เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.08 น. วันที่ 21 กันยายน 2569 ที่บ้าน ตำบลหนองไผ่แก้ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี โดยคนร้ายเป็นชายรูปร่างผอมสูง สวมเสื้อลายพรางและหมวกสีน้ำตาล ขับรถยนต์เก๋งผ่านหน้าบ้าน ก่อนลงจากรถพร้อมถือคีมตัดเหล็กขนาดใหญ่เดินเข้ามาบริเวณหน้าบ้าน จากนั้นใช้คีมตัดแม่กุญแจ เปิดประตูเข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์สินภายในบ้าน ก่อนหลบหนีไป
ภายหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.กฤษณ์ มาสุข ผกก.สภ.บ้านบึง ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ทะนงศักดิ์ สุวรรณวัฒน์ รอง ผกก.สส.ฯ และ พ.ต.ท.อภิชาติ บุญเกิด สว.สส.ฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านบึง เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ
ต่อมาเจ้าหน้าที่นำหมายจับศาลจังหวัดชลบุรีติดตามผู้ต้องหา ทราบชื่อ นายสุริยา อายุ 46 ปี ชาวจังหวัดปทุมธานี โดยพบเบาะแสว่าหลบหนีไปกบดานที่อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นบ้านของภรรยา
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบรถยนต์เก๋งฮอนด้าที่ใช้ก่อเหตุ พร้อมเสื้อผ้าและคีมตัดเหล็ก แต่ตัวนายสุริยาไหวตัวทันและหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงแกะรอยตามเส้นทางอย่างต่อเนื่อง กระทั่งใช้เวลาประมาณ 2 วัน สามารถติดตามจับกุมตัวได้ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร

จากนั้นนำตัวมาบันทึกการจับกุมที่ สภ.บ้านบึง พร้อมของกลาง ได้แก่ รถยนต์เก๋งฮอนด้า เสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ และคีมตัดเหล็ก
เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใด ๆ โดยแปลงตัวหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่น มอมหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหน้าหรือจำหน้าได้ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดฯ”
จากการสอบสวนนายสุริยาให้การรับสารภาพว่า หลังจากก่อเหตุในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.บ้านบึง จังหวัดชลบุรี ได้หลบหนีไปซ่อนตัวที่อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นบ้านของแฟนสาว ก่อนนำทองที่ได้จากการลักทรัพย์ไปขาย ได้เงินจำนวน 14,000 บาท และนำเงินไปใช้จ่ายส่วนตัว
ต่อมาทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านบึงกำลังติดตามตัว จึงหลบหนีต่อมายังพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร แต่สุดท้ายถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมตัวได้ โดยนายสุริยาระบุว่ารู้สึกเสียใจกับการกระทำของตัวเอง และพร้อมยอมรับผลจากการกระทำ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านบึง เปิดเผยข้อมูลว่า ผู้ต้องหารายนี้มีพฤติการณ์ก่อเหตุมาอย่างต่อเนื่อง และไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย โดยมักตระเวนก่อเหตุในหลายพื้นที่ และเลือกก่อเหตุในพื้นที่ห่างไกลจากที่พักของตนเอง อีกทั้งขณะก่อเหตุยังอยู่ระหว่างการดำเนินคดีในชั้นศาล
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝากเตือนประชาชนในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งอาจเป็นช่วงที่บ้านเรือนบางหลังไม่มีผู้อยู่อาศัยหรือไม่สามารถดูแลทรัพย์สินได้ตามปกติ ขอให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบสิ่งผิดปกติหรือบุคคลต้องสงสัยให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อป้องกันการก่อเหตุและไม่ให้ประชาชนต้องถูกซ้ำเติมในช่วงเกิดภัยพิบัติ

ภาพ/ข่าว ธนา ธรรมวาจา / เจียรพรรณ สุรนันท์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ชลบุรี


