ฉะเชิงเทรา แถลงข่าวจับกลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์ส่งเสียงดังในลักษณะก่อความเดือดร้อนรำคาญ

ฉะเชิงเทรา แถลงข่าวจับกลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์ส่งเสียงดังในลักษณะก่อความเดือดร้อนรำคาญ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจได้รับแจ้งออกไประงับเหตุแต่เกิดอุบัติเหตุตำรวจสายตรวจได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2568 เวลาประมาณ 00:30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจสภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ 191 ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ว่ามีเหตุวัยรุ่นจับกลุ่มขับขี่รถจักรยานยนต์ส่งเสียงดังในลักษณะก่อความเดือดร้อนรำคาญบริเวณ รพ.เกษมราษฎร์ ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จึงได้ไปตรวจสอบตามที่รับแจ้งเมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่ามีกลุ่มวัยรุ่นจับกลุ่มขับขี่รถจักรยานยนต์จำนวน 5-6 คัน ขับรถโดยประมาทหรือหน้าหวาดเสียวไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่นจึงได้แสดงตัวและสั่งการให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบเมื่อกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวได้พบเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการขับรถจักรยานยนต์หลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจจึงได้ขับขี่รถติดตามรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 1 คันที่อยู่ในกลุ่มดังกล่าวไปโดยมีเยาวชนอายุ 17 ปีเป็นผู้ขับขี่และโดยสารอย่างกระชั้นชิดต่อมารถจักรยานยนต์ต้องสงสัยได้ทำการเปลี่ยนช่องทางอย่างกะทันหันทำให้เกิดการเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจและรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยเกิดเสียหลักล้มลงทำให้รถจักรยานยนต์สายตรวจและรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยได้รับความเสียหายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 คน ประกอบด้วยส.ต.ต.กำพล จันทร์คงเดชา อายุ 24 ปีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ตราโล่ 88793 ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ และส.ต.ต.กิตติศักดิ์ อินรอด อายุ 28 ปีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้าและทรวงอก ส่วนรถจักรยานยนต์ของกลุ่มวัยรุ่นที่เฉี่ยวชนกันมีนายบี นามสมมุติอายุ 17 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ honda รุ่นเวฟ 125 สีเทา ทะเบียน 9ขณ-3924 กรุงเทพมหานครได้รับบาดเจ็บ

ข่าวที่น่าสนใจ

ต่อมาหลังจากทางสภ. เมือง ได้ทำการสืบสวนสอบสวนได้ทราบรายละเอียดเบื้องต้นว่ากลุ่มวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวมีจำนวน 11 คนประกอบไปด้วยผู้ใหญ่ 1 คนและเยาวชน 10 คนจึงได้ติดตามตัวมาเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป จากพยานหลักฐานพนักงานสอบสวนจึงได้ตั้งข้อกล่าวหาเบื้องต้นตามกฎหมายดังนี้

พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43
1. ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคลหรือทรัพย์สิน ต้องระวางโทษ ปรับตั้งแต่สี่ร้อยบาทถึงหนึ่งพันบาท
2. ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ประมวลกฎหมายอาญา ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร
มาตรา 368 วรรคแรก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบวัน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตามมาตรา 390
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และได้เชิญพ่อแม่และผู้ปกครองเด็กทั้งหมดมารับทราบปัญหาดังกล่าวด้วย

หมายเหตุ หากแพทย์ระบุว่าผู้บาดเจ็บมีอาการสาหัส(รักษาตัวเกินกว่ายี่สิบวัน) แจ้งข้อหาเพิ่มเติมตามมาตรา300 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนอาการของ ส.ต.ต.กัมพล จันทร์คงเดชา และ ส.ต.ต.กิตติศักดิ์ อินรอด เบื้องต้นอาการดีขึ้น แต่ยังคงต้องรับการรักษาตัวเพื่อเฝ้าดูอาการต่อไป โดยพล.ต.ต.เกรียงไกร บุญซ้อน
ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา
พ.ต.อ.สมชาย อยู่สวัสดิ์ รอง
ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ได้เข้าเยี่ยมดูอาการและให้กำลังใจ แล
ตรวจสอบสวัสดิการให้กับเจ้าหน้าที่ทั้งสองนายที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ตามติดต่อไป

อาษา/ปรีญาภรณ์/ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ทหารรวบ "กัมพูชา" 38 ชีวิต แอบลอบเข้าไทย หนีความอดอยากในประเทศ
ราชภัฏสุรินทร์ยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตชาวบ้าน จากการแปรรูปผลิตภัณฑ์ในชุมชนเพื่อพัฒนาศักยภาพของชุมชนให้เข้มแข็ง
สระแก้ว เจ้าหน้าที่รังวัดที่ดิน ลงพื้นที่ บ้านหนองจาน เพื่อทำการรังวัดที่ดินให้ชาวบ้านแต่ไม่สามารถรังวัดได้ มีกัมพูชาซุ่มดูอยู่เกรงไม่ปลอดภัยจึงยกเลิก
สุดสงสาร ! เด็กหญิงวัย 11 ปี ป่วยมะเร็งกระดูก แม่ทอดทิ้งให้อยู่กับยายวัย 79 ปี ไร้เงินรักษา หลังทราบ นายก อบจ.ชลบุรี ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว
ตระการตางานศิลป์! ศิลปินดังวาดภาพ “แม่ทัพภาคที่ 2” กลางน้ำตก พร้อมโชว์ “ยุทธการยึดภูมะเขือ”
ฮุก 31 โคราช จัดใหญ่! เทศกาลชิวโกวทิ้งทาน แจกข้าวสาร–อาหารแห้งกว่า 6,000 ชุด

ดู LIVE รายการ

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น​