AFP และอัลจาซีรารายงานว่าเบสเซนต์ได้โพสต์ข้อความผ่าน X เมื่อวานนี้ (เสาร์ที่ 26 กย.) ตามเวลาท้องถิ่นระบุว่าเขาได้ส่งคณะผู้แทนเดินทางไปยังประเทศต่างๆทั่วโลกเพื่อกดดันให้ใช้มาตรการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน และว่าความพยายามดังกล่าวกำลังเห็นผลอย่างชัดเจนแล้ว
เบสเซนต์ยังได้กล่าวขอบคุณตุรกี, โอมานและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือ UAE ที่ให้ความร่วมมือ และว่าตุรกีและโอมานได้ระงับเที่ยวบินขาเข้าจากสายการบินมาฮาน ซึ่งเป็นสายการบินเอกชนขนาดใหญ่ของอิหร่าน ขณะที่ยูเออีได้ระงับเที่ยวบินทั้งหมดของอิหร่าน
โดยนครดูไบ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการค้าของยูเออีถือเป็นจุดหมายปลายทางหลักของสายการบินอิหร่าน มีเที่ยวบินให้บริการหลายเที่ยวต่อวัน อีกทั้งมีชุมชนชาวอิหร่านขนาดใหญ่และมีธุรกิจที่เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิด
รัฐมนตรีคลังสหรัฐยังกล่าวชื่นชมมาตรการคว่ำบาตรทางธนาคารรอบใหม่ของตน โดยระบุว่าเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ธนาคารกลางยูเออีได้ระงับธุรกรรมทางการเงินของธนาคารเมลลี ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ของรัฐที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่าน โดยกล่าวหาว่าละเมิดกฎหมายการฟอกเงิน, การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธ
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตุรกีได้สั่งเพิกถอนใบอนุญาตของธนาคารเมลลัต ของอิหร่าน ซึ่งเป็นสถาบันการเงินกึ่งเอกชนที่ถูกชาติตะวันตกคว่ำบาตรมาเป็นเวลาหลายปี
ทั้งนี้เดอะวอลสตรีทเจอร์นัล สื่อสหรัฐรายงานว่าเบสเซนต์และโจนาธาน เบิร์ก ผู้ช่วยรัฐมนตรีคลังฝ่ายการปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ได้เดินทางไปยังหลายประเทศในตะวันออกกลางและยุโรปในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อผลักดันมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านหรือที่เรียกว่า “วันดีเดย์ทางเศรษฐกิจ”
พร้อมเผยด้วยว่ากระทรวงคลังสหรัฐได้พูดคุยหารือกับพันธมิตรกว่า 50 ประเทศ
โดยเบสเซนต์กล่าวว่าสายการบินอิหร่านทุกแห่งจะถูกระงับบริการไปทั่วโลก ยกเว้นสายการบินขนาดเล็กที่ยังให้บริการสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศอยู่ โดยเฉพาะเส้นทางไปประเทศจีน เนื่องจากจีนไม่ยอมรับการกดดันจากสหรัฐ

