“รมว.พาณิชย์” หารือร่วมภาคธุรกิจจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมผลักดันเศรษฐกิจ

“รมว.พาณิชย์” หารือร่วมภาคธุรกิจจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมผลักดันเศรษฐกิจ

นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีหารือและรับฟังจากภาคธุรกิจในการขอรับสนับสนุนจากกระทรวงพาณิชย์ ประเด็นหลัก 4 ประเด็น พร้อมแนวทางการสนับสนุนและผลักดันด้านเศรษฐกิจให้ประสบผลสำเร็จต่อไป 

วันที่ 9 ตุลาคม 2564  เวลา 13.30 น. ที่โรงแรมพีลูส อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี  นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมผู้บริหารระดับสูงและคณะ ในการประชุมหารือร่วมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ในจังหวัดกาญจนบุรี  ประเด็นความต้องการให้กระทรวงพาณิชย์ดูแลและสนับสนุนช่วยเหลือด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจในทุกด้าน พร้อมด้วย ร้อยโท ทศพล ไชยโกมินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายผกายเนติ์  เล่งอี้ พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี  ทีมเซลส์แมนจังหวัดกาญจนบุรี หอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี สภาอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี  สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี กลุ่มเครือข่ายุรกิจ Biz Club จังหวัดกาญจนบุรี และภาคธุรกิจในจังหวัดกาญจนบุรี เข้าร่วม

8749

จังหวัดกาญจนบุรี มีพื้นที่มากเป็นอันดับ 3 ของประเทศ GPP ของจังหวัดกาญจนบุรี ในปี 2562 อยู่ที่ 108,306 ล้านบาท  คิดเป็นร้อยละ 0.6 ของ GDP ประเทศไทย ปัจจัยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดกาญจนบุรีที่สำคัญ ประกอบด้วย  การท่องเที่ยว เนื่องจากระยะทางไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มีภูมิประเทศ สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม  การเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ อ้อย มันสำปะหลัง ข้าว และสับปะรด และ การค้าชายแดน จังหวัดมีพรมแดนติดกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา มีด่านชายแดน 2 ด่านได้แก่ ด่านบ้านพุน้ำร้อน และด่านพระเจดีย์สามองค์

8750

สำหรับการหารือและรับฟังข้อมูลร่วมกัน มีประเด็นสำคัญ 4 ประเด็น คือ ประเด็นการค้าชายแดน ในการส่งเสริมการค้าชายแดน โดยจังหวัดกาญจนบุรีขณะนี้มีด่าน 2 ด่าน คือ ด่านพระเจดีย์สามองค์ ซึ่งเป็นด่านผ่อนปรนทางการค้าที่มีการค้าขายอยู่ในขณะนี้ โดยมีมูลค่าการค้าประมาณปีละพันล้านบาทโดยประมาณ ทางภาคเอกชนขอรับการแก้ไขคือการค้าขายระหว่างกัน อาจจะมีปัญหาในระบบราชการที่เป็นอุปสรรคทำให้การค้าขายไม่คล่องตัว ซึ่งเกี่ยวข้องกันระหว่างหลายหน่วยงาน จึงได้ขอให้อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศทำหน้าที่ประสานหารือในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว  ส่วนด่านบ้านพุน้ำร้อนเป็นด่านถาวรอยู่แล้วแต่การค้าขายยังเปิดดำเนินการไม่ได้เนื่องจากต้องรอเงื่อนไขจากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาก็คือท่าเรือน้ำลึกทวาย ก็ยังคงรอรับการแก้ไขต่อไป  ประเด็นในเรื่องของการค้าออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้เข้าสู่ระบบออนไลน์ได้สะดวกขึ้น ซึ่งขณะนี้กระทรวงพาณิชย์พร้อมให้การสนับสนุน มีแพลตฟอร์มหลายแห่งให้ผู้ประกอบการสามารถไปเปิดจำหน่ายสินค้าได้  โดยให้ประสานกับทีมเซลส์แมนจังหวัดในการสนับสนุนให้เปิดขายในพื้นที่ต่างๆได้ต่อไป นอกจากนี้ยังมีการจัดอบรมให้ความรู้ให้กับผู้ประกอบการ การฝึกตลาดในประเทศและต่างประเทศในระบบออนไลน์ ขอให้รวบรวมผู้ประกอบการที่สนใจลงทะเบียนและจะจัดอบรมให้ความรู้ต่อไป ประเด็นผู้ประกอบการต้องการขอรับการสนับสนุนการสร้างแบรนด์จำหน่ายเมล็ดกาแฟโดยเฉพาะที่ใช้ชื่อว่า สาละวะไล่โว่ต้องการสร้างแบรนด์ทำการตลาด เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรที่ปลูกกาแฟได้มีโอกาสที่จะทำธุรกิจและเป็นเครือข่าย ได้สั่งการให้ทีมเซลล์แมนจังหวัดสนับสนุนต่อไป และประเด็นผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมที่ยังประสบปัญหาการฉีดวัคซีนให้กับแรงงานที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งมีความต้องการวัคซีนประมาณ 12,000 โดส สำหรับแรงงาน 6,000 คน ทางสาธารณสุขจะดำเนินการประสานงานในเรื่องวัคซีนนำมาฉีดให้กับแรงงานในสถานประกอบการที่ต้องการ พร้อมทั้งได้เน้นย้ำให้ส่วนราชการสังกัดกระทรวงพาณิชย์และจังหวัดกาญจนบุรีดำเนินการตามมติที่ประชุมให้ประสบผลสำเร็จต่อไป

8752

จิรวัฒน์-นิชาภา ศรีวิเชียร ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.กาญจนบุรี

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก