“มหาดไทย” สั่งการผู้ว่าฯทั่วปท. รุก 3 มาตรการดูแลน้ำท่วมตลอด 24 ชม. “เจเศรษฐ์” กำชับปภ.เข้าช่วยเหลือจุดวิกฤตทันที เน้นย้ำระบบแจ้งเตือนต้องรวดเร็ว

รัฐบาลสั่งการจัดการอุทกภัยเชิงรุก มอบหมาย มท.เป็นหน่วยงานหลักทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เร่งช่วยเหลือ ปชช. อย่างเต็มที่ เน้นให้ความสำคัญสูงสุดกับชีวิตทรัพย์สินของประชาชนเป็นสำคัญ

“มหาดไทย” สั่งการผู้ว่าฯทั่วปท. รุก 3 มาตรการดูแลน้ำท่วมตลอด 24 ชม. “เจเศรษฐ์” กำชับปภ.เข้าช่วยเหลือจุดวิกฤตทันที เน้นย้ำระบบแจ้งเตือนต้องรวดเร็ว – Top News รายงาน

 


เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง และมีพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง และน้ำป่าไหลหลาก ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการสัญจรของประชาชน รัฐบาล บูรณาการทุกหน่วยงานเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ตลอด 24 ชั่วโมง ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เน้นการช่วยเหลือดูแลประชาชนอย่างเต็มที่

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินการ 3 มาตรการเร่งด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นวงกว้าง ทั้งให้การบริหารจัดการสถานการณ์เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ดังนี้

1. “ยกระดับการเฝ้าระวังและบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัยเชิงรุก” โดยติดตามสถานการณ์ฝน ปริมาณน้ำ ระดับน้ำ และพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ริมลำพื้นที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่ที่เคยประสบอุทกภัย พร้อมทั้งประเมินแนวโน้มสถานการณ์ล่วงหน้า และเตรียมความพร้อมด้านกำลังคน เครื่องจักรกล วัสดุอุปกรณ์ จุดอพยพ และสถานที่รองรับประชาชน ให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที “โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นลำดับแรก”

2. ให้ “สำนักงาน ปภ.จังหวัด” เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก บูรณาการร่วมกับนายอำเภอ ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มูลนิธิ อาสาสมัคร หน่วยกู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งจัดทำข้อมูลพื้นที่เสี่ยง พื้นที่ได้รับผลกระทบและสถานการณ์น้ำให้เป็นปัจจุบัน พร้อมเตรียมแผนเผชิญเหตุ ระบบแจ้งเตือน การอพยพ และการช่วยเหลือประชาชน และให้จัดเตรียมและระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยและกำลังเจ้าหน้าที่ให้พร้อมปฏิบัติการ โดยหากประเมินแล้วมีแนวโน้มสถานการณ์รุนแรง ให้เร่งเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อพิจารณาสั่งการ และระดมทรัพยากรเข้าดำเนินการโดยทันที

3. ให้ “สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด” เป็นกลไกหลักในการสื่อสารและสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน ด้วยการบูรณาการข้อมูลร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้ประชาชน “ได้รับทราบสถานการณ์ที่เป็นข้อเท็จจริง” สามารถปฏิบัติตนให้มีความปลอดภัย พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น โดยเน้นย้ำให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการ และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานในพื้นที่เพื่อความปลอดภัย

ข่าวที่น่าสนใจ

“รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์ฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง บูรณาการความร่วมมือ เร่งช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ทั้งด้านอุปกรณ์เครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และกำลังเจ้าหน้าที่ โดยมอบหมายให้เครือข่ายของกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ มูลนิธิ อาสาสมัคร หน่วยกู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยประชาชนสามารถให้ข้อมูลและขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” นางสาวพลอยทะเล ระบุ

 

ทั้งนี้ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ได้กำชับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ติดตามสถานการณ์น้ำและฝนอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัยสนับสนุนพื้นที่ และแจ้งเตือนประชาชนทันทีเมื่อพบความเสี่ยง เพื่อให้สามารถเตรียมพร้อมและลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน

ข้อมูล ปภ. ณ วันที่ 26 กันยายน 2569 เวลา 07.00 น. ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 21 จังหวัด 93 อำเภอ 350 ตำบล 1,425 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 27,109 ครัวเรือน 84,605 คน และกรุงเทพมหานครยังมีน้ำท่วมขังผิวการจราจร 44 จุด โดยภาพรวมส่วนใหญ่ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง

โดย ในช่วงวันที่ 16–26 กันยายน 2569 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยสะสม 36 จังหวัด 143 อำเภอ 506 ตำบล 1,966 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 33,302 ครัวเรือน 102,957 คน และกรุงเทพมหานคร 22 เขต 66 จุด

สำหรับสถานการณ์ล่าสุด พื้นที่ที่ระดับน้ำเพิ่มขึ้น ได้แก่ สุพรรณบุรี ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว ขณะที่นครสวรรค์ พิษณุโลก ลพบุรี สิงห์บุรี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา ปราจีนบุรี และตราด ระดับน้ำทรงตัว ส่วนเชียงใหม่ เพชรบูรณ์ อุทัยธานี สระบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และนครราชสีมา ระดับน้ำลดลง

 

โดย นายเจเศรษฐ์ได้กำชับให้ ปภ. และศูนย์ ปภ. เขต ติดตามพื้นที่ที่ระดับน้ำยังเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ พร้อมเตรียมเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้สามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันที รวมถึงประสานจังหวัดอย่างใกล้ชิดและจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและเผชิญเหตุตลอด 24 ชั่วโมง

เจเศรษฐ์

 

“ปภ.ได้ใช้ระบบแจ้งเตือนภัยส่งข้อมูลตรงถึงโทรศัพท์มือถือของประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเช้าวันนี้มีการแจ้งเตือนประชาชนในจังหวัดนนทบุรี เนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่องและคาดว่าจะยังมีฝนต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำท่วมขังรอระบาย พร้อมขอให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำยกของขึ้นที่สูง หลีกเลี่ยงการจราจร และตรวจสอบเส้นทางก่อนเดินทาง

นอกจากนี้ ยังมีการแจ้งเตือนกรณีถนนแจ้งวัฒนะทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกมีน้ำท่วมขังสูงจากฝนตกต่อเนื่อง รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ โดยมีการปิดการจราจรตั้งแต่บริเวณคลองประปาจนถึงจุดกลับรถเลี่ยงเมือง และขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว

นายเจเศรษฐ์กำชับว่า การแจ้งเตือนต้องถึงประชาชนอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกต่อเนื่องและระดับน้ำเพิ่มขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัว ยกของขึ้นที่สูง วางแผนการเดินทาง และหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ต้องพร้อมเข้าช่วยเหลือทันทีเมื่อเกิดเหตุ” นางสาวลลิดา กล่าว

ทั้งนี้ การจัดการสาธารณภัยในพื้นที่เป็นสาธารณภัยระดับ 2 โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้ควบคุมและสั่งการตามอำนาจหน้าที่ ขณะที่ ปภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมสนับสนุนกำลัง เจ้าหน้าที่ และเครื่องจักรเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

นาทีชีวิต! น้ำทะลักบ้าน-ไฟดับ “ยายวัย 94” ผู้ป่วยติดเตียง กู้ภัยฝ่าสายฝนเร่งย้ายหนีน้ำ
ผ่าน 48 ชม.ปริมาณฝนใกล้ 300 มม.!!! "ชัชชาติ" สั่งเดินเครื่องสูบน้ำเต็มกำลังทุกคลองกทม. เปิดโรงเรียนเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว เตรียมกระสอบทราย 1 ล้านถุงรับสถานการณ์!??
อยุธยาซิตี้พาร์ค จัดมหกรรมยานยนต์ครั้งใหญ่ ยกระดับนวัตกรรมรถยนต์-EV ปลุกกำลังซื้อปลายปี
ฝนถล่มทั้งวัน! น้ำคลองบางละมุงหนุนสูง เอ่อล้นท่วมบ้าน 40-50 หลัง เจ้าหน้าที่ลุยช่วยกลางดึก
“เอกนิติ” ชี้ผลดีเป็นเจ้าภาพ "IMF–World Bank 2026" โอกาสสำคัญ เปิดประตูสินค้าท่องเที่ยว ลงทุน พาไทยกลับเวทีโลก เตรียม Royal Pavilion 13 ต.ค. เชิดชูพระอัจฉริยภาพ ร.9 เผยแพร่แนวพระราชดำริสู่ผู้นำการเงินโลก
สส.จำลอง ชวนชาวกาฬสินธุ์ใช้ “โซลาร์เซลล์” ลดค่าไฟครัวเรือน-ต้นทุนเกษตร เตรียมรับวิกฤติพลังงาน

ดู LIVE รายการ