เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน โดย นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด และบริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด ภายใต้ “โครงการศึกษาและพัฒนาการบริหารจัดการพลังงานกลุ่มอาคารจากต้นแบบระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่แบบผสมในพื้นที่ Central Business District” ณ ห้องประชุม Auditorium ชั้น 3 อาคาร ท.103 สำนักงานกลาง กฟผ.

นายประจักษ์ กิตติรัตนวิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหารนวัตกรรม บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด กล่าวว่า รู้สึกยินดีและขอขอบคุณ พพ. กฟผ. สวทช. และบริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด ที่ให้ความสำคัญและร่วมผลักดันโครงการศึกษาและพัฒนาการบริหารจัดการพลังงานกลุ่มอาคาร โดยเฉพาะการนำระบบกักเก็บพลังงานจากแบตเตอรี่ใช้แล้วมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่ Central Business District โดย เจริญชัยฯนำนวัตกรรม หม้อแปลงอัจฉริยะสำหรับระบบบริหารจัดการพลังงาน (AI Transformer Low Carbon) เป็นหม้อแปลงที่มีการปรับแรงดัน 3 เฟส อัตโนมัติ พร้อมระบบการบริหารจัดการพลังงาน และมีการส่งข้อมูลการตรวจวัดค่าพลังงานแบบ Real-Time (IoT) โดยมีการเชื่อมต่อเทคโนโลยี ด้านการบริหารจัดการพลังงาน พร้อมรองรับระบบบริหารจัดการร่วมสมัยกับ Solar, Energy Storage ก่อให้เกิดความเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า เพื่อการประหยัดพลังงานและอนุรักษ์พลังงานสูงสุด



AI Submersible Transformer หรือ หม้อแปลงไฟฟ้าจมน้ำได้อัจฉริยะ คือ นวัตกรรมหม้อแปลงไฟฟ้าสำหรับระบบจำหน่ายใต้ดินที่ออกแบบมาให้สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าและทำงานได้อย่างปกติแม้จะอยู่ในภาวะจมอยู่ใต้น้ำเหมาะสำหรับใช้ในอาคาร พร้อมผสานเทคโนโลยี AI และ IoT เพื่อช่วยบริหารจัดการพลังงาน ก่อให้เกิดความเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าซึ่งควบคุม และ แสดงผลการทำงานของหม้อแปลง AI Transformer Low Carbon และ AI Submersible Transformer Low Carbon แบบ Real-Time กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม / กลุ่มอาคารต่างๆ / โรงแรม / อาคารโรงพยาบาล (รัฐบาลและเอกชน) / อาคารสำนักงาน (รัฐบาลและเอกชน) เช่น อาคารกระทรวงพลังงาน / อาคารมหาวิทยาลัย วิทยาลัย โรงแรม (รัฐบาลและเอกชน) / ห้างสรรพสินค้า / สถานีบริการน้ำมัน และ โรงงานอุตสาหกรรม / กลุ่มอาคาร / สถานีบริการน้ำมัน ประเทศเพื่อนบ้าน

นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งพัฒนาระบบบริหารจัดการพลังงานของกลุ่มอาคารและหม้อแปลงอัจฉริยะให้สามารถทำงานเชื่อมโยงกันอย่างครบวงจร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยคาดหวังให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นต้นแบบสำหรับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีพลังงานสะอาดและระบบกักเก็บพลังงานในเขตเมือง และสามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านการบริหารจัดการพลังงาน ซึ่งสามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริงและขยายผลในวงกว้าง ช่วยส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยคาร์บอน และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ





