
เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ ดร.ยุพิน บัวคอม ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดนิทรรศการผลงาน “ไอเดียสู่การพัฒนาโมเดลต้นแบบของครูนวัตกร กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ” พร้อมด้วย ผศ.สมเกียรติ วงษ์พานิช รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ วิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และ ผศ.ไพโรจน์ วรพจน์พรชัย รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ คณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มทร.ล้านนา โดยมี ผู้แทนสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผู้บริหารและบุคลากรกรมส่งเสริมการเรียนรู้จาก 17 จังหวัดภาคเหนือ คณาจารย์ ครู สกร. ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงาน

ดร.ยุพิน บัวคอม ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การพัฒนาครูให้ก้าวสู่การเป็น “ครูนวัตกร” มีความสำคัญต่อการยกระดับการเรียนรู้ เนื่องจากครูเป็นบุคลากรที่มีบทบาทโดยตรงในการส่งเสริมการเรียนรู้ และมีความใกล้ชิดกับประชาชนและชุมชน การเสริมทักษะด้านนวัตกรรมจะช่วยให้ครูสามารถนำองค์ความรู้ด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มาผสานกับประสบการณ์ ตลอดจนความต้องการของแต่ละพื้นที่ เพื่อนำไปพัฒนาเป็นแนวทางหรือโมเดลที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
นอกจากนี้ การพัฒนานวัตกรรมจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะการสร้างเครือข่ายสำหรับแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดี เพื่อให้แนวคิดของครูนวัตกรได้รับการต่อยอดและสามารถประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่

ด้าน ผศ.สมเกียรติ วงษ์พานิช รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ วิจัยและบริการวิชาการ มทร.ล้านนา กล่าวว่า มทร.ล้านนา มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการสร้างนวัตกรภูมิภาค โดยมุ่งพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาให้สามารถนำองค์ความรู้ด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมมาใช้เป็นฐานในการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบสนองต่อบริบทและความต้องการของพื้นที่ ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างหน่วยงานและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง

การจัดนิทรรศการครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอแนวคิด ผลงาน และโมเดลต้นแบบที่เกิดจากกระบวนการพัฒนาครูนวัตกร จำนวน 26 ผลงาน รวมทั้งเป็นพื้นที่ให้บุคลากร สกร. ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดี เพื่อนำองค์ความรู้ไปต่อยอดและประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อพื้นที่
ขณะที่ ผศ.ไพโรจน์ วรพจน์พรชัย รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ คณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มทร.ล้านนา กล่าวว่า โครงการดังกล่าวดำเนินงานโดยหน่วยงานคลินิกเทคโนโลยี สถาบันถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน มทร.ล้านนา ภายใต้กรอบการขับเคลื่อนศูนย์สร้างนวัตกรภูมิภาค เพื่อพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาสู่นวัตกรชุมชน โดยใช้ฐานองค์ความรู้ด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาค และขับเคลื่อนภารกิจของศูนย์สร้างนวัตกรภูมิภาคให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

กระบวนการดำเนินงานมุ่งพัฒนานวัตกรชุมชนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การพัฒนาทักษะนวัตกรเบื้องต้น การพัฒนาทักษะตามกระบวนการ ไปจนถึงการพัฒนาเป็นนวัตกรนำร่อง เพื่อให้บุคลากรสามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างแนวคิดและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์พื้นที่ ทั้งด้านการศึกษา อาชีพ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน
สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การแสดงบนเวที การเสวนาและนำเสนอกรณีศึกษา (Best Practices) ของ สกร. กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ โดยมี สกร. ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง นครสวรรค์ และเพชรบูรณ์ ร่วมถ่ายทอดแนวคิดและประสบการณ์ด้านการส่งเสริมการเรียนรู้และการดำเนินกิจกรรมในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการผลงาน “ไอเดียสู่การพัฒนาโมเดลต้นแบบของครูนวัตกร กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ” จำนวน 26 ผลงาน เปิดโอกาสให้ครู สกร. นำเสนอผลงาน แนวคิด และกระบวนการพัฒนาที่เกิดขึ้นจากโครงการสู่สาธารณชน พร้อมพิธีมอบรางวัลและคัดเลือกผลงานจำนวน 5 ผลงาน เพื่อเป็นตัวแทนครู สกร. ภาคเหนือ เข้าสู่การแข่งขันระดับประเทศ ภายใต้โครงการ “Innovative Teacher”
โครงการดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่างสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA และภาคีเครือข่าย โดยมีเป้าหมายในการบูรณาการทรัพยากรและสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อววน. พร้อมบ่มเพาะครู สกร. ให้มีทั้งองค์ความรู้และทักษะการปฏิบัติจริง ก้าวสู่การเป็น “ครูนวัตกร” ที่มีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21

หัวใจสำคัญของโครงการ คือการส่งเสริมบทบาทของ “ครู สกร.” ในฐานะสะพานเชื่อมองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และเทคโนโลยี ไปสู่การสร้างนวัตกรรมในชุมชน สามารถนำความรู้ไปใช้แก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ ทั้งด้านการศึกษา อาชีพ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดความเข้มแข็งและยั่งยืน
ทั้งนี้ การจัดนิทรรศการครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเวทีแสดงผลงาน แต่ยังเป็นพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสร้างเครือข่าย และการต่อยอดแนวคิดนวัตกรรมเชิงพื้นที่จากระดับภูมิภาคสู่ระดับประเทศ เพื่อให้เกิดการนำองค์ความรู้และโมเดลต้นแบบไปประยุกต์ใช้ในชุมชนและพื้นที่ต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป











