AFP, BBC, AP, รอยเตอร์ส, อัลจาซีรา และอีกหลายสำนักได้พากันพาดหัวข่าวว่ากรุงเทพประกาศเขตภัยพิบัติหลังจากเกิดฝนตกหนักทำบ้านเรือนและถนนทั่วกรุงจมบาดาล
สื่อต่างประเทศรายงานว่าฝนที่ตกหนักติดต่อกันเกือบ 48 ชั่วโมงตั้งแต่ช่วงบ่ายวันพฤหัสบดีจนถึงเช้าวันเสาร์ (24-26 กันยายน) ในทุกพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร ทำให้บ้านเรือนประชาชนและถนนหนทางจำนวนมากจมอยู่ใต้น้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ตอนกลางและตะวันออก ซึ่งได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ ทำให้สำนักงานกรุงเทพฯต้องประกาศสถานการณ์ภัยพิบัติครอบคลุมทั้ง 50 เขต เพื่อที่จะได้อำนาจพิเศษในการรับมือกับสถานการณ์
รายงานเผยว่าสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นทำให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนกรุงลอนดอนของอังกฤษได้ตัดสินใจเดินทางกลับก่อนกำหนด และว่าจากข้อมูลของสำนักงานกรุงเทพฯ ฝนที่ตกต่อเนื่องเกือบ 48 ชั่วโมงทำให้มีปริมาณน้ำฝนมากกว่า 300 มิลลิเมตร ขณะถนนสายหลักหลายสายพบรถยนต์จอดตาย บางคันจมอยู่ใต้น้ำ และว่านายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่ากรุงเทพฯได้เตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวจำนวน 233 แห่งและได้มีการอพยพประชาชนเข้าพักแล้ว 4,200 คน รวมทั้งประกาศให้โรงเรียนหยุดการเรียนการสอนในวันจันทร์นี้ ส่วนประชาชนทั่วไปแนะนำให้ทำงานจากบ้าน
ด้านโจนาธาน เฮด ของ BBC ได้ลงพื้นที่รายงานสด พร้อมเผยว่าประชาชนได้รับคำเตือนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางถ้าไม่จำเป็น ส่วนผู้อาศัยริมแม่น้ำให้ยกข้าวของขึ้นที่สูง
ขณะที่ AFP กล่าวว่าประชาชนได้แห่ซื้อสินค้ากักตุนจนสินค้าในร้านสะดวกซื้อหมดเกลี้ยงหิ้ง และว่าแม้กรุงเทพฯ จะคุ้นเคยกับสภาพอากาศที่มีฝนชุกและเดือนกันยายนถือเป็นช่วงพีคของฤดูฝน แต่คนกรุงเทพฯหลายคนกล่าวว่าสถานการณ์ครั้งนี้รุนแรงกว่าปกติ หลายคนบอกไม่เคยเจอฝนที่ตกติดต่อกันหลายวันขนาดนี้มาก่อนเลย
AFP เผยว่ากรุงเทพมหานครครั้งหนึ่งเคยได้รับฉายาว่า “เวนิสแห่งตะวันออก” และตั้งอยู่บนพื้นที่ที่เคยเป็นหนองน้ำมาก่อน โดยอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1.5 เมตรเท่านั้น
และว่าจากข้อมูลจากสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานครมีปริมาณน้ำฝนสะสมมากถึง 487 มิลลิเมตรในช่วงระหว่างวันที่ 1 ถึง 25 กันยายน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ประมาณ 269 มิลลิเมตรในช่วงเวลาเดียวกันของปี พศ. 2534- 2563
ล่าสุุดวันนี้ (อาทิตย์ที่ 27 กย.) รอยเตอร์สรายงานว่าระดับน้ำในกรุงเทพฯเริ่มลดลงในหลายพื้นที่แล้ว หลังจากเจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำออกจากคลอง และปริมาณฝนเริ่มลดลงในวันนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของสำนักงานกรุงเทพฯคาดว่าระดับน้ำที่ท่วมจะลดลงอย่างต่อเนื่องหากไม่มีฝนตกมาเพิ่ม

