“สุริยะใส” เตือนแก้รธน.ประเด็นจริยธรรม ระวังหักกระแสสังคม ล่อแหลมเสี่ยงเกิดความขัดแย้ง

“สุริยะใส” ชี้ การแก้รธน.ประเด็นจริยธรรม ยุบพรรคต้องใช้เวลาสร้างฉันทามติ เพราะเป็นประเด็นล่อแหลมเสี่ยงเกิดความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น ขณะความชอบธรรมยังต่ำอยู่ ย้ำวิกฤตการเมือง 2 ทศวรรษอย่าโยนบาปรธน.ฝ่ายเดียว เพราะนักการเมืองยังทำเพื่อตัวเองและพวกพ้องและคอรัปชั่นอยู่

“สุริยะใส” เตือนแก้รธน.ประเด็นจริยธรรม ระวังหักกระแสสังคม ล่อแหลมเสี่ยงเกิดความขัดแย้ง

 

ข่าวที่น่าสนใจ

22 กันยายน 2567 ดร.สุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า 

 

ระวังแก้รัฐธรรมนูญ หักกระแสสังคม! ต้องใช้เวลาสร้างฉันทามติ การเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา โดยพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน ในประเด็นการตีกรอบจริยธรรม ประเด็นอำนาจองค์กรอิสระประเด็นยุบพรรคและประเด็นอื่นๆนั้น แม้เป็นสิทธิของพรรคการเมืองและสส.ที่สามารถดำเนินการได้ก็ตาม แต่หากพิจารณาความชอบธรรมแล้ว ความชอบธรรมยังต่ำอยู่ เพราะอย่าลืมว่าประเด็นที่เสนอแก้ไขกันเป็นประเด็นที่มีความล่อแหลมสูง แม้จะได้ฉันทานุมัติในสภา แต่ถ้าปราศจากฉันทานุมัติจากนอกสภาหรือจากประชาชน ก็รังแต่จะทำให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกโดยไม่จำเป็น

รัฐบาลเพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่ถึงเดือนมีปัญหาให้แก้ไขมากมาย ยังไม่มีผลงานเชิงประจักษ์ ควรเร่งสร้าง ความเชื่อมั่นความไว้วางใจจากประชาชนมากกว่านี้ถึงจะพอมีโอกาส พรรคเพื่อไทยควรซึมซับบทเรียนอย่างน้อยสองเหตุการณ์ คือกรณีการขายหุ้นชินคอร์เปอเรชั่นและหลีกหนีการอภิปรายของสภาเมื่อปี 2549 และการออกกฏหมายนิรโทษกรรมสุดซอยเมื่อปี 2556 ก็เป็นบทเรียนของเสียงข้างมากที่ขาดความชอบ

วิกฤติการเมืองไทยในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมาไม่ควรโยนบาปให้รัฐธรรมนูญฝ่ายเดียว เพราะวิกฤติหลักยังเป็นเรื่องของพฤติกรรมบรรดานักการเมืองบางส่วน ที่เล่นการเมืองเพื่อตัวเองเพื่อพวกพ้องและการทุจริตคอร์รัปชันที่ไม่ลดลงเลย

ความล้มเหลวของรัฐธรรมนูญ 2540 เป็นตัวอย่างชัดเจนที่นักการเมืองกลุ่มหนึ่ง เข้ามาฉีกทิ้งความหวังของประชาชน จากนั้นมากระแสเกลียดชังนักการเมืองจำพวกนักเลือกตั้งก็สูงขึ้นเรื่อยๆ การออกแบบรัฐธรรมนูญเพื่อปราบโกงและเอาคนดีเข้าสู่อำนาจจึงปรากฏในรัฐธรรมนูญ 2550 และ 2560

ฉะนั้นหากจะตีโต้หรือหักกับกระแสนี้ก็ไม่ง่ายอย่างที่คิดถ้านักการเมืองยังไม่ปรับพฤติกรรม
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา กรณีนักการเมืองและพรรคการเมืองที่ถูกลงโทษด้วยกลไกรัฐธรรมนูญเหล่านี้ก็เป็นปัญหาความผิดที่ก่อขึ้นจากตัวนักการเมืองด้วยส่วนหนึ่ง ยังนึกไม่ออกว่ามีกรณีไหนที่นักการเมืองตกเป็นเหยื่อ เป็นแพะหรือถูกรังแกจากกลไกรัฐธรรมนูญแต่เพียงด้านเดียว

 

แม้จะวางเงื่อนไขว่าจะไม่มีผลย้อนหลังกับพฤติกรรมที่เกิดขึ้นก่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ให้หลักประกันกับประชาชนว่าพฤติกรรมนักการเมืองจะปรับปฏิรูปตัวเองมากขึ้น

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

"นิติภูมิธณัฐ" มองทะลุครม.อนุทิน ประทับใจฝีมือ "สีหศักดิ์" บทบาทงานตปท.ไม่ธรรมดา ชื่นชม "พลพีร์" ถึงลูกถึงคน ลุยแก้ปัญหาจริง!!!
ขยายให้ชัดๆ!! เปิดคำพิพากษา "ศาลนราธิวาส" ลงโทษจำคุก 1 ปี "2 มือเผาปั๊มน้ำมันนราฯ" เปิดปากสารภาพเป็นสมาชิก "ขบวนการกู้ชาติรัฐปัตตานี" เป้าหมายหลักแยกดินแดน!!??
"อ.แก้วสรร" ขยายปมร้อน "คดีฮั้วสว." ชี้กกต.เสียงข้างน้อย สรุปแบบเข้าใจไปเอง "ภท.ผิด" ไม่ได้ ย้อน "พรรคสัม" ก็มีเหตุต้องสงสัย แนะลองปะติดปะต่อจะเห็น "ช้างตัวจริง"!!??
"พลพีร์" ลั่นหลักฐานชัดเจน สั่งสอบผิดวินัย-อาญา "สท.ก้อง" เอี่ยวดูแลการ์ด"บ่อนเชียงใหม่" เจ้าตัวแจงไม่ยุ่งเกี่ยว แค่แนะนำคนเข้าไปทำงาน!??
"สส.สุพล" หนุนรัฐช่วยติดโซลาร์ครัวเรือน 5 หมื่น ลดภาระค่าไฟประชาชน พร้อมเร่งศึกษาไบโอดีเซล B20-B30 ลดต้นทุนพลังงาน เพิ่มรายได้เกษตรกร
อย่าปากพล่อย!!"ผอ.JIC" เตือนกัมพูชาพูดให้ครบ ไทยไม่เคยอ้างเหตุ "ปราบสแกมเมอร์" เปิดศึกทหารเขมร รุกล้ำดินแดนชาติเพื่อนบ้าน

ดู LIVE รายการ