ศาลอาญา พิพากษาจำคุก “เอกชัย หงส์กังวาน”ไม่รอลงอาญา

เมื่อเวลา 09.30 น.ที่ผ่านมา ที่ห้องพิจารณาคดี 708 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดูหมิ่นกองทัพบก หมายเลขดำ อ.900/2562 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ฟ้องนายเอกชัย หงส์กังวาน และนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ 2 นักเคลื่อนไหวเสื้อแดง ร่วมกันเป็นจำเลยในความผิดฐานดูหมิ่นกองทัพบกให้ได้รับความเสียหายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328

กรณีเมื่อวันที่ 17 ม.ค.2562 จำเลยทั้งสองร่วมกันใส่ความกองทัพบกให้ได้รับความเสียหาย โดยถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ และคลิปวิดีโอ ผ่านโปรแกรมยูทูป ทำนองว่า การเลือกตั้งมันช้าเพราะ คสช. และกกต.โยนลูกกันไปมา ส่วนกองทัพบกไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยกับการเลือกตั้งเลย แต่มายุ่ง(เสือก) เรื่องของการเลือกตั้ง ทั้งๆ ที่มันไม่ใช่หน้าที่ รวมทั้งเมื่อย้อนไปดูประวัติศาสตร์ ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นบุกอ่าวมะนาวที่ จ.ประจวบฯ รบกันไม่ถึงเดือนก็ยอมแพ้แล้ว จากนั้นก็เป็นช่วงสงครามเกาหลี สงคราม เวียดนาม ฝ่ายไทยอุตส่าห์ไปหนุนช่วยฝ่ายต่อต้านคอมมิวนิสต์ ก็แพ้เขาตลอด พอมาสงครามร่มเกล้าก็แพ้ให้ลาวอีก ก็อย่างที่บอก ทหารไทยเก่งเฉพาะกับคนที่ไม่มีทางสู้เท่านั้น กับชาวบ้านที่ไม่มีอาวุธ ไม่มีปืนคุณก็เก่งกับเขา ข่มเขา รัฐบาลคุณก็รัฐประหารเขา แต่พอไปรบจริงๆ สู้เขาไม่ได้เลย ไม่ต้องไปพูดถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 และคำพูดอื่นๆ โดยประการที่น่าจะทำให้กองทัพบกเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง เหตุเกิดที่แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพฯ และทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร จำเลยให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัว โดยวันนี้นายเอกชัย หงส์กังวาน และนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นักเคลื่อนไหวเสื้อแดงต่างเดินทางมาฟังคำพิพากษา

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจกท์นำสืบ ทั้งเกี่ยวกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามร่มเกล้า แต่พยานไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์และได้นำข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตมาประกอบ รวมทั้งข้อความที่จำเลยกล่าวถึงมีบางส่วนไม่มีข้อมูลยืนยันว่าเป็นความจริง ฉะนั้นการที่กล่าวหาว่าจำเลยดูหมิ่นกองทัพบก จึงไม่ถือว่าเป็นการหมิ่นประมาท อีกทั้งประชาชนมีสิทธิวิจารณ์การทำงานได้ จึงพิพากษายกฟ้อง

ส่วนอีกคดี ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเอกชัย หงส์กังวาน เป็นจำเลยในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 กรณีโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว เกี่ยวกับการถูกจำคุกในเรือนจำเมื่อวันที่ 23 เม.ย.2560 ที่มีลักษณะลามกอนาจาร โดยจำเลยยอมรับว่าเป็นผู้โพสต์ข้อความจริง แต่อ้างว่าไม่ได้มีเจตนานำข้อความลามกอนาจารเผยแพร่ เป็นเพียงการเล่าให้รับรู้ถึงการใช้ชีวิตในเรือนจำ ศาลพิเคราะห์จากข้อความดังกล่าวแล้ว เห็นว่า มีถ้อยคำที่ลามกอนาจาร และเข้าข่ายผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 นำข้อความลามากอนาจารเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ จึงพิพากษาให้จำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

สนับสนุน TOPNEWS ด้วยการซื้อสินค้าคุณภาพจาก Sbuyzone 

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก