กรมอุทยานฯจับมือกรมป่าไม้ ทำ MOU ป้องปรามจับคนทำผิดได้ทุกที่ ราชบุรีนำร่อง

กรมอุทยานฯจับมือกรมป่าไม้ ทำ MOU ป้องปรามจับคนทำผิดได้ทุกที่ ราชบุรีนำร่อง

นิมิตใหม่ 2กรมใหญ่ อุทยานฯ-ป่าไม้ จับมือทำ MOU เชิงรุก ร่วมป้องกันปราบปราม จับกุมผู้กระทำผิดกฎหมาย เกี่ยวกับการป่าไม้ ได้ในทุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ โดยไม่ต้องแยกเป็นพื้นที่ดูแลของกรมป่าไม้ หรือของกรมอุทยานฯ อย่างที่ผ่านมา เริ่มนำร่องที่จ.ราชบุรี

วันที่ 19 ต.ค. 2564 นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3(บ้านโป่ง) กรมอุทยานฯ เปิดเผยว่า ได้มีการทำบันทึกข้อตกลง MOUของกรมอุทยานฯและกรมป่าไม้ ที่จ.ราชบุรี โดยมีนายรณภพ เหลืองไพโรจน์ ผวจ.ราชบุรี เป็นประธาน โดยมีผู้ร่วมเป็นสักขีพยาน ประกอบด้วย พ.อ.จีรนาท เทพวัลย์ รอง เสธ. มทบ.16   พ.อ.ประยุทธ ผดุงพจน์ รองผอ.กอ.รมน.จังหวัดราชบุรี  พ.ต.อ. ศักดิ์ชัย อินทรปรีชา ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ ตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี

ในเรื่องการทำบันทึกข้อตกลง MOU ว่าด้วยการบูรณาการ ในการป้องกันและปราบปราม การกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ ในจังหวัดราชบุรี ระหว่าง  นายประทีป เหิมพยัคฆ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม จังหวัดราชบุรี นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนัก บริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3(บ้านโป่ง) กรมอุทยานฯ นายนิทรรศ เวชวินิจ ผู้อำนวยการสํานัก จัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) กรมป่าไม้ และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ในจังหวัดราชบุรี

ตามนโยบาย ทส.ยกกำลังเอ็กซ์ ของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และข้อสั่งการ ของนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามหนังสือที่ ทส.0211/ว2995 ลงวันที่ 21 ก.ย 2564 ข้อ3 ให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ทุกจังหวัด อำนวยการประสานปฏิบัติงาน ในพื้นที่จังหวัด ร่วมกับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ สํานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ และสำนักบริหารจัดการ ทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง โดยบูรณาการร่วมกับ ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจในพื้นที่

สำหรับบันทึกข้อตกลง MOU ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการ และเพิ่มประสิทธิภาพ ในการปฏิบัติงาน ในการป้องกันและปราบปราม การกระทำความผิดกฎหมาย เกี่ยวกับการป่าไม้ เชิงรุก ในจังหวัดราชบุรี แบบไร้รอยต่อ หากพบการกระทำผิดซึ่งหน้า หรือพบเห็นบุคคลมีพฤติกรรม อันควรสงสัยว่า น่าจะก่อเหตุให้เกิดอันตราย ต่อทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ก็ให้ดำเนินการจับกุม และกล่าวโทษ ได้ทุกพื้นที่ โดยไม่มีการแบ่งแยกว่า เป็นพื้นที่รับผิดชอบ ของหน่วยงานใด ส่วนของกลางที่ยึดได้จากการกระทำผิด ก็ให้ส่งมอบให้กับหน่วยงาน ผู้รับผิดชอบในพื้นที่นั้น เป็นผู้เก็บรักษาดูแล และปฏิบัติตามระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป

vGq4RYwL 1 scaled

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่มีการแยก กรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ เมื่อปีพ.ศ.2545 ทำให้เกิดช่องว่างในการป้องกัน และปราบปราม ในเขตพื้นที่รอยต่อของกรมอุทยานฯ และกรมป่าไม้ หรือแม้กระทั่ง เวลาเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ หรือเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ พบการกระทำผิดเกี่ยวกับการป่าไม้ซึ่งหน้า แต่ไม่ได้อยู่ในเขตความรับผิดชอบของตัวเอง จึงไม่ได้ดำเนินการจับกุมในทันที จึงทำให้การป้องกันปราบปรามผู้กระทำผิด ไม่บังเกิดประโยชน์สูงสุด

แต่เมื่อกฎหมาย และประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯ และเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ สามารถจับกุม และกล่าวโทษ ได้ทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ หรือในเขตป่าสงวนแห่งชาติ หรือในเขตป่าไม้พ.ศ. 2484  บันทึกข้อตกลง MOU ฉบับนี้ ก็จะทำให้เกิดความเข้าใจในข้อกฎหมาย และความมุ่งมั่น ที่จะร่วมกัน ป้องกันปราบปราม การกระทำผิดกฎหมาย เกี่ยวกับการป่าไม้ แบบไร้รอยต่อ ได้ทุกพื้นที่ โดยไม่มีการแบ่งแยกพื้นที่ดำเนินการ ว่าใครรับผิดชอบ เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดในด้านป่าไม้ ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม อันเป็นสมบัติของชาติและของชาวไทยทุกคน

GAcWxcGt 2 scaled Rd8czPHy 3 scaled

วุฒิเดช ก้อนทองคำ TOPNEWS ภาคตะวันตก

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก