เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา นายพิศูจน์ รัตนวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา พร้อมคณะกรรมาธิการ ที่ปรึกษา และเลขานุการ เปิดเวทีสัมมนาใหญ่ “TRAT CONNECT เชื่อมทุกสิ่ง ผสานการท่องเที่ยวและกีฬา พัฒนาตราดสู่ความยั่งยืน” ระดมพลังจากภาครัฐ ภาคเอกชน เครือข่ายด้านการท่องเที่ยว และสื่อมวลชนกว่า 200 คน เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชาวดี บ้านปูรีสอร์ท จังหวัดตราด
ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดเผยว่า เศรษฐกิจของจังหวัดกำลังเผชิญบททดสอบครั้งใหญ่ หลังสถานการณ์ปัญหาแนวชายแดนส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ทั้งด้านการค้าชายแดนและการท่องเที่ยว โดยรายได้จากการท่องเที่ยวหดตัวประมาณ 10-15% รวมถึงเกิดข้อจำกัดในการระบายผลผลิตทางการเกษตร
อย่างไรก็ตาม จังหวัดตราดยังมี “แต้มต่อ” สำคัญจากผลผลิตทุเรียนที่ออกสู่ตลาดเร็วกว่าพื้นที่อื่น จึงเตรียมเดินหน้าแผนยุทธศาสตร์เชิงรุก เพื่อเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส พร้อมเร่งผลักดันการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2570 ให้ลงสู่มือประชาชนโดยเร็วที่สุด เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

สำหรับแนวทางฟื้นฟูเศรษฐกิจ จังหวัดตราดเตรียมวางยุทธศาสตร์ด้าน Sport Tourism ควบคู่กับการจัดเทศกาลดนตรีสากล เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่มองหาประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงลึก พร้อมเร่งปรับภูมิทัศน์และยกระดับความสะอาดในพื้นที่โดยรอบ สร้างภาพจำใหม่ให้จังหวัดตราดมีความปลอดภัยและพร้อมต้อนรับผู้มาเยือน หวังช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้กลับมาคึกคักโดยเร็ว
ขณะเดียวกัน เสียงสะท้อนจากภาคประชาชนเสนอให้ผลักดันจังหวัดตราดสู่การเป็น “นครแห่งการเรียนรู้” โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างสถาบันการศึกษาแห่งใหม่ แต่สามารถนำศักยภาพและภูมิปัญญาของแต่ละชุมชนมาใช้เป็น “ห้องเรียนมีชีวิต” พร้อมส่งเสริมการสร้าง “นักสื่อความหมายท้องถิ่น” เพื่อให้คนในพื้นที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราว อัตลักษณ์ และคุณค่าของบ้านเกิดได้อย่างแท้จริง

ภาคประชาชนยังเสนอให้ภาครัฐปรับบทบาทจาก “ผู้คิดแทน” มาเป็น “ผู้สนับสนุน” ทั้งด้านงบประมาณ องค์ความรู้ และเครือข่าย รวมถึงปรับหลักสูตรการศึกษาให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้และเห็นคุณค่าของท้องถิ่นตนเอง เพื่อให้การพัฒนาพื้นที่เดินหน้าไปพร้อมกับการรักษาอัตลักษณ์ดั้งเดิมอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ข้อเสนอทั้งหมดจากเวที TRAT CONNECT จะถูกรวบรวมเป็นฐานข้อมูลสำคัญ เพื่อนำไปจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายของคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา เป็นแนวทางในการปูทางสู่การฟื้นฟูและพัฒนาจังหวัดตราดให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว




