“ศาลฎีกา” พิพากษายืน โทษจำคุกตลอดชีวิต “ฮัมดัน-มูฮัมมัดซับรี” ยิงชาวบ้านนราฯ บาดเจ็บ อีก 1 แก๊งก่อการร้าย ผิดพยายามฆ่า ซ่องโจร โดนจำคุก 34 ปี 20 เดือน

"ศาลฎีกา" พิพากษายืนโทษจำคุกตลอดชีวิต "ฮัมดัน-มูฮัมมัดซับรี" ยิงชาวบ้านนราฯ บาดเจ็บ อีก 1 แก๊งก่อการร้าย ผิดพยายามฆ่า ซ่องโจร โดนจำคุก 34 ปี 20 เดือน

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ศาลจังหวัดนราธิวาส อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีหมายเลขดำที่ อ.1280/67 หรือคดีหมายเลขแดงที่ อ.1280/66 มีจำเลย 3 ราย ได้แก่ นายอานัส (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 1, นายฮัมดัน (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 2 และนายมูฮัมมัดซับรี (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 3 จากคดีเหตุลอบยิง นายประสิทธิ์ ถาวรศรี จนได้รับบาดเจ็บ บริเวณถนนภายในหมู่บ้านทุ่งคา–มะนังตายอ หมู่ที่ 8 ตำบลละหาร อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2564 ก่อนเจ้าหน้าที่สืบสวนติดตามตัวผู้เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งจำเลยทั้ง 3 รายถูกฟ้องในความผิดฐาน ก่อการร้าย ซ่องโจร พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนและวัตถุระเบิดฯ
อาจเป็นรูปภาพของ หนึ่งคนขึ้นไป

ข่าวที่น่าสนใจ

โดยเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2567 ศาลจังหวัดนราธิวาส มีคำพิพากษา ศาลชั้นต้น ลงโทษ “ประหารชีวิต” จำเลยทั้ง 3 ราย แต่เนื่องจาก นายอานัส (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพและเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี ศาลจึงลดโทษให้ 1 ใน 3 คงเหลือ “จำคุกตลอดชีวิต” ส่วน นายฮัมดัน (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 2 และและนายมูฮัมมัดซับรี (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 3 ยังคงได้รับโทษ “ประหารชีวิต” โดยศาลชั้นต้นพิจารณาพยานหลักฐาน รวมถึงข้อมูลจากโทรศัพท์ของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ซึ่งพบการติดต่อสื่อสารผ่านข้อความในช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ ประกอบกับพยานหลักฐานอื่นในสำนวน
อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความ
อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความ
อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความ
ต่อมาเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568 ศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีคำพิพากษาแก้โทษ ให้ จำเลยทั้ง 3 ราย โดย นายอานัส (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 1 ลดโทษให้ “จำคุก 34 ปี 20 เดือน” หลังได้รับการลดโทษจากคำให้การที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ส่วน นายฮัมดัน (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 2 และนายมูฮัมมัดซับรี (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 3 ให้ “จำคุกตลอดชีวิต”
ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ศาลจังหวัดนราธิวาส อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา โดยศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์สามารถรับฟังได้ว่าจำเลยทั้ง 3 ราย กระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง จึงมีพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 ให้ลงโทษจำเลยทั้ง 3 รายตามเดิม คือ นายอานัส (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 1 “จำคุก 34 ปี 20 เดือน” ส่วน นายฮัมดัน (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 2 และและนายมูฮัมมัดซับรี (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 3 “จำคุกตลอดชีวิต” คดีถึงที่สุด จำเลยทั้ง 3 รายจึงต้องรับโทษตามคำพิพากษาศาลฎีกา ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการพิจารณาคดีตามข้อมูลที่ปรากฏในคดี อ.1280/66
คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการยุติธรรมที่ดำเนินต่อเนื่องผ่านการพิจารณาของศาลทั้ง 3 ระดับ โดยมีการตรวจสอบพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงในแต่ละชั้นศาล ก่อนมีคำพิพากษาถึงที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

โหดร้ายไม่เว้น!! "ตร.ชลบุรี" บุกทลาย 4 แก๊งจีนเถื่อน หลอก 3 สาวชาติเดียวกัน รับจ้างทำงานเอนเตอร์เทนฯ ก่อนถูกกักขัง ขืนใจ ขู่เรียกค่าไถ่!??
"ดร.ธนพร" ชี้ปม "กล้าธรรม" เป็นปัญหาฝ่ายค้านไม่เกี่ยวรัฐบาล ไม่ใช่สัญญาณเติมเสียงสส.-ปรับครม. ย้ำเสถียรภาพพรรคร่วมฯยังแน่นปึ้ก
พลังบุญล้นเหลือ!! "หมอเหรียญฯ" จัดเต็ม ขยายเพิ่ม "หอพักฟรี มวรร โครงการ 3" รองรับผู้ป่วยมะเร็ง "รพ.มงกุฎวัฒนะ" ทยอยเพิ่มเดือน ต.ค.เข้าฉายแสงด้วยเครื่องเร่งอนุภาค LINAC
"นายกฯอนุทิน" ถึงร้องโอ้ย..โดนถามประเด็นกล้าธรรม ลั่น"นี่เราอยู่อเมริกา ไกล สัญญาณมาไม่ถึง" ขอเดินหน้าภารกิจสร้างความเชื่อมั่นปท.ก่อน
"นายกฯอนุทิน" นำแลกเปลี่ยนมุมมอง 3 สถาบันการเงิน-กองทุนใหญ่สหรัฐฯ " BofA - Microsoft- PIMCO" ยันศักยภาพไทยพร้อมเปิดรับทุกพาร์ทเนอร์สร้างอนาคตศก.
“สรรเพชญ” นำคมนาคม ร่วมงาน InnoTrans 2026 หารือญี่ปุ่นพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟ ปลดล็อกศักยภาพที่ดิน สร้างรายได้ใหม่ ยกระดับระบบรางไทย

ดู LIVE รายการ