“ดร.โอฬาร” ลั่นกกต.ไม่ใช่ “บุรุษไปรษณีย์” รับทุกข้อกล่าวหาส่งศาลหมดไม่ต้องตรวจสอบ ชี้รธน.มาตรา 266 ระบุชัด ต้องมี “หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำที่ไม่สุจริต”

“ดร.โอฬาร” ลั่นกกต.ไม่ใช่ "บุรุษไปรษณีย์" รับทุกข้อกล่าวหาส่งศาลหมดไม่ต้องตรวจสอบ ชี้รธน.มาตรา 266 ระบุชัด ต้องมี “หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำที่ไม่สุจริต"

รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวถึงบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาว่า ภายหลังประกาศรับรองผลการเลือก สว.แล้ว กกต.ไม่ใช่ผู้วินิจฉัยความผิดขั้นสุดท้าย เพราะอำนาจตัดสินเป็นของศาลฎีกา แต่ในขณะเดียวกัน กกต.ก็ไม่ใช่ “บุรุษไปรษณีย์” ที่มีหน้าที่รับทุกข้อกล่าวหาแล้วส่งต่อไปยังศาลโดยไม่ตรวจสอบหรือกลั่นกรอง

รัฐธรรมนูญมาตรา 226 และกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. มาตรา 62 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า การยื่นคำร้องต่อศาลต้องมี “หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” มีการกระทำที่ไม่สุจริตหรือไม่เที่ยงธรรมเกิดขึ้น

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ถ้อยคำดังกล่าวหมายความว่า เพียงความเชื่อ ความสงสัย กระแสสังคม หรือการเชื่อมโยงว่าบุคคลหนึ่งโทรศัพท์หาอีกบุคคลหนึ่ง ยังไม่เพียงพอจะนำใครเข้าสู่กระบวนการของศาล หากไม่มีหลักฐานยืนยันถึงเนื้อหา เจตนา และพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด

รศ.ดร.โอฬารกล่าวว่า กกต.จึงอยู่ตรงกลางระหว่างการเป็นผู้รับเรื่องกับผู้ตัดสิน มีหน้าที่ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของพยานและประเมินว่าหลักฐานมีน้ำหนักเพียงพอหรือไม่ ก่อนตัดสินใจยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา

หากหลักฐานเป็นเพียงคำให้การของพยานบุคคลที่เปลี่ยนไปมา ขาดพยานเอกสารหรือข้อเท็จจริงแวดล้อมสนับสนุน กกต.ย่อมมีอำนาจไม่ให้น้ำหนัก เพราะการส่งบุคคลเข้าสู่กระบวนการคดีโดยใช้เพียงข้อสันนิษฐาน ย่อมสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา

 

“กกต.ไม่ใช่ศาลที่จะชี้ว่าใครผิดหรือไม่ผิด แต่ก็ไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์ที่ต้องส่งทุกชื่อไปให้ศาลตัดสิน หน้าที่ของ กกต.คือต้องกลั่นกรองว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้จริงหรือไม่ หากมีจึงส่งศาล หากมีเพียงกระแสหรือการเชื่อมโยงโดยไม่มีหลักฐานรองรับ ก็ต้องให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวหาเช่นกัน” รศ.ดร.โอฬารกล่าว

รศ.ดร.โอฬารย้ำว่า การตรวจสอบคดีเลือก สว.ต้องดำเนินไปตามกฎหมายและมาตรฐานพยานหลักฐาน ไม่ใช่ตัดสินตามความพอใจของฝ่ายการเมืองหรือแรงกดดันจากมวลชน เพราะความยุติธรรมไม่ได้หมายถึงการส่งทุกคนขึ้นศาล แต่หมายถึงการดำเนินการเฉพาะกับบุคคลที่มีหลักฐานเพียงพอ โดยคุ้มครองสิทธิของทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

บุกรวบ "นายก อบต.หนองหมี" คาห้องทำงาน! หลังรีดเลือดพนักงานจ้างที่กำลังจะหมดสัญญา ร่วม 8.4 แสน ขู่ไม่จ่ายยุบตำแหน่งทิ้ง!
"บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น" ทำหนังสือแจ้ง "ตลท." บอร์ดมีมติแต่งตั้ง "ซีอีโอ กรรมการผู้จัดการใหญ่" คนใหม่ แทน "ชัยวัฒน์" ครบวาระสัญญาจ้าง 31 ธ.ค.2569
“สีหศักดิ์”ยันจุดยืนเจรจากัมพูชา เวที UNCLOS ต้องคุยปักปันเขตแดนให้ชัดเจนก่อน ข้อเสนอพัฒนาแบ่งปันทรัพยากรทะเล “ค่อยว่ากันทีหลัง!??”
“ดร.โอฬาร” ลั่นกกต.ไม่ใช่ "บุรุษไปรษณีย์" รับทุกข้อกล่าวหาส่งศาลหมดไม่ต้องตรวจสอบ ชี้รธน.มาตรา 266 ระบุชัด ต้องมี “หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำที่ไม่สุจริต"
ทำอะไรได้มั๊ยเนี่ย?? "UN"อ้างข้อเท็จจริง ควรเชื่อได้ "สหรัฐ" เป็นชาติก่ออาชญากรรมสงคราม เหตุโจมตีโรงเรียน-เขตที่อยู่อาศัย อิหร่าน พลเรือนเสียชีวิตกว่า 200 คน
เข้าทางพ่อค้าอาวุธ!!! "สหรัฐ" ไฟเขียวขายเครื่องบิน F-35 ล็อตใหญ่ 48 ลำ มูลค่ากว่า 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์ให้ซาอุฯ เพิ่มดุลกำลังรบเขตตะวันออกกลาง!???

ดู LIVE รายการ