ขบวนการลักลอบค้าสัตว์ ต้นตอทำสัตว์เอเลี่ยนสปีชีส์หลุดระบาด

หากยังจำเหตุการณ์ไฟไหมตลาดจตุจักรได้ ครั้งนั้นพบว่ามีสัตว์ตายหลายพันชีวิต แต่ก็ทำให้เห็นปัญหาหลายอย่างที่ซุกไว้ใต้พรมมายาวนาน และถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่ภาครัฐจะเอาจริงเอาจัง เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา

นับตั้งแต่เกิดเหตุเพลิงไหม้โซนขายสัตว์ตลาดจตุจักร เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2567 กลายเป็นข่าวเศร้าสลด หลังพบมีสัตว์ถูกไฟคลอดตายนับพันตัว ตั้งแต่ หมา, แมว, นก, ไก่, สัตว์เลื้อยคลาน, งู, กิ้งก่า, เต่า และ ปลาสวยงาม รวมทั้งสัตว์แปลก ๆ อีกหลายชนิด ที่มาจากต่างประเทศ ซึ่งเกือบทั้งหมดยังเป็นเพียงแค่ลูกสัตว์ที่รอคนมาซื้อ

แต่จากเหตุกาณ์ไฟไหม้ครั้งนั้น ยังถือเป็นการฟ้องสังคมว่า ตลาดแห่งนี้ ก็คือแหล่งค้าสัตว์ใจกลางกรุง ที่แอบแฝงขายสัตว์ทั้งถูกและผิดกฎหมายมานานนับสิบปี

 

 

จากในอดีต หลายคดีที่มีการจับกุมขบวนการค้าสัตว์ป่า ต่างก็มีจุดหมายส่งมาที่ตลาดจตุจักร จนองค์กร TRAFFIC ที่ทำงานด้านการค้าสัตว์ป่าและพืช รวมทั้งองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก และอีกหลายหน่วยงาน ต่างออกมาเรียกร้องให้ทางการไทย บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด

รวมไปถึงกับการกำกับดูแลมิให้มีการกักขังสัตว์ต้องแออัด และเข้มงวดการค้าสัตว์ประเภทเอเลี่ยนสปีชีส์ ไม่ให้หลุดออกมาก่อผลกระทบกับระบบนิเวศ ทั้งที่ตั้งใจและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งทำให้ภาครัฐ ต้องเสียงบประมาณในการแก้ไขปัญหา และประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องต้องมารับกรรมไปด้วย

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ยกตัวอย่างในอดีต จากกรณีการระบาดในแหล่งน้ำธรรมชาติของปลาซัคเกอร์, ปลาดุกแอฟริกัน, หอยเชอรี่, ปลาช่อนอเมซอน และอีกมากมาย จนมาล่าสุด คือ “ปลาหมอบัตเตอร์, ปลาหมอมายัน และ ปลาหมอคางดำ” ซึ่งพบว่าเกือบทั้งหมดเกิดจากขบวนการการลักลอบนำผ่านด่านชายแดนเข้ามา หรือผ่านทางเรือและเครื่องบิน โดยสำแดงชื่อเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม ก่อนจะนำมาแอบเพาะเลี้ยง และส่งขายทั้งตลาดค้าสัตว์ และทางออนไลน์ รวมทั้งส่งขายออกไปในหลายประเทศทั่วโลกตามออเดอร์ ส่งปะปนไปกับสัตว์ที่ถูกกฎหมาย

แม้จะตั้งบทลงโทษไว้รุนแรงเท่าใดก็ตาม แต่ขบวนการเหล่านี้ ก็ยังคงลอยนวล วนเวียนแสวงหากำไรอยู่บนระบบธุรกิจค้าสัตว์สีเทา แบบไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ มายาวนาน นั่นเพราะพวกเขารู้ช่องทางในการซิกแซกหลบเลี่ยงหนีความผิด รวมถึงการทำลายหลักฐานด้วยการกำจัดที่ผิดวิธี ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นการระบาดของสัตว์เอเลี่ยนสปีชีส์มาโดยตลอด

 

 

 

 

ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภาครัฐ จึงควรเปลี่ยนมาทำงานเชิงรุก รู้ให้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยม ตรวจเข้มในทุกขั้นตอนนำเข้าและส่งออก ที่สำคัญคือการล่อซื้อจับกุมมาดำเนินคดี เพื่อสกัดไม่ให้เกิดปัญหาตั้งแต่ต้นทาง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

"สนธิ" นำทีมรวมพลังแผ่นดิน ยื่นหนังสือ "กกต." ร้องทบทวนมติคดีฮั้วสว. ชี้ส่อเจตนาช่วยเหลือทางการเมือง พร้อมฟ้องเอาผิดเพิกเฉยต่อหน้าที่
ผู้ว่าฯ ชลบุรี นำทีมแจก “ตู้ปันสุข” 200 ชุด ส่งต่อความห่วงใย ช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชน
อว.ผนึก UNESCO–AiSED ปลดล็อกอุดมศึกษาไทย! ดัน “ทักษะผู้ประกอบการ” เป็นสมรรถนะสำคัญทุกอาชีพ เชื่อม AI-นวัตกรรม สร้างกำลังคนแห่งอนาคต
ทุบกระปุก "เงินเกือบครึ่งล้าน" สร้างประปาเสร็จมาเป็นปี แต่ชาวบ้านไม่ได้ใช้น้ำแม้แต่หยดเดียว! "อบต.ปราสาททนง" แจง "คนใช้น้อย เปิดไปก็ไม่คุ้ม" "ป.ป.ช.สุรินทร์" รุดตรวจสอบ งานนี้ต้องมีคำตอบและทางออกให้ประชาชน!
“สรรเพชญ” เยี่ยมชมท่าเรือฮัมบูร์ก ศึกษาระบบอัตโนมัติ-บริหารจราจร ยกระดับท่าเรือไทย
สวนนงนุชพัทยาชวนเที่ยวปิดเทอม “สนุกทุกวัย” คนเกิดเดือนตุลาคมเข้าฟรีตลอดเดือน

ดู LIVE รายการ