ช็อตสุดซึ้ง “พนง.ท็อปนิวส์” เจอพ่อบังเกิดเกล้าครั้งแรก พลัดพรากนานถึง 37 ปี กลายเป็นปมรันทดชีวิต

สุดซึ้ง "ลูก" พยายามตามหา "พ่อ" หลังพลัดพรากนานถึง 37 ปี สุดท้ายกลับสู่อ้อมกอดราวมีปาฏิหาริย์

ช็อตสุดซึ้ง “พนง.ท็อปนิวส์” เจอพ่อบังเกิดเกล้าครั้งแรก พลัดพรากนานถึง 37 ปี กลายเป็นปมรันทดชีวิต – Top News รายงาน

 

 

พนง.ท็อปนิวส์

 

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Arnon pongsiri” วัย 37 ปี ปัจจุบันเป็น “ผู้ช่วยบรรณาธิการข่าว” อยู่ที่สถานีข่าว Top news ได้โพสต์เล่าเรื่องราวในวันที่ได้ไปเจอหน้าพ่อบังเกิดเกล้าครั้งแรกในชีวิต โดยมารู้ภายหลังว่าพ่อมีอาชีพเป็นทนายความ ตอนนี้อายุ 66 ปี โดยระบุเนื้อหาใจความว่า “ชาตินี้! ไม่คิดว่าจะได้เจอพ่อแท้ๆ แม้แต่รูปถ่ายสักใบก็ไม่มีให้ดู ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าหน้าตาพ่อแท้ๆ ผมเป็นยังไง จนในที่สุด! วันที่ผมเฝ้ารอมาตลอด 37 ปีก็มาถึง (28 ส.ค.68) วันนี้ผมได้เจอหน้าพ่อแท้ๆ ของผมครั้งแรกในชีวิต หลังจากที่รู้ผลตรวจ DNA ว่าเราเป็นพ่อลูกกันจริงๆ”

นาทีแรกที่ผมเจอพ่อ น้ำตาลูกผู้ชายมันเอ่อล้นออกมาแบบไม่ตั้งตัว สิ่งต่างๆ ที่ติดค้างในใจผมมาตั้งแต่เด็ก ว่าทำไมต้องเป็นผมต้องแบกรับเผชิญกับความโดดเดี่ยวอยู่แบบนี้ ตอนที่ผมดีใจ เสียใจ ทุกข์ใจ ผมอยากมีพ่อเป็นที่ปรึกษา อยากระบายความรู้สึก  หรือวันที่ผมสอบเข้าโรงเรียนกีฬาได้  วันที่ผมแข่งชนะ  วันที่ผมสอบชิงทุนนักกีฬาเข้ามหาลัยได้  วันที่ผมเรียนจบรับปริญญา  วันที่ผมได้เป็นนักข่าวทำงานวันแรก ผมอยากเอามาอวดพ่อเหมือนกัน แล้วพ่ออยู่ไหน ทำไมไม่มาหาผมสักที หรือพ่อไม่รู้ว่ามีผมอยู่ หรือชาติที่แล้วผมไปทำบาปทำกรรมอะไรไว้ ทำไมไม่มีพ่อแท้ๆ เหมือนเพื่อนคนอื่นที่โรงเรียน

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

แต่วันนี้สิ่งต่างๆ ที่ติดค้างในใจผมได้ถูกปลดล็อกทั้งหมด หลังจากที่ได้รู้เรื่องราวในอดีตพ่อกับแม่ ผมเข้าใจ และทุกสิ่งทุกอย่างตลอด 37 ปีที่ผ่านมา ที่ผมเจอ ผมจะขอแบกรับไว้เองคนเดียวทั้งหมด วันนี้ผมขออโหสิกรรมให้พ่อในทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา ไม่ว่าชาตินี้ หรือชาติไหน ผมจะไม่ขุ่นข้องหมองใจใดๆ ทั้งสิ้น หรือชาติที่แล้วผมอาจจะทำอะไรไว้ไม่ดีกับพ่อ ขอให้พ่ออโหสิกรรมให้ผม เพราะ 37 ปีที่ผ่านมา มันสาหัสสำหรับผมมาก ขอให้เลิกแล้วต่อกัน แล้วหลังจากนี้มาเริ่มต้นกันใหม่

ผมขอขอบคุณพ่อจากใจจริงที่ทำให้ผมเกิดมา ไม่ว่าจะตั้งใจ หรือไม่ได้ตั้งใจทำให้ผมเกิดมาก็ตาม แม้ผมจะเกิดพร้อมกับคำดูถูกว่า “น้ำหน้าอย่างมึง ไอ้ลูกไม่มีพ่อ พ่อมึงไม่รู้อยู่ไหน ชาตินี้มึงคงเอาดีไม่ได้” แต่ผมก็ไม่เคยโทษโชคชะตา เพราะคนเราเลือกเกิดไม่ได้จริงๆ แต่ก็เลือกที่จะเป็นได้ และเมื่อผมเกิดมาแล้ว ถ้าเรามีความมุ่งมั่น และศรัทธามากพอ เก็บคำดูถูกเหล่านั้นมาเป็นพลัง ผมเชื่อว่าสักวันคนเราจะประสบความสำเร็จได้เช่นกัน ผมยืนยันว่าผมจะอดทน จะไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค วันนี้ผมเข้มแข็งมากพอ ผมจะทำให้ชีวิตผมมีคุณค่า ผมจะไม่ทำให้ชีวิตนี้ของผมที่พ่อทำให้ผมเกิดมาสูญเปล่า และจากนี้ไปขอให้ผมและพ่อได้พบเจอแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตด้วยเช่นกันวันนี้ผมดีใจมากที่ได้เจอพ่อครับ

 

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามไปยังเจ้าของเฟซบุ๊ก ให้ข้อมูลว่า ตนอยากมีพ่อเหมือนเพื่อนคนอื่น จึงพยายามตามหาพ่อมาตั้งแต่เด็ก โดยสืบหาข้อมูลจากทุกแหล่งข่าวที่พอจะหาได้ แต่ไม่ว่าจะหาอย่างไก็ก็ไม่เคยได้เบาะแส จนกระทั่งได้เบาะแสว่าพ่อทำงานอยู่ที่ จ.สระบุรี ตนจึงลองสืบหาข้อมูลจนได้พูดคุยกับพ่อ จากนั้นมีการนำดีเอ็นเอไปตรวจ ก็ปรากกฏว่าเป็นพ่อลูกกันจริง ตนดีใจมากจึงเดินทางไปที่ จ.สระบุรี เพื่อไปพบพ่อบังเกิดเกล้าเป็นครั้งแรกในชีวิต

เมื่อพบหน้าหน้าพ่อตนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เพราะความดีใจ จากนั้นตนจึงมอบพวงมาลัยแล้วกราบพ่อ แล้วสวมกอดพ่อเป็นครั้งแรกในชีวิต ซึ่งไม่คิดว่าจะมีวันนี้ ทั้งนี้ตนอยากให้คนที่กำลังตามหาพ่อหรือแม่ที่พรัดพรากจากกัน มีกำลังใจที่จะตามหาต่อไป เพราะตนเชื่อว่าสักวันหนึ่งอาจโชคดีเหมือนตนที่ได้กลับสู่อ้อมกอดพ่ออีกครั้ง

 

 

   

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

คอหวยตื่นไก่ป่ามี 5 นิ้ว
ชายแดนสงขลาเฝ้าระวังเข้ม รวบหนุ่มมาเลย์ซุก M16
กรมพลศึกษาร่วมกับจังหวัดพัทลุง ส่งเสริม โครงการเด็กไทยว่ายน้ำได้
แข่งขันชิงแชมป์ มอเตอร์ไซค์วิบาก เอ็นดูโร่ 14 จังหวัดภาคใต้ แจกทุเรียนกินฟรี
(50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) BYD ส่งออกรถ EV ผลิตจากโรงงานในไทยสู่ยุโรปครั้งแรก
(50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) 'ประชุมสุดยอด SCO' ที่เทียนจินใช้ไฟฟ้าพลังงานสีเขียว 100%

ดู LIVE รายการ

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น​