่งไปทำงาน ได้ไม่นาน จะส่งเงินมาให้ตนครั้งละ 500 ตนเข้าใจว่าช่วงนี้ลูกๆก็ลำบากทุกคน

สำหรับสามีตน อดีตเป็นตำรวจยศนายดาบ อยู่ที่ สภ.เมืองลีง หลังจากเกษียณอายุราชการมาก็มารับจ้างสีข้าว และเลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ พอมีรายได้ ซึ่งสามีตนมีโรคประจำตัวคือโรคความดันโลหิตสูง แรกๆก็กินยาปกติตามที่หมอสั่ง หลังๆสามีบ่นว่า กินยาแล้วแน่นหน้าอก จึงเลิกกินยาไปเอง จู่ๆระหว่างทำงาน สามีรู้สึกหน้ามืดหมดแรง ตะโกนเรียกตน ในขณะนั้นตนเห็นสามีปากเบี้ยวแล้วจึงไปตามชาวบ้านให้มาช่วยพร้อมเรียกรถพยาบาลมารับ หมอบอกว่า เส้นเลือดในสมองแตก สามีจึงนอนป่วยแน่นิ่งจนมาถึงปัจจุบัน ราว 3-4 ปีแล้ว ตนเองจึงต้องขายทรัพย์สินที่มีอยู่เพื่อมาดูแลรักษาสามี หมูที่เลี้ยงไว้ก็ต้องขายไปทั้งหมด ซึ่งแต่ละวันมีค่าใช้จ่ายที่สูง โดยเฉพาะค่าแพมเพิส ในหนึ่งวันใช้ไป 4-5 ชื้น โดย 5 ชิ้นซื้อมาในราคา 180 บาท สำหรับบ้านที่ตนอาศัยอยู่นี้เป็นชื่อของตนเอง มีจำนวน 2 งาน 60 ตารางวา ซึ่งไปจำนองไว้ที่ ธนาคารแห่งหนึ่ง ตนก็เดินทางไปเสียดอกเบี้ยทุกปี กระทั่งสามีมาล้มป่วยตนไม่ได้ไปเสียดอกอีกเลย ประมาณ 3 ปีแล้ว เพราะไม่มีเงินจริงๆ และด้วยความสงสารเพื่อนต่างหมู่บ้านมาร้องขอให้ช่วยค้ำประกันเพื่อซื้อรถไถนาแบบนั่ง ราคาน่าจะอยู่ที่ราวๆ 4-5 แสนบาท โดยตนได้นำโฉนดที่ดินไปค้ำประกันให้ กระทั่งมีใบทวงหนี้ และมีเจ้าหน้าที่โทรศัพท์มาทวงเงินค่างวดรถไถ ตนก็ไปแจ้งคนซื้อแล้ว เขาตอบกลับมาว่า จะไปจัดการเอง กระทั่ง ทางธนาคารโทรศัพท์มาตามตนให้ไปพบ ตนจึงทราบว่า โฉนดที่ดินของตนถูกขายทอดตลาดไปแล้ว ต้องไปติดต่อที่กรมบังคับคดี

5YXwgqpN w2

นางบัวริน(ภรรยา) ยังกล่าวทั้งน้ำตาอีกว่า หากว่าที่ดินตรงนี้ถูกยึดไปแล้ว ตนเองก็ไม่รู้ว่าจะพาสามีไปซุกหัวนอนอยู่ที่ไหน มืดทั้ง 8 ด้านเลย ซึ่งตนเองอยู่ตรงนี้มากว่า 40 ปีแล้ว ไม่มีที่อื่นให้อยู่แล้ว ทั้งสามีก็มาล้มป่วย ที่ดินที่ปลูกบ้านอยู่ตรงนี้ก็จะถูกยึดไป ตนรู้สึกท้อต่อโชคชะตามาก มีอยู่ช่วงหนึ่งตนคิดอยากจะกินยาฆ่าตัวตาย แต่พอหันกลับมามองสามีที่นอนป่วยติดเตียงแล้ว ตนทำไม่ลง ตอนนี้ตนเองก็คิดว่าจะเดินทางไปร้องศูนย์ดำรงธรรม เพื่อไปขอความเป็นธรรม เพราะตนทุกข์ทรมานที่สุด ทุกคืนตนนอนไม่เคยหลับเลย หากผู้ใจบุญที่สงสารอยากจะช่วยเหลือตนและสามีที่นอนป่วยเป็นอัมพาต ตอนนี้ตนอยากได้แค่ที่ดินตรงนี้คืนเท่านั้น ตนอยากได้แค่นี้ และอยากจะฝากถึงคนที่ขอให้ตนไปค้ำประกันให้ ช่วยกลับมารับผิดชอบทีเถอะ

สำหรับผู้ใจบุญที่เมตรตาสงสาร นางบัวริน ศรีนิลก์ อายุ 60 ปี และ ด.ต.นิคม ศรีนิลก์ อายุ 76 ปี (ป่วยอัมพาต) สามารถเดินทางมาสอบถามพูดคุย หรือช่วยเหลือเป็นข้าวสาร อาหารแห้ง และแพมเพิส หรือสามารถโอนเงินมาได้ที่บัญชี ธนาคารกรุงไทย สาขาจอมพระ เลขที่บัญชี 320-0-66185-2 ชื่อบัญชี นางบัวริน ศรีนิลก์ หรือ โทร. 0637764150 นางบัวริน.

yzUJtZEQ w6

oRMSkKwM w5

ภาพ/ข่าว ซิน กิเลน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สุรินทร์

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก