“กาแฟบ้านป๊อก” โมเดลกาแฟรักษ์ป่า สร้างรายได้–ท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน

"กาแฟบ้านป๊อก" โมเดลกาแฟรักษ์ป่า สร้างรายได้–ท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน

“กาแฟบ้านป๊อก” ตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ “กาแฟคุณภาพจากดอยสูง” กำลังจะกลายเป็นโมเดลการพัฒนาชุมชนเกษตรที่โดดเด่น ด้วยการปลูกกาแฟควบคู่กับการอนุรักษ์ป่า และต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยมี กรมส่งเสริมการเกษตร เข้ามาสนับสนุนอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

กาแฟ เครื่องดื่มยอดนิยม การเดินทางจากต่างประเทศสู่ประเทศไทย

กาแฟเริ่มเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ ปี 2447 โดยชายชาวจังหวัดสงขลา ได้นำเมล็ดพันธุ์กาแฟโรบัสต้าจากประเทศซาอุดิอาระเบีย มาปลูกที่อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา และได้ผลดีพอสมควร จากนั้นก็ได้รับการส่งเสริมให้ขยายพื้นที่ปลูกในภาคใต้อย่างกว้างขวาง โดยเป็นการปลูกสลับกับแถวต้นยาง เพื่อสร้างรายได้รองจากการกรีดยาง ส่วนกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า มีบันทึกว่า นำเข้ามาปลูกเพิ่มเติมในพื้นที่เดียวกัน เมื่อปี 2493 แต่ไม่ประสบผลสำเร็จมากนัก เนื่องจากต้องการสภาพปลูกที่เหมาะสมต่างจากพันธุ์โรบัสต้า ทำให้ประสบปัญหาโรคพืช ประกอบกับความรู้ด้านการปลูกกาแฟพันธุ์ดังกล่าวยังมีไม่มากนัก จึงทำให้พื้นที่ปลูกลดลง จนกระทั่งในปี 2516 จึงได้มีการทดลอง วิจัย และพัฒนาการปลูกกาแฟพันธุ์อาราบิก้า และทำการส่งเสริมกันอย่างจริงจัง ประกอบกับที่โครงการหลวงได้เริ่มส่งเสริมให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงปลูกกาแฟอาราบิก้า เป็นพืชสำคัญในการปลูกทดแทนพืชเสพติด เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสม สามารถปลูกได้ดี และให้ผลผลิตสูง โดยเฉพาะการปลูกร่วมกับระบบเกษตรป่าไม้ (agroforestry) ดังนั้นการพัฒนาการปลูกและผลิตกาแฟอาราบิก้า จึงก่อให้เกิดประโยชน์และยังผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างมาก

 

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

กาแฟบ้านป๊อก กาแฟคุณภาพสูง ด้วยน้ำพระทัยของล้นเกล้ารัชกาลที่ 9

ในปี 2524 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎร ในพื้นที่ตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ทรงรับทราบถึงปัญหาการประกอบอาชีพของราษฎรที่ยังขาดอาชีพที่จะสามารถสร้างรายได้เลี้ยงชีพอย่างมั่นคง ด้วยน้ำพระทัย และพระวิสัยทัศน์อันยาวไกล ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก เพื่อเป็นศูนย์สาธิตการปลูกกาแฟอาราบิก้า โดยมีเป้าหมายให้อาชีพปลูกกาแฟเป็นอาชีพเสริมรายได้ให้แก่ราษฎรในพื้นที่นอกจากการปลูกเมี่ยง ควบคู่ไปกับพัฒนาปัจจัยพื้นฐานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งผลทำให้ชาวแม่ออนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นับเป็นจุดเริ่มต้น “กาแฟบ้านป๊อก กาแฟของพ่อ ที่ปลูกในป่าของแม่” โดยได้ทำการปลูกกาแฟผสมผสานไปกับการทำสวนเมี่ยงมากกว่า 30 ปี ปลูกภายใต้ร่มไม้ใหญ่ เพื่อรักษาป่าให้ยังคงอยู่ มีความอุดมสมบูรณ์ ถือว่าเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ไปพร้อมกับการประกอบอาชีพซึ่งก่อให้เกิดความยั่งยืนในอาชีพ

ด้วยพิกัดที่ตั้งของบ้านป๊อก หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการผลิตกาแฟอาราบิก้าคุณภาพ ทำให้กาแฟบ้านป๊อกเป็นกาแฟที่มีคุณภาพดี มีรสชาติกลมกล่อม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของกาแฟบ้านป๊อกที่ไม่เหมือนใคร

 

 

 

 

 

 

 

 

ส่งเสริมการรวมกลุ่ม สร้างความเข้มแข็ง ต่อยอดสู่ความยั่งยืน

ปี 2557 กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ และสำนักเกษตรอำเภอแม่ออน ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มในการผลิต การแปรรูป และการตลาด โดยส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มและบริหารจัดการในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน ภายใต้ชื่อ “วิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกชา-กาแฟคุณภาพบ้านป๊อก” และต่อมาในปี 2561 ได้พัฒนาเป็น “แปลงใหญ่กาแฟบ้านป๊อก” ยกระดับการทำงานด้วยหลักการ 5 ด้านของระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ได้แก่ การลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มผลผลิตต่อไร่ การพัฒนาคุณภาพมาตรฐาน GAP การเชื่อมโยงการตลาด และการบริหารจัดการกลุ่มอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นในการส่งเสริมการผลิตกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ และได้รับการส่งเสริมการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีการนำผลผลิตกาแฟกะลา มาแปรรูป เป็น “กาแฟคั่ว” เพื่อเพิ่มมูลค่า ทั้งกาแฟคั่วอ่อน กาแฟคั่วกลาง และกาแฟคั่วเข้มจำหน่ายทั้งแบบเม็ดและแบบบด และเพื่อให้กับเข้ากับยุคสมัยในปัจจุบัน ทางกลุ่มจึงได้ต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เป็น “กาแฟ ดริป” เพื่อช่วยสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้น และยังได้ยกระดับการผลิตกาแฟคั่วปกติ เป็นกาแฟผงพร้อมชง ด้วยการใช้เทคโนโลยี Freeze Dry ที่เป็นการถนอมอาหารและแปรรูปเพิ่มมูลค่า โดยที่คุณค่าสารอาหาร รสชาติ กลิ่นของอาหารนั้นยังคงถูกรักษาไว้ได้อย่างดี ได้เป็น “กาแฟปรุงสำเร็จบ้านป๊อกชนิดฟรีซดราย (Freeze dry coffee process)” โดยร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอแม่ออน สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์นวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ (Fin) ในการร่วมพัฒนา และทดสอบผลิตภัณฑ์ ซึ่งกาแฟปรุงสำเร็จนี้มีความสะดวกในการพกพา ซึ่งบรรจุในซองฟอยด์ ทำให้ยังคงคุณค่า รสชาติ กลิ่นของกาแฟบ้านป๊อกที่เป็นเอกลักษณ์เอาไว้ได้เป็นอย่างดี

 

 

 

 

 

“กาแฟบ้านป๊อก” ปลูกด้วยความเอาใจใส่ของเกษตรกร จากผลกาแฟสีแดงสด (กาแฟเชอรี่) ที่อยู่บนต้น นำมาผ่านกระบวนการแปรรูปที่หลากหลายขั้นตอนอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้มาซึ่งเมล็ดกาแฟกะลาที่มีคุณภาพดี นำมาผ่านกระบวนการคั่วอย่างประณีต และใส่ใจ เกิดเป็น “กาแฟคั่วบ้านป๊อก” ที่มีลักษณะเฉพาะทั้งรสชาติและกลิ่น ซึ่งจะมีอัตลักษณ์เป็นกาแฟ Specialty คือมีรสชาติกลมกล่อมและคุณภาพดี ให้รสสัมผัสคล้ายช็อคโกแลต มีกลิ่นหอมของดอกไม้ป่า ธัญพืช พืชตระกูลเบอรี่ และเสาวรส ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของกาแฟบ้านป๊อก เป็นการยกระดับคุณภาพ สร้างความน่าสนใจและโอกาสเข้าสู่ตลาด Premium ได้มากยิ่งขึ้น ปัจจุบันทางกลุ่มดำเนินกิจกรรมภายใต้ชื่อ “วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่กาแฟบ้านป๊อก” มีสมาชิก 26 ราย พื้นที่ปลูก 354 ไร่ ผลผลิตกาแฟเชอรี่กว่า 50 ตันต่อปี สร้างรายได้เข้าสู่ชุมชนกว่า 1.7 ล้านบาทต่อปี

 

 

 

 

 

 

 

 

กาแฟที่ต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตร และชุมชน

นอกจากการผลิตกาแฟคั่ว กาแฟดริป และกาแฟผงแล้ว “วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่กาแฟบ้านป๊อก” ยังได้ต่อยอดงานวิจัยไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น สครับกาแฟ สบู่ โลชั่น แชมพู รวมถึงการผลิตถ่านอัดแท่งจากกะลากาแฟ และรับผลิต OEM ให้กับแบรนด์กาแฟชื่อดัง ที่สำคัญ ชุมชนยังได้พัฒนาสู่ การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวนเกษตร นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชื่นชมบรรยากาศของบ้านป๊อก จะสามารถสัมผัสประสบการณ์ “จากต้นน้ำสู่แก้วกาแฟ” เรียนรู้วิถีชีวิตการปลูกกาแฟท่ามกลางป่าต้นน้ำ ผ่านฐานกิจกรรมเรียนรู้ในแปลงปลูก และชุมชน เกิดเป็นโปรแกรมการท่องเที่ยวของหมู่บ้าน ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ตลอดทั้งปีอย่างยั่งยืนและเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวกับบ้านแม่กำปอง หมู่บ้านชื่อดังด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน สร้างรายได้เสริมให้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ การันตีคุณภาพ

จากการพัฒนาตามนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ร่วมกับผลการพัฒนาภายใต้ระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ เพื่อมุ่งตอบโจทย์การเพิ่มรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน และการเป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรแบบครบวงจรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Go Green) ด้วย BCG Model ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่คำนึงถึง Zero Waste และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม “วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่กาแฟบ้านป๊อก” ตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นกลุ่มเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ โดยที่เกษตรกรมีการผลิตและกำหนดมาตรฐานอย่างเข้มงวด จนสามารถยกระดับการผลิตกาแฟคั่วปกติ เป็น”กาแฟดริป” และ “กาแฟปรุงสำเร็จบ้านป๊อกชนิดฟรีซดราย” เพื่อเพิ่มมูลค่าและโอกาสทางการค้า อีกทั้งชุมชนยังร่วมกันบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ จนได้รับรางวัลระดับประเทศและระดับจังหวัดหลายรางวัล อาทิ

 

 

•รางวัลเลิศรัฐ สาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ระดับดีเด่น (ปี 2567) ประเภทร่วมใจแก้จนผลงาน “วิสาหกิจชุมชน แปลงใหญ่กาแฟบ้านป๊อกแก้จน กาแฟไทย ใจรักษ์ป่า”
•รางวัลชนะเลิศแปลงใหญ่ดีเด่น ระดับจังหวัดและระดับเขต (ปี 2566)
•รางวัลชุมชนบนพื้นที่สูงคาร์บอนต่ำ ระดับดีเยี่ยม จากมหาวิทยาลัยมหิดล และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีประเด็นในการพิจารณา ใน 4 มิติ คือ มิติ 1 การเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มิติ 2 การฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าไม้ มิติ 3 การจัดการสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยชุมชน มิติ 4 ความเข้มแข็งของชุมชนในการรองรับการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้พื้นที่ยังคงสภาพป่าไม้และเป็นแหล่งทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์อีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริมการเกษตรให้มีความยั่งยืนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG Model

 

 

 

 

โมเดล “กาแฟรักษ์ป่า” สู่อนาคตยั่งยืน
“กาแฟบ้านป๊อก” ไม่ได้เป็นเพียงตัวอย่างของสินค้าการเกษตรที่สร้างรายได้ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำเกษตรที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการมีจิตสำนึกที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม สามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างสมดุล ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรยืนยันว่าจะขยายผลโมเดลนี้ไปยังพื้นที่อื่น ๆ เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่มั่นคง เสริมแกร่งให้ชุมชน ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่คู่กับคนไทยต่อไป

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

สว. ภมร เชาว์ศิริกุล บริจาคเงิน ข้าวสาร และอาหารแห้ง งานประเพณีทิ้งกระจาด พร้อมทั้งลงมือช่วยปรุงอาหาร เพื่อมอบให้แก่ประชาชน
มติศาลรธน. 6 ต่อ 3 วินิจฉัย ‘แพทองธาร’ พ้นนายกฯ พร้อมครม.ทั้งคณะ ข้ออ้างเทคนิคเจรจาฟังไม่ขึ้น คลิปเจรจาอังเคิล ชี้ผิดจริยธรรมร้ายแรง
"บิ๊กเต่า" เผยความคืบหน้าคดีวัดพระบาทน้ำพุ ลั่นไม่มีข้อยกเว้นอินฟลูฯ รับเงินวัดไม่เหมาะสม
รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ประธานในพิธีมอบสิ่งของพระราชทานในการดำรงชีพเบื้องต้นให้กับผู้ประสบภัยพิบัติ (อัคคีภัย)
สวนสัตว์เปิดเขาเขียว องค์การสวนสัตว์ฯ คว้ารางวัล ศูนย์ราชการสะดวก GECC ประจำปี 2568
"นฤมล" นำถกปฏิรูปการศึกษา มุ่งเป้าปรับปรุงข้อกม. พัฒนาศักยภาพเรียนรู้ ก้าวทันโลกยุคใหม่

ดู LIVE รายการ

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น​