ไม่จบง่ายๆ!! “ลุงแหวน ธานอส” ร้องทุกข์ตร.ขอนแก่น กล่าวโทษ 4 ข้อ “วัดอดุลยาราม” ไม่ชอบด้วยกม. ลั่นคณะทายาทจะร้องศาลรื้อคดีที่ดินธรณีสงฆ์!!?

ลุงแหวน” อดีตที่ปรึกษากลุ่มป้าดา แจ้งความตรวจสอบวัดป่าอดุลยาราม ชี้มีเอกสารไม่ชอบด้วยกฎหมาย 4 ฉบับ ซัดเจ้าอาวาสวัดใช้ตำแหน่งเจ้าอาวาสที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และ การโอนโฉนดที่ดินแล้วเมื่อวันที่ 16 กันยายน เป็นการโอนโดยที่ผู้รับโอนไม่ชอบด้วยกฎหมาย เดินหน้าดำเนินการฟ้องให้การโอนที่ดินเป็นการโอนโดยมิชอบ

ไม่จบง่ายๆ!! “ลุงแหวน ธานอส” ร้องทุกข์ตร.ขอนแก่น กล่าวโทษ 4 ข้อ “วัดอดุลยาราม” ไม่ชอบด้วยกม. ลั่นคณะทายาทจะร้องศาลรื้อคดีที่ดินธรณีสงฆ์!!? – Top News รายงาน

 

 

ลุงแหวน ธานอส

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น นายวรเดช ชัยเดชบุญชู (นามสกุลเดิม ช่างบุ) อายุ 68 ปี อดีตที่ปรึกษาทางกฎหมายกลุ่มของนางสาวชมมณี น้อยจันทร์ หรือ ป้าดา ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ. ปธานิน เพชรตะกั่ว รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น โดยร้องทุกข์กล่าวโทษว่า วัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น มีเอกสารที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย 4 ฉบับ ได้แก่ 1.ใบตราตั้งเจ้าอาวาสวัดเมื่อปี 2535 2.ใบเลื่อนสมณศักดิ์เจ้าอาวาสวัดเป็นพระครูเมื่อปี 2562 3.ประกาศตั้งวัดเมื่อปี 2541 และ 4.ผังที่ตั้งวัดพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 12 รายการ เมื่อปี 2541

ข่าวที่น่าสนใจ

นายวรเดช กล่าวว่า จากการตรวจสอบของตนเองในฐานะอดีตผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้พบความไม่ถูกต้องใน 4 ประเด็นดังกล่าว ซึ่งแสดงว่า มีการตั้งเจ้าอาวาสวัด เมื่อปี 2535 และเจ้าอาวาสวัดรูปดังกล่าวได้ใช้ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดที่ไม่ชอบตัวยกฎหมาย เพราะตั้งเจ้าอาวาสวัดหรือมีเจ้าอาวาสก่อนตั้งวัด เมื่อปี 2541 และเจ้าอาวาสวัดรูปดังกล่าว

ได้ใช้ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายไปขอเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครู เมื่อปี 2562 ฉนั้นการเลื่อนสมณศักดิ์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วย มีคนยัดใส่ในการเสนอเลื่อนสมศักดิ์เป็นพระครู และยังพบอีกว่า ผังที่ตั้งวัดเมื่อปี 2541 มีสิ่งปลูกสร้างตามผัง 12 รายการ แต่พบว่าในพื้นที่จริงไม่มีสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวจริง ดังนั้น ประกาศตั้งวัดเมื่อปี 2541 จึงมิชอบด้วยกฎหมาย เพราะมีคนยัดไส้เสนอมหาเถรสมาคมว่า มีสิ่งปลูกสร้างตามผังที่ตั้งวัด 12 รายการ แต่ข้อเท็จจริงไม่พบว่ามีสิ่งปลูกสร้างจริงในพื้นที่จริง จึงเป็นการแสดงผังที่ตั้งวัดอันเป็นเท็จเสนอมหาเถรสมาคม ให้อนุมัติประกาศตั้งวัดเมื่อปี 2541 ดั้งนั้น ประกาศตั้งวัดจึงมิชอบด้วยกฎหมายเช่นกัน

นายวรเดช กล่าวต่อว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏตามที่กล่าวมา คณะทายาทของนายเฮียง พิมพ์ศรี โดยนางบัวไข สรสมุทร ในฐานะผู้จัดการมรดก จึงขอยกที่ดินเพื่อสร้างวัดตามเจตจำนงของนายเฮียง พิมพ์ศรี ตามแนวทางนี้คือ นายเฮียง พิมพ์ศรี ได้แสดงความจำนงไว้ว่า ยกโฉนดที่ดิน 21 สร้างวัดและเมื่อสร้างวัดเสร็จแล้วจะจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้วัด จากความประสงค์ดังกล่าว จึงพบว่า นายเฮียง พิมพ์ศรี ไม่ได้ยกที่ดินให้วัด เพราะกรณีนี้ที่ดินจะตกเป็นที่ธรณีสงฆ์ตั้งแต่วันยกให้วัด เหตุผลสนับสนุนข้อนี้คือ ในวันที่นายเฮียง ยกให้เมื่อปี 2533 นั้น ยังไม่มีวัด จึงยังยกให้วัดไม่ได้ และที่ดินที่นายเฮียง ยกให้ ไม่ใช่ที่ธรณีสงฆ์ เพราะที่ธรณีสงฆ์ต้องเป็นที่คนละแปลงกับที่ตั้งวัด แต่ในกรณีนี้เป็นที่ดินแปลงเดียวกับที่ตั้งวัด จึงเป็นการยกให้เพื่อใช้เป็นที่ตั้งวัด ไม่ใช่ยกให้เป็นที่ธรณีสงฆ์

 

นายวรเดช กล่าวอีกว่า การที่นายเฮียง ระบุว่าจะยกให้เมื่อสร้างวัดแล้วเสร็จเท่านั้น ดังนั้น โฉนดที่ดินของนายเฮียง จึงเป็นการยกโฉนดที่ดิน 21 ไร่ เพื่อใช้เป็นที่ตั้งวัดและเมื่อวัดเสร็จจะโอนโฉนดที่ดินให้วัด และพบว่าปัจจุบัน) วัดยังตั้งไม่แล้วเสร็จ เพราะจากประกาศตั้งวัดเมื่อปี 2541 นั้น พบว่าในผังที่เสนอตั้งวัดนั้นมีสิ่งปลูกสร้าง 12 รายการ แต่ข้อเท็จจริงพบว่าในปี 2541 พื้นที่จริงไม่มีสิ่งก่อสร้างตามผังที่ตั้งวัดดังกล่าว จึงเป็นใบประกาศตั้งวัดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ทายาทจึงยังไม่มีการโอนโฉนดที่ดินเรื่องมาถึงวันที่ 15 กันยายน 2569 แต่พอถึงวันที่ 16 กันยายน 2569 ก็มีการโอนที่ดินของคุณพ่อโดยที่ทายาทไม่ยินยอมและมีการโอนโดยไม่ต้องอาศัยทายาทเป็นการโอนโดยมิชอบ เพราะวัดยังตั้งวัดมิชอบด้วยกฎหมาย และคำพิพากษาฎีกา อ.2264/2538 ทั้งนี้ กรณีมีการจดทะเบียนสมรส ระหว่างนายเฮียงกับนางนาง ก็จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้น การยกกรรมสิทธิ์ให้จึงต้องให้แม่นางลงชื่อยินยอมด้วย และเมื่อแม่นางเสียชีวิต ดังนั้น ผู้จัดการมรดกจึงต้องลงชื่อยินยอมด้วย และกรณีการเข้าไปในที่ดินที่เป็นของผู้จัดการมรดกที่ยังไม่มีการโอนกรมสิทธิ์จึงไม่มีความผิด

สำหรับกรณีคำพิพากษาแล้วนั้น คณะทายาทโดยผู้จัดการมรดก จะยื่นคำร้องคำร้องต้องต่อศาลขอให้ศาลพิจารณารื้อคดีใหม่ เนื่องจาก ในการสู้คดีที่ผ่านมานั้น ทั้งเจ้าอาวาสวัดและวัดไม่ชอบด้วยกฎหมาย คือ เจ้าอาวาสวัดไม่ชอบด้วยกฎหมาย และวัดยังเป็นวัดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นเมื่อโจทก์หรือจำเลยเป็นบุคคลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงไม่อยู่ในขบวนการพิจารณาคดีของศาล จึงขอให้ศาลรื้อคดีใหม่ และกรณีมีการโอนโฉนดที่ดินแล้วเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 นั้น เป็นการโอนโดยที่ผู้รับโอนไม่ชอบด้วยกฎหมาย คือ ใบประกาศตั้งวัดไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นจึงต้องดำเนินการฟ้องให้การโอนที่ดิน เป็นการโอนโดยมิชอบต่อไป

ก่อนหน้านั้น

 

 

ป้าดา

 

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น นางสาวชมมณี น้อยจันทร์ หรือ ‘ป้าดา’ นางบัวไข สรสมุทร ทายาทของนายเฮียง พิมพ์ศรี อดีตเจ้าของที่ดิน 21 ไร่ ที่บริจาคให้วัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น พร้อมด้วย นายวรเดช ช่างบุ หรือ ‘ลุงแหวน ธานอส’ เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ซึ่งเป็นการออกหมายเรียกให้มาพบ เป็นครั้งที่ 2

 

 

 

โดยการเดินทางมาวันนี้ ป้าดา ป้าบัวไข และลุงแหวน ได้เดินทางมาโดยรถตู้ พร้อมด้วยทนายความส่วนตัว ท่ามกลางการการจัดกำลังตำรวจกว่า 10 นาย คอยรักษาความสงบเรียบร้อย โดยทันทีที่มาถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พากลุ่มป้าดา เข้าสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหา โดยใช้ห้องประชุม ชั้น 4 ในการสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาให้รับทราบ

 

ต่อมา พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ได้มาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยกล่าวว่า วันนี้พนักงานสอบสวนได้แจ้งสิทธิพร้อมแจ้งข้อหาป้าดา พร้อมพวก โดยทุกคนให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยแต่ละคนมีข้อหา ดังนี้

ป้าดา ถูกแจ้ง 4 ข้อหา คือ 1.อั้งยี่ซ่องโจร , 2.ร่วมกันบุกรุกอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยไม่มีเหตุอันสมควร อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยปกติสุข , 3.ข่มขู่ผู้อื่นจนทำให้เกิดความกลัวและตกใจเป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 210,362,363,365(3)และ 392 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และข้อหาที่ 4.ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

 

 

 

ส่วนป้าบัวไข ถูกแจ้ง 2 ข้อหา คือ 1.ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดิน กรณี ไปขออกใบโฉนดที่ดิน ประมาณ 21 ไร่ โดยอ้างว่าโฉนดฉบับจริงสูญหาย แต่ข้อเท็จจริงโฉนดอยู่กับพระครูอดุลสารนิเทศ และ 2.ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112

 

ขณะที่ชายที่สวมเสื้อสีม่วง ถูกแจ้งข้อหา ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 กรณี แอบอ้างว่ามีฎีกาลงมาจากในหลวงเพื่อขับไล่พระออกจากวัด เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา

ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ย้ำว่า ในส่วนของความผิดเกี่ยวกับ ม.112 พนักงานสอบสวนจะได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องในคดี และสรุปความเห็นส่งให้บัญชาการ ทราบพร้อมความเห็นข้อเสนอแนะ โดยคาดว่า สำนวนการสอบสวนจะแล้วเสร็จและสามารถส่งให้พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น เพื่อดำเนินการต่อได้ ภายในปลายเดือนตุลาคมนี้

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

"โฆษกอสส." แจงคืบหน้าคดีครอบครัว "จึงรุ่งเรืองกิจ" รุกป่าสงวนฯราชบุรี ยื่นฟ้องศาลแล้ว เฉพาะเคส "นางสมพร"!!
เติมฝันหนูน้อย 8 ขวบ! วัดสมานฯ มอบจักรยานคันใหม่ ปั่นไปโรงเรียน-กลับมาช่วยแม่ดูแลน้องพิการ
สสจ.อุตรดิตถ์ บูรณาการ รพ.สต.ไผ่ล้อม ออกหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ ณ รร.ลับแลศรีวิทยา ให้บริการตรวจ-รักษาฟันฟรี
น้ำป่าไหลหลาก 3 อำเภอ ขุนยวม-แม่สะเรียง-แม่ลาน้อย อ่วมกลางดึก คอสะพานบ้านสารภี-ป่าหมากขาด เร่งสำรวจความเสียหายเช้านี้
กมธ.กฎหมายฯ วุฒิสภา เปิดเวทีถกบังคับโทษทางอาญา เร่งลดแออัดเรือนจำ-คุ้มครองสิทธิผู้ต้องขัง
ฝนตกหนัก น้ำป่าหลากท่วมปั๊ม PT แม่ลาน้อยและชุมชนบางจุด ต้นไม้ล้มขวางถนน 108 รร.แม่สะเป่ใต้ ขุนยวม ท่วมซ้ำแล้วซ้ำอีก รอบ 4

ดู LIVE รายการ