เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมคณะฝ่ายบริหารหน่วยงานต่างๆเร่งลงพื้นที่ตรวจ สถานที่พักคอยชั่วคราวพร้อมรับทราบปัญหา นำหารือผู้ว่าราขการจังหวัด จันทบุรีหลังรัฐบาลกัมพูชาสั่งปิด8 ด่านที่ติดพรมแดนไทยสั่งห้ามทุกด่านรับแรงงานเข้ากัมพูชา จนแรงงานกัมพูชาอพยพหนีภัยโควิด19จากไทยหวังกลับเมืองถูกสั่งทิ้งลอยแพที่อาคารคัดแยกผลไม้ หรือล้งลำไยในพื้นที่หมู่3 บ้านพังงอน อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี


นายอลงกรณ์ แอคะรัจน์ รองผู้ว่าราขการจังหวัดจันทบุรี พร้อมคณะหัวหน้าส่วนราขการในจังหวัดจันทบุรี เดินทางเข้าตรวจเยี่ยมจุดพักคอย ชั่วคราว ที่ทางอำเภอโป่งน้ำร้อนได้จัดหาไว้รองรับการกักตัวของกลุ่มแรงงานที่อพยพออกมาจากกรุงเทพ สมุทรปราการ หลังนายจ้างปิดกิจการเลิกจ้างไม่มีงานทำและหวั่นกลัวโรคโควิด19 หวังกลับภูมิลำเนา แต่เนื่องจาก ตั้งแต่วันที่29 กค64 จนถึงวันที่12 สค64 รัฐบาลกัมพูชาประกาศปิดด่านชายแดน รวม 8 ด่านที่มีพื้นที่ติดพรมแดนไทย ปฏิเสธการรับตัวแรงงานกัมพูชาทุกกรณี แม้จะมีการลักรอบหลบหนีเข้าไปได้แต่หน่วยงานของกับพูชาก็ผลักดันกลับไทยจนหมด ทำให้หลายหน่วยงานไทย ที่เป็นด่านหน้าเดือดร้อน ไม่มีที่พัก ซึ่งในจำนวนที่แรงงานเดินทางมานี้เบื้องต้นพบติดเขื้อโควิด19 แล้วจำนวน20 รายรวมถึงเด็กวัย1 ปีที่คิดตามพ่อแม่อีกด้วย


รองผู้ว่าราขการจังหวัดจันทบุรี ได้เข้าตรวจสอบสภาพอาคารที่พักคอยชั่วคราว ซึ่งในขั้นต้นสามารถจัดหาได้เพียงแค่นี้เนื่องจากสถานที่ ที่จังหวัดได้จัดเตรียมรองรับผู้เสี่ยงสูงในกองร้อย ตชด. 114 สอยดาว และ115 โป่งน้ำร้อน นั้นเต็มไม่สามารถนำเข้าพักคอยได้ ทางผู้นำท้องถิ่นโป่งน้ำร้อน จึงได้จัดหาอาคารคัดแยกผลไม้หรือล้งลำไย ให้พักคอย พร้อมนำอาหารอุปกรณ์การนอนเท่าที่จะหามาได้และจากการรับบริจาคแก้ปัญหาฉุกเฉินคนไทยใจบุญ จนกว่าจะถึงวันปลดล๊อกของกัมพูชาคือในเช้าวันที่13 สค64 ซึ่งปัญหาที่พบเบื้องต้นคือ เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ ระบบสุขภัณฑ์ ที่ต้องมีการซ่อมบำรุงเนื่องจากเป็นพื้นที่ทิ้งรกร้าง และรับรายงานปัญหาจากฝ่ายความมั่นคงถึงการปฏิบัติในพื้นที่แนวหน้า ซึ่งรองผู้ว่าฯจะนำรายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งแก้ไขต่อไป

กรณีการอพยของแรงงานกัมพูชาจากจังหวัดชั้นในโดยเฉพาะสมุทรปราการ นั้นนับวันจะเพิ่มมากขึ้น แม้จะรู้ว่าถูกจับกักตัวแต่กลุ่มแรงงานบอกว่าดีกว่าอดตาย จะพักลำบากก็ยินดี เพราะดีกว่สอยู่ที่ทำงานที่ต้องจ่ายค่าห้องค่าอาหารทั้งๆที่ไม่มีรายได้ แบะสิ่งที่พวกตนเสียใจคือรัฐบาลกัมพูชารังเกลีนดขับไสไล่ส่งพวกตนเสมือนว่าไม่ใช่ประชาชนของประเทศ ขับไล่ออกเหมือนไม่ใช่คน ที้งที่บ้านของพวกตนก็อยู่ไม่ไกลจากที่ตนข้ามไปได้แล้ว ถูกผลักดันให้กลับมาฝั่งไทยอย่างไม่มีเยื่อใยใดเลย


ไพโรจน์ อนุ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS จ.จันทบุรี

