เกิดกระแสความสงสารและเชิญชวนช่วยเหลือในโลกโซเชียล หลังพบครอบครัวผู้ยากไร้ 7 ชีวิต ในพื้นที่ตำบลสะเนียน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน สภาพบ้านไม่สมบูรณ์ ไร้พื้นและฝาบ้านที่มั่นคง ยามฝนตกน้ำไหลเข้าบ้าน ต้องขึ้นไปนอนรวมกันบนแคร่เพียงตัวเดียว วอนผู้มีจิตศรัทธาและภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมสนับสนุนสร้างบ้านที่มั่นคงปลอดภัยให้แก่พ่อแม่และลูกน้อยอีก 5 คน

จากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “หวังดี กลายเป็น ประสงค์ร้าย” ได้โพสต์เรื่องราวความเดือดร้อนของครอบครัวหนึ่งในพื้นที่ ต.สะเนียน อ.เมืองน่าน ต่อมาเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 นางสาววัชรี พรมทอง อดีตประธานหอการค้าจังหวัดน่าน ในฐานะตัวแทน มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า พร้อมเจ้าของโพสต์ ได้ลงพื้นที่บ้านห้วยขาม ตำบลสะเนียน เพื่อมอบเครื่องอุปโภคบริโภคบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น


จากการลงพื้นที่พบว่า ครอบครัวดังกล่าวอาศัยอยู่ร่วมกัน 7 คน มีพ่อประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป แม่เป็นแม่บ้าน และลูกอีก 5 คน ซึ่งคนโตอายุ 12 ปี (เรียนโรงเรียนบ้านน้ำโค้ง), คนที่ 2 อายุ 7 ปี เป็นเด็กพิการ (เรียนโรงเรียนบ้านน้ำโค้ง), คนที่ 3 อายุ 4 ปี, คนที่ 4 อายุ 2 ปี และคนเล็กอายุเพียง 1 ปี โดยสภาพบ้านกั้นฝาด้วยฟาก ไม่มีพื้นบ้านและไร้ความมั่นคง หากวันปกติเด็กจะนอนใต้แคร่ แต่หากฝนตกน้ำจะไหลเข้าบ้าน ทำให้ทั้ง 7 ชีวิตต้องขึ้นไปนอนเบียดกันบนแคร่เพียงตัวเดียว

นางสาววัชรี เปิดเผยว่า ไม่คิดว่าในอำเภอเมืองน่านจะมีครอบครัวที่ลำบากด้านที่อยู่อาศัยขนาดนี้ แม้สิ่งของที่มอบจะช่วยบรรเทาได้ระยะหนึ่ง แต่สิ่งที่ครอบครัวนี้ต้องการอย่างแท้จริงคือ “บ้านที่ปลอดภัย” โดยเฉพาะเด็กเล็กและเด็กพิการ จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธา ภาคเอกชน ร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ร่วมสนับสนุนสิ่งของเครื่องใช้ เสื้อผ้าเด็ก วัสดุก่อสร้าง หรือสมทบทุน เพื่อร่วมปรับปรุงและสร้างบ้านที่มั่นคงปลอดภัยให้แก่ครอบครัวนี้ต่อไป






