



วันที่ 18 ก.ย. 2569 สถานการณ์หมอกควันไฟป่าจากประเทศอินโดนีเซียที่พัดปกคลุมพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา มานานกว่า 1 สัปดาห์ เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น หลังมีฝนตกช่วยชะล้างฝุ่นละอองและหมอกควัน ทำให้ท้องฟ้าเริ่มเปิดและกลุ่มควันในตัวเมืองเบตงเจือจางลงเมื่อเทียบกับ 2 วันที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม พื้นที่ตัวเมืองและแนวเขาสันกาลาคีรีซึ่งมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะยังมีหมอกควันสะสมได้ง่าย โดยช่วงที่ฝนไม่ตกยังพบควันอินโดนีเซียพัดเข้าปกคลุมเป็นระยะ ขณะที่ประชาชนบางส่วนเริ่มมีอาการหายใจติดขัดและอึดอัดในช่วง 1–2 วันที่ผ่านมา และสถานการณ์โดยรวมยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ








ประชาชนในพื้นที่รายหนึ่งเปิดเผยว่า เดิมมีโรคหอบและไม่ได้จำเป็นต้องใช้ยาพ่นทุกวัน แต่หลังหมอกควันอินโดนีเซียพัดเข้าปกคลุมเบตง กลับมีอาการหายใจไม่สะดวกจนต้องไปขอยาพ่นจากโรงพยาบาลเบตงและต้องใช้ทุกวัน ขณะที่ประชาชนอีกรายระบุว่าเริ่มมีอาการแสบตาและคันคอ ส่วนลูกสาวที่เป็นภูมิแพ้มีอาการจามทุกวัน ขณะที่ลูกน้องมีอาการคันคอ ไอ และไม่สบายจนไม่สามารถมาทำงานที่ร้านได้ ด้านหน่วยงานสาธารณสุขอำเภอเบตงลงพื้นที่บริเวณด่านพรมแดนเบตง ให้คำแนะนำประชาชนในการป้องกันฝุ่น PM2.5 และหมอกควันข้ามแดน หลังเริ่มพบผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว ขณะที่เด็กเล็ก ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ และกลุ่มเสี่ยงยังควรสวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกนอกอาคาร





ทั้งนี้ แม้ฝนจะช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองและหมอกควันลงได้ระดับหนึ่ง แต่ประชาชนยังได้รับคำเตือนให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสถานการณ์ไฟป่าในประเทศอินโดนีเซียยังไม่คลี่คลาย และทิศทางหมอกควันยังขึ้นอยู่กับกระแสลมที่อาจพัดเข้ามาเติมในพื้นที่ได้ จึงขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศและดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ขณะที่หน่วยงานสาธารณสุขยังคงลงพื้นที่ให้คำแนะนำและเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย–มาเลเซียอย่างต่อเนื่อง

เจษฎา สิริโยทัย ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ยะลา

