พ.ร.บ. ดีอี – สภาดิจิทัล ดึงทุกภาคส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นทุกมิติ ทบทวนกฎหมายปรับปรุงให้ทันสมัย

พ.ร.บ. ดีอี – สภาดิจิทัล ดึงทุกภาคส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นทุกมิติ ทบทวนกฎหมายปรับปรุงให้ทันสมัย

วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) เป็นประธานแถลงข่าวการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุม BB 401 ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) กล่าวว่า พระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2560 (พ.ร.บ.ดีอี) และพระราชบัญญัติสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2562 (พ.ร.บ.สภาดิจิทัล) เป็น 2 กฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งมีความสำคัญยิ่งต่อการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน การบังคับใช้กฎหมายนี้ได้ดำเนินการมาในระยะหนึ่งแล้ว และถึงรอบระยะเวลาที่กำหนดซึ่งจะต้องมาพิจารณาถึงผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้กฎหมายทั้ง 2 ฉบับนี้อย่างรอบด้าน

 

ข่าวที่น่าสนใจ

โดยในช่วงที่ผ่านมา BDE ได้ดำเนินกระบวนการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายอย่างเข้มข้นและครอบคลุมโดยได้ให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นจากทุกมิติ เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์ ซึ่งจากการรับฟังความเห็น และการศึกษาวิเคราะห์การบังคับใช้ พ.ร.บ. ดีอี พบว่า มีข้อสรุปหลายประการด้วยกัน โดยเฉพาะในแง่ของเป้าหมายและแนวทางนโยบายและแผนระดับชาติ นับตั้งแต่ พ.ร.บ. ดีอี มีผลบังคับใช้เป็นเวลากว่า 7 ปี กฎหมายฉบับนี้ได้มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานและขับเคลื่อนการพัฒนาดิจิทัลของประเทศในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น การจัดทำและดำเนินการตามนโยบายและแผนระดับชาติด้านดิจิทัล การจัดตั้งกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) การขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและการขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อสังคม รวมไปถึงการพัฒนาบริการดิจิทัลภาครัฐ และการจัดตั้งสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA)

สำหรับในส่วนของ พ.ร.บ. สภาดิจิทัลฯ จากการรับฟังความคิดเห็น พบว่า การบังคับใช้กฎหมายและการดำเนินงานของสภาดิจิทัลฯ ยังคงมีผลสัมฤทธิ์และบรรลุวัตถุประสงค์ของกฎหมาย และยังไม่พบกับปัญหาหรืออุปสรรคใด ๆ ในปัจจุบัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า พ.ร.บ. สภาดิจิทัลฯ ยังคงมีความเหมาะสมอยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้ ข้อเสนอแนะที่ได้รับจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน สะท้อนมุมมองที่หลากหลายและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการดำเนินงานของสภาดิจิทัลฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะนำไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป

 

 

 

 

“หลังจากที่ BDE ได้ประเมินผลสัมฤทธิ์กฎหมายทั้ง 2 ฉบับ แล้วนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการวิเคราะห์ว่าสมควรที่จะแก้ไขกฎหมาย หรือปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติตามกฎหมายหรือไม่ อย่างไร และหากต้องมีการปรับปรุง ก็จะนำเข้าสู่กระบวนการจัดทำร่างกฎหมายเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติดังกล่าวและดำเนินการรับฟังความคิดเห็นตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน และประชาขน ที่ให้ความร่วมมือในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของ พ.ร.บ. ดีอี และ พ.ร.บ. สภาดิจิทัลฯ ในทุกช่องทางเป็นอย่างดี ความเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้รับมีประโยชน์ในการนำมาปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ รวมถึงปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล ขับเคลื่อนประเทศก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลอย่างยั่งยืน” นายเวทางค์ฯ กล่าวเพิ่มเติม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ชาวพุทธนับหมื่น ทำบุญตักบาตรรับปีใหม่ 2569
อุกอาจรับปีใหม่ ลั่นไกกลางตลาดบางสะพาน เจ็บ 3 ราย เด็กทารกสาหัส
"พิพัฒน์" จับมือ "สรรเพชญ" ลุยเกาะยอ สงขลา แลกเปลี่ยนความเห็นชาวบ้าน พร้อมแก้ปัญหาประมง ธุรกิจท่องเที่ยว น้ำท่วมขัง
พ่อเมือง อยุธยา นำพุทธศาสนิกชนชาวอยุธยา ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 573 รูป เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ประจำปี 2569 เสริมสิริมงคลต่อชีวิตครอบครัว
พิพัฒน์รับฟังปัญหาน้ำท่วมเกาะยอ ชี้ต้องแก้ทั้งระบบถนน–ลำน้ำ
เลือกตั้งฝั่งธนฯเดือด "ภูมิใจไทย" ส่ง "หมวดพลอย" ลงสนามตัวจริง จากอยู่หลังฉาก ขยับเกมชิง ส.ส. เขต 32

ดู LIVE รายการ

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น​