“นายกฯ” กำชับทุกหน่วยงานรัฐปรับลดงบฯไม่จำเป็น-ใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า

"นายกฯ" กำชับทุกหน่วยงานรัฐปรับลดงบฯไม่จำเป็น-ใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า เพื่อนำไปจัดสรรเป็นงบฯ รายจ่ายลงทุน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

นายกฯ” กำชับทุกหน่วยงานรัฐปรับลดงบฯไม่จำเป็น-ใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า เพื่อนำไปจัดสรรเป็นงบฯ รายจ่ายลงทุน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ความสำคัญกับการใช้งบประมาณให้เกิดความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศโดยรวม เพื่อขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศให้เจริญเติบโตอย่างมั่นคง ยั่งยืน รวมทั้งให้ความสำคัญกับการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ในส่วนของงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ ให้มีประสิทธิภาพ เกิดความคุ้มค่า ไม่ซ้ำซ้อน มีการบูรณาการอย่างจริงจัง โดยให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐพิจารณาปรับลดงบประมาณรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และลดการบรรจุอัตรากำลังใหม่ โดยให้มีเฉพาะที่จำเป็นตามกรอบอัตรากำลัง ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.พ. กำหนดไว้ เพื่อนำงบประมาณในส่วนที่ปรับลด ไปจัดสรรเป็นงบประมาณรายจ่ายลงทุนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

นายกฯ

 

ข่าวที่น่าสนใจ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า นายกรัฐมนตรีย้ำว่าการลงทุนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในด้านต่าง ๆ มีความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งทั้งด้านภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ภาคการผลิต ภาคเกษตร การพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต ด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ ด้านพลังงานสะอาด พลังงานสีเขียว ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนดำเนินการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้สอดคล้องกับบริบทและการพัฒนาของโลก รวมถึงให้สอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจและฐานะทางการเงินการคลังของประเทศ ตลอดจนแนวทางการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ และประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

 

นายชัย กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2567 นายกรัฐมนตรีเสนอว่า ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และคณะอนุกรรมาธิการด้านต่าง ๆ ว่า ยังมีการตั้งงบประมาณซ้ำซ้อนกันในหลายหน่วยงาน เนื่องจากขาดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งงบประมาณรายจ่ายประจำยังคงมีสัดส่วนค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับงบประมาณรายจ่ายลงทุน ดังนั้น ในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ในส่วนของงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ ขอให้รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลแผนงานบูรณาการต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับการจัดทำงบประมาณรายจ่าย ให้มีประสิทธิภาพ เกิดความคุ้มค่า ไม่ซ้ำซ้อน และมีการบูรณาการกันอย่างจริงจัง

 

 

“สำหรับงบประมาณรายจ่ายประจำ นายกรัฐมนตรีขอให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐพิจารณาปรับลดงบประมาณรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น งบประมาณด้านการประชาสัมพันธ์ งบประมาณด้านการฝึกอบรมและดูงาน ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายในการเช่ายานพาหนะ โดยให้ใช้การส่งเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์หรือการจัดประชุมผ่านระบบออนไลน์ให้มากขึ้น รวมทั้งการลดการบรรจุอัตรากำลังใหม่ โดยให้มีเฉพาะที่จำเป็นตามกรอบอัตรากำลัง ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.พ. กำหนดไว้เท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อจะได้นำงบประมาณในส่วนที่ปรับลดนี้ไปจัดสรรเป็นงบประมาณรายจ่ายลงทุน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป ซึ่งคณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วลงมติเห็นชอบตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอ” นายชัย กล่าว

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

กรมทรัพยากรน้ำบาดาลติดตามความก้าวหน้างานศึกษาการทรุดตัวของแผ่นดินในพื้นที่เขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล
กรมทรัพยากรธรณี เปิดเวทีสาธารณะให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำ (ร่าง) แผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ ฉบับที่ 3
กฟผ. จับมือ USTDA เร่งศึกษาความเป็นไปได้โรงไฟฟ้า SMR เสริมความมั่นคงพลังงานสะอาด
"อ.ชูชาติ" กางรธน.แจงชัดๆ ขั้นตอนกฎหมาย ชี้ถ้ากกต.คนไหนทำทุจริต เป็นหน้าที่ป.ป.ช. อัยการ ศาลไต่สวน วินิจฉัยผิด? ไม่ใช่วิธีฟาดเงินล้านจ้างทนายฟ้อง ถามตรงๆ"อ่านรัฐธรรมนูญกันบ้างหรือไม่"
กระหึ่มเอเชีย! ชุดไทยพระราชนิยม - ชุดนักกีฬาทีมชาติไทย ขึ้นบิลบอร์ดกลางย่านเศรษฐกิจ กลางกรุงโตเกียว
ตรวจหวย ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 กันยายน 2569

ดู LIVE รายการ