อสส.แจงปมสั่งไม่ฟ้อง’เลขาฯหญิงอ้อ-สามี’ คดีฟอกเงินกรุงไทย

อสส.แจงปมสั่งไม่ฟ้อง’เลขาฯหญิงอ้อ-สามี’ คดีฟอกเงินกรุงไทย

อัยการสูงสุดแจงปมสั่งไม่ฟ้อง เลขาฯหญิงอ้อและสามี คดีฟอกเงินกรุงไทย ชี้ยึดหลักการศาลฯ สั่งยกฟ้อง 'ทักษิณ-พานทองแท้' ส่งสำนวนให้ดีเอสไอพิจารณาเห็นแย้งหรือไม่

ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายอิทธิพร แก้วทิพย์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงกรณีพนักงานอัยการได้ส่งสำนวนคดีฟอกเงินกู้ธนาคารกรุงไทย กรณีแคชเชียร์เช็คธนาคารไทยธนาคาร 26 ล้านบาท ในส่วนของ นางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร และนายวันชัย หงษ์เหิน สามี กลับไปให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ว่า จะโต้แย้งความเห็นของพนักงานอัยการที่กลับความเห็นสั่งไม่ฟ้องคดีนี้หรือไม่ ถ้าอธิบดีดีเอสไอเห็นแย้ง ก็จะนําเสนออัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาชี้ขาดตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

โดยทีมงานโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้จัดทำเอกสารแถลงข่าวชี้แจงเป็นทางการว่า เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2563 นางกาญจนาภา ผู้ต้องหาที่ 2 และนายวันชัย ผู้ต้องหาที่ 3 ได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการ ขอให้ทบทวนคําสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งสอง โดยอ้างว่าข้อเท็จจริง รูปแบบพฤติการณ์ที่กล่าวหาตนเป็นกรณีเดียวกันกับที่กล่าวหา นายพานทองแท้ ชินวัตร ซึ่งศาลได้มีคําพิพากษาถึงที่สุดยกฟ้องไปแล้ว อีกทั้งมูลเหตุก็เป็นกรณีสืบเนื่องจากการกล่าวหา นายทักษิณ ชินวัตร และเป็นเหตุให้นายทักษิณถูกฟ้องที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งศาลฎีกาก็วินิจฉัยว่า พยานหลักฐานโจทก์ที่ไต่สวนฟังไม่ได้ว่า นายทักษิณกระทําความผิดตามฟ้อง และพิพากษายกฟ้อง และคดีถึงที่สุดแล้วเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวอ้างว่าเช็คที่ นายวิชัย กฤษดาธานนท์ สั่งจ่ายเงิน 26 ล้านบาท ที่เป็นเหตุให้ผู้ต้องหาทั้งสองถูกกล่าวหาคดีนี้ ก็เป็นเรื่องธุรกรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นของ บริษัท ช.การช่าง จํากัด (มหาชน) ในตลาดหลักทรัพย์ผ่านบริษัท หลักทรัพย์ธนชาติ จํากัด และต่อมา มีการขายหุ้นและได้คืนเงินลงทุนพร้อมกําไร รวมแล้วประมาณ 27 ล้านบาทเศษไปแล้ว ข้อเท็จจริง มีทั้งพยานบุคคล และพยานเอกสารสนับสนุน

พนักงานอัยการได้พิจารณาข้อเท็จจริงที่ได้จากการร้องขอความเป็นธรรม เห็นว่า คดีมีข้อเท็จจริงใหม่ตามที่ผู้ต้องหาทั้งสองร้องขอความเป็นธรรม อีกทั้งตามระเบียบสํานักงานอัยการสูงสุด ในคดีที่มีผู้ต้องหาหลายคนกระทําความผิดในคดีเดียวกัน และได้ฟ้องผู้ต้องหาบางคนไว้แล้ว แต่ต่อมาศาลยกฟ้อง ในเหตุลักษณะคดีและคดีเสร็จเด็ดขาดในความผิดที่ฟ้องแล้ว ให้พนักงานอัยการทบทวนความเห็นหรือคําสั่ง สําหรับผู้ต้องหาที่สั่งฟ้องและยังจับตัวไม่ได้ไว้ด้วย นอกจากนี้ พนักงานอัยการยังเห็นว่า ทางคดีไม่มีพยานหรือข้อเท็จจริงใด ๆ ว่าผู้ต้องหาทั้งสองเข้าไปเกี่ยวข้องกับการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทย หรือมีบทบาทหรืออํานาจใด ๆ ในการบีบบังคับธนาคาร ตลอดจนไม่มีส่วนรู้เห็นถึงกระบวนการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทย ให้กับกลุ่มนายวิชัย กฤษดาธานนท์กับพวกดังกล่าว พนักงานอัยการ เห็นว่า การร้องขอความเป็นธรรม มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงความเห็นและคําสั่ง จึงมีคําสั่งกลับความเห็นเดิมที่สั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งสอง เป็นสั่งไม่ฟ้อง

ส่วนหากผลคดีเป็นเช่นนี้แล้วจะต้องมีการถอนหมายจับกับทั้งนางกาญจนาและนายวันชัยด้วยหรือไม่ นายอิทธิพรกล่าวว่า ยังไม่มีการถอนหมายจับ เพราะถือว่าคดีนั้นยังอยู่ในการพิจารณาของดีเอสไอ คดียังไม่ถึงที่สุด ซึ่งตรงนี้คงต้องเป็นดุลยพินิจของทางดีเอสไอที่จะพิจารณาต่อไป

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก