เมื่อเวลา 10.19 น . ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เดินทางถึงประเทศไทยภายหลังไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศญี่ปุ่น ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศอังกฤษ ระหว่างวันที่ 20-27 ก.ย.ที่ผ่านมา ก่อนลงพื้นที่ติดตามน้ำท่วมในพื้นที่ กทม.โดยมีสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชล นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์น้ำ จากวิกฤตฝนตกแช่ในช่วงเวลาที่ผ่านมา

นายกรัฐมนตรี แถลงถึงสถานการณ์น้ำท่วม เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาตอนนี้มีภารกิจต่างประเทศตลอดสัปดาห์ แต่ระหว่างที่อยู่ต่างประเทศก็รับรายงานสถานการณ์และได้ประสานงานตั้งแต่อยู่ต่างประเทศผ่านรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบดูแลเรื่องอุทกภัยในแต่ละภาครวมถึงติดตามสถานการณ์จากคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เมื่อรับทราบสถานการณ์น้ำท่วมแล้วก็ได้นัดประชุมออนไลน์ติดตามสถานการณ์ การหารือเชิงลึกในรายละเอียด และสั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเร่งเดินทางกลับประเทศไทย โดยตัดสินใจยกเลิกภารกิจที่เหลือในต่างประเทศเพื่อมาติดตามการปฏิบัติงานและประสานงานร่วมกันในการตัดสินใจแก้ปัญหาสถานการณ์น้ำท่วมให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า สาเหตุน้ำท่วมครั้งนี้โดยรวมคือเกิดจากปริมาณฝนตกหนักในพื้นที่เป็นวงกว้าง และตกหนักอย่างต่อเนื่องเกินกว่าอัตราการระบายน้ำของพื้นที่จะสามารถกรองรับได้ เนื่องจากปริมาณน้ำมีจำนวนมาก
ส่วนน้ำเหนือกับการเร่งระบายน้ำผ่านกรมชลประทาน มีการบริหารจัดการน้ำในระบบก้างปลาเพื่อไม่ให้น้ำมาสมทบกับกรุงเทพมหานคร รวมถึงระบายน้ำออกจากระบบเขื่อน โดยส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ใต้เขื่อนให้น้อยที่สุด

สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร กระทรวงกลาโหมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้นำเครื่องจักรและเครื่องสูบน้ำ รถบรรทุก เรือยางเข้าไปสมทบในพื้นที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตนก็ได้รับการรายงานและประสานงานกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีการรายงานสถานการณ์ให้ทราบตลอดเวลาและยังมีการจัดตั้งศูนย์พักพิงเพื่อผู้ประสบภัย เคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องมีคนดูแลให้มาอยู่ในโรงพยาบาล สถานพยาบาลแล้ว
ส่วนการบริหารจัดการในพื้นที่ปริมณฑลและจังหวัดที่ประสบภัย ตนได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยติดตามประสานงานและแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดให้มีอำนาจในการตัดสินใจแก้ปัญหาในพื้นที่ประสบภัยอย่างเต็มที่ เพื่อความรวดเร็วในการแก้ไขปัญหา และตนได้รับแจ้งจากนายเอกนิติ นิติทัณประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่สถานการณ์ภัยพิบัติในภาคกลาง ซึ่งได้ดำเนินการเพิ่มวงเงินให้กับจังหวัดแต่ละจังหวัดที่ในกรณีที่ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยฉุกเฉิน ซึ่งจะทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถอนุมัติงบประมาณและจัดการปัญหาในพื้นที่ได้ทันที
นายอนุทิน ยืนยันว่าเราจะทำงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียวไม่มีการแยกว่าใครมาจากไหนหน่วยงานใดทั้งสิ้น ซึ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานครก็ได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ว รัฐบาลต้องให้การสนับสนุนในทุกรูปแบบและทุกหน่วยงานด้วย ไม่มีแบ่งแยกพื้นที่ว่ากรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่บริหารพิเศษ ทุกหน่วยต้องทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ เพราะกรุงเทพเป็นนครหลวง เป็นเมืองหลวง เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การศึกษา ขนส่งและอื่นๆอีกมากมาย ต้องบูรณาการทำงานร่วมกันชุดข้อมูลเป็นชุดเดียวกันในการปฏิบัติงานและยึดหลักการช่วยประชาชนก่อนโดยคำนึงถึงความปลอดภัยและทรัพย์สินเป็นสำคัญที่สุด



