“ทนายอนันต์ชัย” เผย “สมเด็จพระสังฆราช” ทรงเป็นห่วงศาสนา ลงพระนามคุมเข้มลัทธิเถื่อน

“ทนายอนันต์ชัย” เผย สมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นห่วงศาสนา หลังพบมีคนกล่าวตู่พระพุทธพจน์-คิดเอง ไม่ตรงกับพระไตรปิฎก ล่าสุด ลงพระนามประกาศระเบียบมส. คุมเข้มสำนักปฏิบัติธรรมเถื่อน สกัดพฤติกรรมบ่อนทำลายศาสนาอย่างร้ายแรง

“ทนายอนันต์ชัย” เผย “สมเด็จพระสังฆราช” ทรงเป็นห่วงศาสนา ลงพระนามคุมเข้มลัทธิเถื่อน – Top News รายงาน

ทนายอนันต์ชัย

ไม่ว่าจะเกิดดราม่ารอบตัวมากมาย แต่คนหนึ่งที่ยังยืดหยัดอย่างแข็งกร้าวในการต่อสู้กับมารศาสนา คงหนีไม่พ้น ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม ที่ยังคงลุยแบบไม่รู้จักคำว่าเกียร์ถอย ล่าสุด เจ้าตัวได้โพสต์ข้อความระบุว่า สมเด็จพระสังฆราช” ทรงเป็นห่วง ปัจจุบันมีคนกล่าวตู่ “พระพุทธพจน์ – คิดเอง” ไม่ตรงกับพระไตรปิฎก

เมื่อวันที่ 8 กรกฏาคม 2567 สมเด็จพระสังฆราชฯ ประทานพระโอวาท ความตอนหนึ่งว่า…”สังคมไทยของเราทุกวันนี้ อยู่ในภาวะน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ด้วยมีผู้แสดงตนว่าเป็นผู้รู้ในทางพระไตรปิฎก เป็นครูผู้วิเศษในการสั่งสอนพระศาสนาเป็นจำนวนมาก แต่ในจำนวนดังกล่าว ปรากฏข้อเท็จจริงว่า มีผู้กล่าวตู่พระพุทธพจน์บ้าง มีผู้แสดงโวหารอย่างฉาบฉวยให้ต้องใจคน แต่กลับเป็นอัตโนมติ คิดเอง พูดเอง แสดงภูมิส่วนตน โดยไม่สอดคล้องต้องตรงกับพระไตรปิฎก อรรถะกะถา ฎีกา และมติของบูรพาจารย์ ที่ได้วางแนวทางศึกษา วิจัย และอบรมสั่งสอนศิษยานุศิษย์ มาโดยรอบคอบแล้ว นับเป็นพฤติการณ์ที่บ่อนทำลายพระพุทธศาสนาอย่างร้ายแรง”

มูลนิธิทนายกองทัพธรรม มีกำลังใจในการทำงานเพื่อพระพุทธศาสนา และอยากให้พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ ร่วมกันต่อต้านแก๊งลักธิเชื่อมจิต ลัทธิต่างๆ อลัชชี เดียรถีย์ ที่สอนธรรมผิดไปจากพระไตรปิฎก อรรถกถา ฎีกา และมติของบูรพาจารย์ที่ได้วางแนวทางศึกษา วิจัย และอบรมสั่งสอนศิษยานุศิษย์มาโดยรอบคอบแล้ว เพื่อยังความบริสุทธิ์ให้กับพระพุทธศาสนา

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

มีรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการประกาศระเบียบมหาเถรสมาคม ว่าด้วยการส่งเสริมสำนักปฏิบัติธรรมแห่งคณะสงฆ์ พ.ศ.2567 ลงในแถลงการณ์คณะสงฆ์ เล่มที่ 112 ซึ่งสมเด็จพระสังฆราช ได้ลงพระนามในระเบียบมหาเถรสมาคม ดังกล่าวแล้ว เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2567

มีสาระสำคัญคือ สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด อาจงดการดำเนินงานชั่วคราว ในกรณีดังต่อไปนี้

1.ไม่มีการปรับปรุงอาคารสถานที่ ให้เหมาะสมแก่การปฏิบัติธรรม

2.ขาดพระวิปัสสนาจารย์สอนประจำ

3.แนวทางการปฏิบัติธรรม ไม่เป็นไปตามหลักมหาสติปัฏฐานสูตร หรือหลักสูตรที่คณะกรรมการให้ความเห็นชอบ

4.ไม่มีการดำเนินการจัดกิจกรรมอบรมปฏิบัติธรรมติดต่อกันเกิน 2 ปี หรือไม่มีการรายงานผลการดำเนินงาน ต่อคณะกรรมการ 2 ปี ติดต่อกัน

ขณะที่สำนักปฏิบัติธรรมของวัด ที่มีความพร้อมในด้านอาคาร สถานที่ และพระวิปัสสนาจารย์ ประสงค์จัดตั้งสำนักปฏิบัติธรรมของวัด ให้แจ้งเจ้าคณะจังหวัดเพื่อทราบ ในกรณีที่ปรากฏว่า สำนักปฏิบัติธรรมของวัดแห่งใด มีแนวทางปฏิบัติไม่เป็นไปตามหลักมหาสติปัฏฐานสูตร หรือหลักสูตรที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ หรือมีแนวทางปฏิบัติที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน เจ้าคณะจังหวัดอาจเสนอให้คณะกรรมการส่งเสริมสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด มีมติให้งดการดำเนินงานชั่วคราวสำนักปฏิบัติธรรมของวัดนั้นได้

มีประกาศออกมาแบบนี้ พวกลัทธิ หรือสำนักพิศดารต่างๆ ต้องมีสะดุ้งกันบ้างแล้ว เพราะกฎออกมาชัดเจนมากว่าแบบไหนบ้างที่เข้าข่าย คำสั่งศักดิ์สิทธิ์ออกมาแบบนี้แล้ว หากใครยังไม่รู้ร้อนรู้หนาว ตะแบงสอนธรรมแบบผิดๆ ไม่นานคงถูกดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งแน่นอน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

“ผอ.JIC” ย้ำ “ผลประโยชน์ชาติต้องมาก่อน” แต่ความมั่นคงต้องไม่ทิ้งประชาชน ชี้ปิดด่านกระทบปากท้องคนชายแดน
กู้ภัยสว่างสงขลาฯ ระดมกำลังฝ่าฝน ค้นหาชายตกสะพานติณฯ พบใต้ตอม่อ ช่วยรอดปลอดภัย
อบจ.พิษณุโลก โครงการซักซ้อมแนวทางแก้ไขปัญหาข้อบกพร่อง จากการตรวจสอบ ประจำปี 2569 ให้บุคลากรในสังกัดฯ
มูลนิธิสื่อสานพลังงานชุมชน เปิดเวทีสื่อมวลชนลำปาง ร่วมขับเคลื่อน “สื่อวัฒนธรรมชุมชน” สู่การพัฒนาเมืองสร้างสรรค์
มทบ.32 จัดพิธีอัญเชิญพระแก้วมรกตทรงเครื่องจักรพรรดินาคปรก ขึ้นประดิษฐาน ณ บริเวณหน้ากองบัญชาการฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล
"พลพีร์" สั่งมอนิเตอร์เข้มชาบัดทั่วประเทศ ยันเคสภูเก็ตมีปัญหาใบอนุญาต ถ้าไม่แก้ต้องทุบทำลาย จับตาโครงข่ายยิวทุ่ม 100 ล้านซื้อที่ดินชายแดนใต้!!?

ดู LIVE รายการ