เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายใน ร้านคุณใหญ่ถูกดี ริมถนนสุวินทวงศ์ หมู่ 7 ต.คลองหลวงแพ่ง อ.เมืองฉะเชิงเทรา โดยหลังจากชายคนดังกล่าวขี่รถจักรยานยนต์ออกไป พนักงานพบว่าโทรศัพท์มือถือของร้านหายไป จึงแจ้งเจ้าของร้านและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทันที
เจ้าของร้านพยายามโทรศัพท์ติดตามชายคนดังกล่าวมากกว่า 20 สาย แต่ไม่มีผู้รับ กระทั่งโทรกลับไปอีกครั้ง มีชายอีกคนรับสายและอ้างว่าเป็นลูกน้องของผู้ที่นำโทรศัพท์ไป พร้อมแจ้งว่าโทรศัพท์อยู่ที่ทำงาน ก่อนจะนำโทรศัพท์กลับมาคืนให้เจ้าของร้าน
ต่อมาชายเสื้อสีชมพูที่ปรากฏในภาพวงจรปิดเดินทางมาที่ร้าน พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจนำโทรศัพท์ไป โดยอ้างว่า เข้าใจผิดคิดว่าเป็นโทรศัพท์ของตัวเอง จึงหยิบติดมือไป
ช่วงเย็นวันที่ 24 ก.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังร้านดังกล่าว พบ นายไพรวัน เนียมพราย อายุ 52 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงสายของวันเดียวกัน ขณะที่ตนเองไม่ได้อยู่ร้าน พนักงานขายสินค้าให้ลูกค้าตามปกติ ก่อนจะมาทราบภายหลังว่าโทรศัพท์มือถือที่ใช้สำหรับสแกนแอปต่าง ๆ รวมถึงมีบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกับการรับโอนเงินของร้าน ถูกนำออกไป

หลังทราบเรื่อง นายไพรวันได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และพยายามโทรศัพท์ติดตามกว่า 20 สาย กระทั่งสามารถติดต่อได้ โดยผู้รับสายอ้างว่าเป็นลูกน้อง และเห็นโทรศัพท์ดังกล่าววางอยู่ที่ทำงาน จึงคิดว่าเป็นโทรศัพท์ของเถ้าแก่และไม่กล้ารับสาย
หลังจากนั้น ชายที่รับโทรศัพท์ได้นำเครื่องกลับมาคืนที่ร้าน แต่ไม่ใช่บุคคลที่ปรากฏในภาพวงจรปิด เมื่อตรวจสอบจึงให้ชายคนดังกล่าวติดต่อผู้ที่นำโทรศัพท์ไป กระทั่งชายเสื้อสีชมพูเดินทางมาที่ร้านอีกครั้ง และอ้างว่าเข้าใจผิด คิดว่าโทรศัพท์ดังกล่าวเป็นของตัวเองจึงหยิบติดมือไป
นายไพรวันกล่าวว่า หลังตรวจสอบข้อมูลภายในโทรศัพท์แล้ว พบว่า ไม่มีเงินหรือยอดโอนใด ๆ ถูกนำออกไป จึงไม่ได้ติดใจเอาความกับผู้ที่นำโทรศัพท์ไป อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้นต้องเร่งดำเนินการระงับและอายัดแอปพลิเคชันต่าง ๆ รวมถึงบัญชีธนาคารที่อยู่ภายในโทรศัพท์ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

ในช่วงดังกล่าว ลูกค้าที่เข้ามาซื้อสินค้าที่ร้านยังไม่สามารถใช้การสแกนผ่านแอป “ถูกดี ไทยช่วยไทยพลัส” ได้ตามปกติ เนื่องจากต้องระงับระบบเพื่อความปลอดภัย
นายไพรวันจึงนำภาพจากกล้องวงจรปิดออกมาเผยแพร่ผ่านสื่อ เพื่อเป็นอุทาหรณ์และเตือนภัยบรรดาพ่อค้าแม่ค้าให้เพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะสิ่งของมีค่าที่วางอยู่บริเวณหน้าเคาน์เตอร์ เพราะเพียงช่วงเสี้ยววินาทีที่เผลอ สิ่งของอาจถูกหยิบออกไปได้
ทั้งนี้ แม้บุคคลที่เข้ามาในร้านจะอ้างว่าเป็นเจ้าของกิจการหรือหัวหน้างาน ก็ไม่ควรประมาท ควรเก็บโทรศัพท์มือถือและทรัพย์สินสำคัญไว้ในจุดที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

ภาพ/ข่าว อาษา/ปรีญาภรณ์/จันทร์พิทักษ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ฉะเชิงเทรา



